เตรียมเฮ! ถก ศบค. 20 พ.ค. ชงคลายล็อก เปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ และเพิ่มพื้นที่สีฟ้ามากขึ้น ยัน ช่วยเหลือผู้อพยพเมียนมาตามสิทธิมนุษยชน

วันที่ 19 พ.ค. พล.อ.สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงการประชุม ศบค.ชุดใหญ่ วันที่ 20 พ.ค.ว่า ที่ประชุมจะมีการรายงานผลและประเมินทิศทางการทำงาน หลังปรับเปลี่ยนรูปแบบการเปิดประเทศ และปรับพื้นที่โซนสีจังหวัด ให้ผ่อนคลายมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มพื้นที่สีฟ้ามากขึ้น เพราะตัวเลขผู้ติดเชื้ออยู่ในบรรยากาศที่สามารถจะผ่อนคลายมาตรการได้ ส่วนข้อเสนอของผู้ประกอบการ ให้เปิดสถานบันเทิง ผับ บาร์คาราโอเกะ จะนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมในวันที่ 20 พ.ค.ด้วย เมื่อถามว่าจะพิจารณาเปิดสถานบันเทิงทั่วประเทศหรือไม่ พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนพิจารณา โดยจะดูพื้นที่ปลอดภัยเป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ประเมินตัวเลขทางเศรษฐกิจจะเพิ่มแค่ไหน หากมีการผ่อนคลายสถานบันเทิง พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า จากข้อมูลตัวเลขผู้ประกอบอาชีพกลางคืน มีหลายล้านคน ดังนั้นตัวเลขไม่ต้องกังวล เพราะจะเพิ่มขึ้นแน่นอน สำหรับการประกาศให้โควิดเป็นโรคประจำถิ่น ต้องดูการฉีดวัคซีนจำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต การบริหารจัดการของแต่ละพื้นที่ การปรับตัวของประชาชน เป็นต้น ซึ่งเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่วางไว้

พล.อ.สุพจน์ ยังกล่าวถึงการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดนเมียนมาที่เกิดการปะทะกันอย่างต่อเนื่อง จะมีมาตรการป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลายอย่างไร ว่า ตั้งแต่ต้นปี 2565 มีการสู้รบในเมียนมา ประมาณ 2-3 ครั้ง ถือเป็นสถานการณ์ปกติที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้ง รัฐบาลและหน่วยงานงานฝ่ายความมั่นคงมีขอบเขตหน้าที่อย่างชัดเจนและให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชน ในฐานะประเทศเพื่อนบ้านเรามีกลไกในการเจรจา เพื่อให้เกิดการแก้ปัญหาอย่างสันติวิธีและไม่ให้เกิดการสู้รบ เมื่อถามว่า ได้รับรายงานว่ามีชาวเมียนมาทะลักเข้าไทยจำนวนเท่าใด พล.อ.สุพจน์ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ได้รับรายงานว่าเข้ามาประมาณหลักร้อยคน เข้ามาที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ซึ่งจะเป็นขั้นตอนที่ทางจังหวัดต้องรับผิดชอบ โดยจัดตั้งศูนย์ดูแลผู้หนีภัยจากการสู้รบเป็นการชั่วคราว ที่ผ่านมาเราดูแลด้วยความเรียบร้อย เมื่อเหตุการณ์สงบก็ส่งกลับประเทศตามความต้องการ นอกจากภาครัฐที่เกี่ยวข้องและมีหน้าที่ให้การช่วยเหลือแล้ว ก็มีองค์กรภาคเอกชนเข้าไปร่วมดูแลด้วยภายใต้กำกับของจังหวัด โดยผู้ที่อพยพเข้ามาในไทยได้มีมาตรการตรวจ โควิด-19 อย่างเข้มข้นเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระบาด