ประเทศไทยจะไปต่ออย่างไร (1)

ข่าว

ประเทศไทยจะไปต่ออย่างไร (1)

ลม เปลี่ยนทิศ

    23 พ.ค. 2565 05:20 น.

    บันทึก

    วันนี้คนกรุงเทพฯได้ ผู้ว่าฯ กทม.คนใหม่ แล้ว ผมเขียนคอลัมน์ล่วงหน้าเลยไม่รู้ว่าเป็นใคร ขอแสดงความยินดีไว้ตรงนี้ วันหยุดสุดสัปดาห์ผมมีโอกาสอ่านปาฐกถาพิเศษของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ พรรคสร้างอนาคตไทย ในงานมูลนิธิสัมมาชีพ อ่านแล้วต้องนำมาเล่าต่อ เป็นปาฐกถาที่ดีที่สุดในยุคนี้ ดร.สมคิด ชี้ให้เห็นถึงปัญหาและทางออกของประเทศไทย เราจะไปต่อกันอย่างไรในภาวะแบบนี้? เป็นข้อเสนอจากประสบการณ์และวิสัยทัศน์ ไม่ใช่อ่านตามตัวหนังสือที่ทีมงานเขียนมาให้อ่าน ซึ่งทำให้ประเทศไทยดีขึ้นกว่าเดิมไม่ได้ ถ้ายังยึดติดกับความคิดแบบเดิมๆ

    ดร.สมคิด ห่างการเมืองไป 2 ปี แต่ก็ติดตามการเมืองและปัญหาเศรษฐกิจมาตลอด การเปิดตัวครั้งนี้ได้หยิบยกหลายประเด็นมาเตือนให้ตระหนักและช่วยกันใส่ใจดูแลเป็นพิเศษ

    ประการแรก โลกที่เราอยู่นี้มีความเสี่ยงและความไม่แน่นอนมากขึ้นทุกขณะ เมฆหมอกแห่งความไม่แน่นอนหนาแน่นขึ้นมากจนยากที่จะจินตนาการอนาคตให้ชัดเจนได้ การระบาดของโควิดที่เริ่มมากว่า 2 ปีแล้ว เคยคาดว่าโลกจะควบคุมมันได้ หากเราค้นพบวัคซีนที่ดีและเร่งฉีดได้มากพอ มาวันนี้ก็ยังไม่มีวี่แววจะยุติได้ จนแทบทุกประเทศต้องยอมที่จะอยู่กับมัน เพราะเกรงความเสียหายทางเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น การประกาศเป็นโรคประจำถิ่น แท้จริงคือ การยกธงขาว ประเทศส่วนใหญ่ ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและการเมืองไม่สามารถรับมือไหว จึงต้องอยู่กับมันและรับมือด้วยการบริหารจัดการที่ดีพอ มีวัคซีนเพียงพอ การตรวจเชิงรุก มียาพร้อม

    ภาวะสงครามยูเครนก็ยากจะคาดเดาบั้นปลาย ผู้ที่ติดตามประวัติศาสตร์การเมืองโลกจะรู้ว่า มันไม่ใช่สงครามที่เกิดเพราะอุบัติเหตุ แต่เกิดโดยตั้งใจอย่างมีเป้าหมาย ตราบใดที่เป้าหมายไม่บรรลุ อย่าเพิ่งนับศพทหารและพลเรือน ที่สำคัญที่สุดไม่มีใครแน่ใจได้ว่า สงครามใหญ่จะไม่ปะทุ ยูเครนเป็นเพียงหมากหนึ่งเท่านั้นในแผนภูมิของภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังเปลี่ยน New Establishment (ระเบียบโลกใหม่) กำลังมา ขณะที่ Old Establishment (ระเบียบโลกเก่า) ไม่ยินยอม เราทำนายได้ยากว่าจะจบที่ตรงไหน เมื่อไรแต่ช่วงเวลานี้ Stability (ความมั่นคง) เกิดยาก Instability (ความไม่มั่นคง) จะมาแทน Growth (การเจริญเติบโต)

    ความท้าทายคือ จะบริหารจัดการอย่างไรให้มี stability และมี growth พอพยุงเศรษฐกิจและการจ้างงาน Instability ที่น่ากังวลที่สุดคือ Instability ทางสังคมและทางการเมืองที่จะตามมา คนยากจน การตกงาน ข้าวยากหมากแพง การแก้ปัญหาที่ไม่ทันกาล ย่อมสั่งสมความไม่พอใจและความโกรธแค้น เป็นชนวนอย่างดีต่อการปลุกกระแสสังคมและการเมือง อนาคตจึงไม่อาจจินตนาการได้ ที่บอกว่าเราอยู่ใน new normal ยังครับ ขณะนี้ที่แน่ๆคือ ไม่ normal ไม่รู้จะไปถึงจุดไหนจึงจะเป็น new normal ต้องระมัดระวัง

    ข้อห่วงใยประการที่สอง ต้องตระหนักว่า เศรษฐกิจไทยขณะนี้กำลังเผชิญภาวะที่ไม่ปกติ ให้ตระเตรียมรับสถานการณ์ที่อาจหนักกว่าเดิม

    โควิดที่ผ่านมาสองปีเต็มทำให้สถานการณ์การเงินการคลังของประเทศเข้าสู่จุดตึงตัว ทำอย่างไรที่จะให้เงินกู้ยืมและการใช้จ่าย ไม่เพียงช่วยกระตุ้นการบริโภค แต่ต้องสามารถกอบกู้ให้เศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัวได้ รัฐบาลจากวันนี้ต้องเป็นรัฐบาลภายใต้ภาวะวิกฤติ เพื่อให้ชาติรอด ไม่ใช่รัฐบาลรอด สมมติว่า สงครามลากยาวโควิดไม่จบ ดอกเบี้ยสูง เงินเฟ้อสูงตาม ชาติที่จะอยู่รอด เป็นชาติที่เตรียมการล่วงหน้า ต้องพึ่งตนเองได้มากที่สุด โดยเฉพาะอาหารและสิ่งจำเป็นในการดำรงชีพ พยายามหาแหล่งพลังงานที่ถูก เตรียมงบพิเศษยามจำเป็น

    “เราไม่ได้มองในแง่ร้าย แต่เราต้องเตรียมตัว ผมย้ำว่าเราต้องตระเตรียมเผชิญกับสถานการณ์ที่เลวร้ายกว่า และอาจต้องเลิกฝันหวานว่าโลกจะกลับมาเหมือนเดิมในเร็ววัน เพราะไม่รู้ปัญหาจะจบลงเมื่อไร แต่รู้ว่าสิ่งที่ต้องเจอก็คือ ภาวะเศรษฐกิจถดถอย การจ้างงานจะมีน้อย เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง...” น่ากลัวนะครับ

    วันพรุ่งนี้ ว่ากันต่ออีกวันครับ.

    “ลม เปลี่ยนทิศ”

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    วิคกี้ แฟน เวียร์ ศุกลวัฒน์ โชว์สกิลพูด 4 ภาษา บอกเลยว่าทั้งสวยและเก่ง
    00:23

    วิคกี้ แฟน เวียร์ ศุกลวัฒน์ โชว์สกิลพูด 4 ภาษา บอกเลยว่าทั้งสวยและเก่ง

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2565 เวลา 11:46 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์