“สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” สอนมวย เป็นผู้นำต้องคิดล่วงหน้า แนะ 4 เสาหลักการเงินอย่าอ่อนข้อ ชี้ทางออกประเทศ การเมืองต้องยืดหยุ่น ไม่แบ่งขั้วแบ่งฝ่าย ไม่ตอบปมแคนดิเดตนายกฯ พรรคสร้างอนาคตไทย

วันที่ 15 พ.ค. 2565 นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษ ปิดหลักสูตรผู้นำ-นำการเปลี่ยนแปลง (LFC) รุ่น 12 จัดโดยมูลนิธิสัมมาชีพ ที่โรงแรมรามา การ์เด้นส์ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่า การบรรยายนี้เป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปีเต็มนับตั้งแต่พ้นตำแหน่ง เพราะไม่อยากพูดอะไรที่กระทบกระทั่งกับคนที่ทำงานอยู่โดยที่ไม่ตั้งใจ ซึ่ง 2 ปีหลายสิ่งเปลี่ยนแปลงไปทั้งภายนอกและภายใน เป็นพัฒนาการที่นำไปสู่สิ่งที่น่าห่วงใย

สำหรับข้อห่วงใยคือ สิ่งที่โลกกำลังเผชิญอยู่นี้มีความเสี่ยงที่สูงขึ้นเรื่อยๆ มีความไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อความไม่ประมาททุกคนจึงต้องเตรียมตัว โดยเฉพาะผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อบ้านเมือง ทั้งภาวะโควิด-19 ที่ทำให้เศรษฐกิจกระทบหนักมาก ขณะที่ภาวะสงครามรัสเซีย-ยูเครนก็คงไม่ยุติกันง่ายๆ ยูเครนเป็นแค่หมากการเมืองตัวแรกของการต่อสู้เชิงภูมิรัฐศาสตร์ สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากคือผลกระทบทางสังคมและการเมือง ซึ่งเห็นการเปลี่ยนแปลงมาแล้วในหลายประเทศ เช่น ศรีลังกา ฟิลิปปินส์ หากโควิด-19 กับสงครามยังไม่จบเขาบอกว่าอย่าเพิ่งนับศพทหาร อย่าประมาทถ้าเราเป็นผู้ที่ดูแลบ้านเมือง ต้องคิดล่วงหน้าหนึ่งก้าวเสมอ สิ่งที่ประเทศเรากำลังเผชิญเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติ คอนโทรลไม่ได้ 100% มีความเสี่ยงสูง การบริหารจัดการต้องเข้มข้น ต้องเอาใจใส่ ต้องคิดล่วงหน้ามากกว่าประชาชนธรรมดา

นายสมคิด กล่าวต่อไปว่า ไทยเป็นประเทศขนาดเล็ก มีทรัพยากรจำกัด การบริหารงบประมาณแผ่นดินจึงสำคัญ จะใช้วิธีการบริหารการคลังแบบปกติไม่ได้ และการบริหารการคลังของประเทศมีผู้แทนอยู่ 4 สถาบันหลัก ประกอบด้วย สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ในภาวะปกติ 4 สถาบันนี้พยายามประนีประนอมกับภาคการเมือง

“ในภาวะที่ไม่ปกติมีภาวะที่หนักหน่วง 4 สถาบันต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ เป็น 4 เสาหลักของแผ่นดิน ถ้าท่านเสียงแข็งใครก็เขย่าท่านไม่ได้ การจัดทำงบประมาณต้องดูอะไรสำคัญก่อนหลัง อะไรที่ไม่สำคัญเอาไว้ก่อน 4 เสาหลักอุดมด้วยคนเก่ง ท่านต้องยืนแข็งและมีทิศทางร่วมที่ชัดเจนว่าจะเอาประเทศไปทางไหน ต้องกล้าคิด กล้าเสนอ จะรอให้การเมืองคิดอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเขาฝากความหวังไว้ที่คุณ เวลาแปรญัตติ ถ้าคุณแข็งจริง มือที่มองไม่เห็นก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะพลังของท่านยิ่งใหญ่นัก”

ขณะเดียวกัน เรามาถึงจุดที่ความไม่น่าเชื่อจะเกิดขึ้น จริงเท็จเราไม่รู้ แต่ความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อธรรมาภิบาลของประเทศค่อยๆ อ่อนลง มีผลกระทบต่อความเชื่อ ทั้งความเชื่อมั่น ความเชื่อถือ และความเชื่อใจ ถ้าเกิดขึ้นพร้อมๆ กันรัฐจะทำงานได้ยากมาก ทำอะไรก็ติดขัด ต้องรีบแก้ไข ต้องรีบสร้างความเชื่อ 3 ตัวนี้ให้กลับคืนมา ถ้าทำไม่ได้จะนำไปสู่สิ่งที่ขาดพลังในการแก้ไขปัญหา

นอกจากนี้ ตอนที่ได้ไปพบ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ท่านบอกว่า การเมืองในอนาคตหากมีความขัดแย้งแตกแยกจะเป็นปฏิปักษ์ต่อรัฐ น่าจะพักไว้ก่อน การเมืองที่มีแนวทางยืดหยุ่น เป็นทางสายกลาง ไม่เน้นความขัดแย้ง ไม่เน้นการเป็นปฏิปักษ์ ให้ทุกคนมีโอกาสพูดคุยแก้ไขสถานการณ์ ไม่มีขั้ว ไม่มีฝ่าย เป็นทางออกของประเทศได้ อีกทั้งสภาวะผู้นำการเมืองมีความสำคัญ ผู้นำแต่ละสถานการณ์มีความแตกต่างกัน ในยามไม่ปกติต้องมีความชัดเจนในภาพของปัญหาและแนวทางแก้ไข แต่ถ้ามีเจตจำนงต่อรอง จัดสรรผลประโยชน์อำนาจ เลือกตั้งกี่ครั้งก็ยังเป็นภูเขาที่เขยื้อนไม่ได้ ต้องเอาคนที่ดี คนที่เก่งมาช่วยกัน และสำคัญที่สุดคือภาคประชาชนต้องเข้มแข็ง

อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายหลังปาฐกถาเสร็จสิ้น นักเรียนในหลักสูตรได้มายืนต่อแถวรอมอบดอกกุหลาบให้แก่ นายสมคิด ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถึงกรณีที่พรรคสร้างอนาคตไทย จะเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายสมคิด ได้โบกมือปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ก่อนระบุว่า วันนี้ไม่สัมภาษณ์เรื่องการเมือง.