เพื่อแก้ไขหรือเพื่อฉีกทิ้ง

ข่าว

เพื่อแก้ไขหรือเพื่อฉีกทิ้ง

ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    23 พ.ค. 2565 05:13 น.

    บันทึก

    เนื่องในโอกาสงานพิธีรำลึก 30 ปี พฤษภาทมิฬ เพื่อสืบสานวีรชน ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่มต่างๆ บางกลุ่มเรียกร้องให้หยุดวัฏจักรรัฐประหาร บางคนเรียกร้องให้สร้างรัฐธรรมนูญประชาชน นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี เรียกร้องให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ประชาชนมีสิทธิขั้นพื้นฐาน

    อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวว่ารัฐธรรมนูญใหม่ จะต้องนำประเทศสู่สังคมที่เป็นธรรม มีความเหลื่อมลํ้าน้อย ขณะที่ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล แห่งมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ วิจารณ์ว่า รัฐธรรมนูญ 2560 เป็นฉบับที่เลวร้ายที่สุด จึงต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะมาตรา 272 ยกเลิกอำนาจการเลือกนายกรัฐมนตรีของ ส.ว.แต่งตั้ง

    แต่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. หรือกลุ่มคนเสื้อแดง กล่าวว่า วันนี้มีนักการเมืองจำนวนมากไม่กล้าท้าทายเผด็จการ จึงเกาะแข้งเกาะขาเผด็จการ เพราะอยู่ฝ่ายประชาธิปไตยมีแต่หายนะ จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ ม.272 ก็เป็นไปได้ยาก เพราะไม่มีใครยอมปลดอำนาจตนเอง ต้องปลุกประชาชนไม่ให้เลือกนักการเมืองที่สยบยอม

    รัฐธรรมนูญ 2560 นอกจากถูก โจมตีว่าร้ายที่สุด ยังแก้ไขยากที่สุด เพราะเป็นรัฐธรรมนูญที่ “ดีไซน์มาเพื่อพวกเรา” เพื่อเป็นกลไกสืบทอดอำนาจของคณะรัฐประหาร คสช.และพรรคพลังประชารัฐ จะต้องสืบทอดอำนาจอย่างน้อย 2 วาระ หรือ 8 ปี โดยให้ 250 ส.ว.ที่ คสช.แต่งตั้งมีสิทธิ เลือกหัวหน้า คสช.เป็นนายกฯ

    แต่ยังแสดงท่าทีว่า “8 ปียังไม่พอ” อาจมีการตีความรัฐธรรมนูญว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพิ่งจะเป็นนายกฯ เมื่อ ปี 2562 ไม่ใช่ปี 2557 ที่ชาวบ้านรู้กันทั่ว ถ้าตีความแบบศรีธนญชัย จะมีสิทธิ์อยู่ต่อไปถึงปี 2570 รวมเบ็ดเสร็จ 13 ปี ใครขอแก้ไข ฝ่ายรัฐบาลคว่ำหมด ไม่ว่าจะแก้เป็นรายมาตราหรือทั้งฉบับ

    ร่างแก้ไขหลายฉบับเป็นทั้งของฝ่ายค้าน และร่างขอแก้ไขของภาคประชาชนที่มีคนเข้าชื่อขอร่วมแก้ไขนับแสนๆ ถูกฝ่ายรัฐบาลคว่ำหมด ทั้งๆที่ “การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย” เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล เป็นเงื่อนไขสำคัญในการร่วมรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ แต่ไม่มีใครสนใจ

    ไทยเป็นประเทศที่มีรัฐธรรมนูญมาก เป็นอันดับต้นๆของโลก แต่ส่วนใหญ่ไม่ให้แก้ไข แต่ให้ฉีกทิ้งมากกว่า กติกาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560 ระบุว่า ต้องได้รับความเห็นชอบจาก ส.ว. (แต่งตั้ง) อย่างน้อย 1 ใน 3 หรือ 84 คนขึ้นไป มิฉะนั้นร่างจะตกไป แม้จะมี ส.ส. (เลือกตั้ง 500 คน) เห็นด้วย นี่คือกติกาที่พิสดารที่สุด.

    อ่านเพิ่มเติม...

    วิดีโอแนะนำ

    "สุวัจน์" ฟันธง ศึกไม่ไว้วางใจ ผ่านฉลุย คาด นำไปสู่การปรับ ครม.
    11:30

    "สุวัจน์" ฟันธง ศึกไม่ไว้วางใจ ผ่านฉลุย คาด นำไปสู่การปรับ ครม.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันเสาร์ที่ 25 มิถุนายน 2565 เวลา 17:47 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์