"อภิชัย" นำทัพ ผู้สมัคร ส.ก.พปชร.ขอคะแนนเสียงโค้งสุดท้าย ประชาชน ประกาศความพร้อมตรวจสอบ-ถ่วงดุลผู้ว่าฯ กทม.เป็นอิสระไม่ขึ้นกับใคร ยัน พรรคมีผลงาน แต่ขาดการประชาสัมพันธ์

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 17 พ.ค. ที่ลานคนเมือง กทม. พรรคพลังประชารัฐ จัดเวที "พลังกรุงเทพพลังประชารัฐ" เปิดปราศรัยช่วงโค้งสุดท้าย ทำไมต้องเลือก ส.ก.พลังประชารัฐ นำโดย นายอภิชัย เตชะอุบล ผู้อำนวยการการเลือกตั้ง ส.ก.และผู้สมัคร ส.ก. พปชร. 50 เขต 50 คนเข้าร่วม ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความคึกคัก มีทีมกองเชียร์จากทุกเขตมารอให้การสนับสนุน

โดย นายอภิชัย นำทัพ ส.ก.ขึ้นเวทีปราศรัยกล่าวขอบคุณทุกท่านที่ได้เสียสละมารับฟังการปราศรัย และให้กำลังใจ ส.ก. 50 เขต และยืนยันพร้อมที่จะทำงานในฐานะที่เป็นผู้กำกับผู้ว่าการ กทม. ที่มีหน้าที่ตรวจสอบติดตามทุกนโยบายของผู้ว่าฯ กทม.ว่า ถูกต้องและมีประโยชน์กับประชาชนหรือไม่ นั่นถือคือจุดสำคัญและท้าทายและถึงเวลาแล้วที่จะต้องทำการตรวจสอบอย่างเข้มแข็งไม่ขึ้นกับใครทั้งสิ้น เพราะในครั้งนี้ พปชร.ไม่ได้ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ส่งเพียง ส.ก.เข้าไปตรวจสอบและตนเองทนไม่ได้อีกแล้วในการทำงานของผู้ว่าฯ กทม.ที่ล้มเหลว

...

นายอภิชัย ระบุว่า หากเปรียบเทียบนั้นผู้ว่า กทม.เสมือนฝ่ายบริหาร แต่ ส.ก. คือฝ่ายนิติบัญญัติที่ควบคุมการทำงานของผู้ว่าผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง ยืนยัน ส.ก. ทุกคนที่ตนเลือกมาทำงาน มีความเข้มแข็งไฟแรงผสมผสานทั้งคนรุ่นใหม่และคนรุ่นเก่า เชื่อ กทม.จะพัฒนาไปได้มากกว่าในอดีต พร้อมยกตัวอย่างความล้มเลวของผู้ว่าในอดีตอย่างโครงการ “รถโดยสารด่วนพิเศษ” หรือ BRT ใช้งบประมาณไปกว่า 2 พันล้านบาท และยังต้องเสียค่าใช้จ่าย 200 ล้านบาทต่อปี ในการดูแลที่ไม่เกิดประโยชน์ โดยนโยบายหลักที่ผู้ว่าควรทำคือ การจัดการขยะ/มลภาวะทางอากาศที่มีอยู่ไม่เปลี่ยนแปลง/แก้ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆ ที่ยังทำไม่ได้ และยังมีนโยบาย 100-200 ข้อ ออกมาก็ไม่มีประโยชน์

นายอภิชัย ยืนยันตนเองไม่เชื่อว่า พปชร.ไม่มีผลงานเลยเพราะประสบความสำเร็จมากมาย แต่ยังขาดการประชาสัมพันธ์ เช่น นโยบายการทวงคืนผืนป่า/แก้ปัญหาการประมงผิดกฎหมาย /ปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลอง/บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และย้ำว่าที่เศรษฐกิจตอนนี้ซบเซาเป็นเพราะโควิด-19 รัฐบาลอยู่มา 4 ปี แต่เจอกับโควิดไปแล้ว 3 ปี และไม่ได้แย่เพียงแค่ประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังประสบปัญหาเศรษฐกิจกันทั่วโลก และขณะนี้ประเทศเปิดรับนักท่องเที่ยวเข้ามาแล้ว เชื่อสถานการณ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน

ในตอนท้าย นายอภิชัย อยากให้ประชาชนให้ความสำคัญกับการเลือก ส.ก และเลือก พปชร.เข้าไปตรวจสอบ ถ่วงดุลการทำงานของผู้ว่าฯ กทม. เพื่อประโยชน์ของประชาชน

โดย นายธวัชชัย ปิยนนทยา โฆษกศูนย์เลือกตั้ง ส.ก. พปชร. กล่าวปราศรัยว่า พปชร.ได้ส่ง ส.ก.เพื่อเข้าไปตรวจสอบผู้ว่าฯ กทม.ที่ยังไม่มีพรรคไหน ชูนโยบายตรวจสอบผู้ว่าฯ กทม.ยืนยัน จะเดินหน้าตรวจสอบอย่างเต็มที่ จะอยู่เคียงข้างกับประชาชน

ด้าน นายมินทร์ ลักษิตานนท์ ผู้สมัคร ส.ก.เขตจอมทอง เบอร์ 5 ได้ขึ้นเวทีปราศรัยว่า ตนและทีมงานได้ทำงานให้ชาวจอมทองมากว่า 5 ปี และไม่เคยเพิกเฉยต่อปัญหาคนในพื้นที่แม้แต่เรื่องเดียว ซึ่งผ่านมากว่า 10 ปี จอมทองยังอยู่ที่เดิม ขณะที่โควิด-19 ส่งผลให้ผลกระทบทุกด้าน โดยหลายคนตั้งคำว่าว่า พปชร. ลงไปช่วยเหลือประชาชนอย่างไร โดยขณะนี้ประเทศไทย ได้เปิดรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการแล้ว จึงต้องเตรียมความยกระดับความปลอดภัย ทั้งกล้องวงจรปิด/ไฟส่องสว่าง/การอำนวยความสะดวก ที่ต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน แต่สิ่งที่มีคำถามรายได้ที่ กทม.เคยทำไว้ไปอยู่ที่ไหน ทำอะไรนั้น ตนเองจะลงไปตรวจสอบเข้าไปผลักดันให้เม็ดเงินส่งสู่ชุมชน ฉะนั้นเลือกตนเอง ส.ก. เบอร์ 5 เขตจอมทอง และถ้าเป็นไปได้เลือก ส.ก.ทั้ง 50 เขต ของพรรคด้วยตอนนี้เราขาดอย่างเดียว คือ ส.ก.พปชร.ที่จะไปทำงานให้กับประชาชน

โดย นายพลศักดิ์ แดงบัว ผู้สมัคร ส.ก. เขตวัฒนา เบอร์ 6 ปราศรัยเรื่องการสาธารณสุขที่ถือว่าไทยประสบกันปัญหาโควิด-19 อยู่ขณะนี้ ถ้าตนเองมีโอกาสได้ทำงานจะขยายผลสร้างโอกาสพัฒนาศูนย์บริการสาธารณสุขให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นให้คนไทยและคน กทม. ได้รักษาฟรีดูแลอย่างต่อเนื่องสร้างศักยภาพ อาสาสมัครสาธารณสุขให้ดีขึ้นและหากทุกคนเลือก พปชร. กทม.จะดีกว่าเดิมแน่นอน และขอย้ำว่าพลังประชารัฐจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง