"อุเทน" สับออก ก.ม.บังคับใช้ "คาร์ซีต" ไร้สาระ ไม่เข้าใจสภาพความจริง ดักคอเตะหมูเข้าปากพ่อค้า เหมือนสมัยบังคับใช้ "หมวกกันน็อก-สมอลทอล์ก" หรือไม่ เผยจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ 17 พ.ค.นี้ที่วงเวียนใหญ่ ประกาศขอเชิญ "ชัชชาติ" มาฟังด้วย
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 65 นายอุเทน ชาติภิญโญ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หมายเลข 17 และอดีตหัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกรณีที่ พ.ร.บ.จราจรทางบก (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2565 กำหนดให้เด็กอายุไม่เกิน 6 ขวบ หรือสูงไม่เกิน 135 ซม. ต้องนั่งคาร์ซีตสำหรับการนั่งโดยสารในรถยนต์ว่า ส่วนตัวมองว่าเป็นการแก้ไข ออกกฎหมายที่ไร้สาระ และไม่เข้าใจว่าเหตุใดผู้ที่เสนอแก้ไขในประเด็นนี้ จึงไปคิดแทนประชาชน หรือผู้ปกครองของเด็กๆ เนื่องจากคาร์ซีตแม้จะเป็นอุปกรณ์ที่มีประโยชน์ แต่ก็ยังถือว่าอยู่ในหมวดหมู่ของสินค้าฟุ่มเฟือยมีราคาแพง ดังนั้นจีงไม่ควรไปบังคับให้ประชาชนทุกคนต้องมีคาร์ซีตที่เป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชนเช่นนี้ เพราะในฐานะพ่อแม่ หรือผู้ปกครองของเด็ก ก็มีวิธีการในการดูแลความปลอดภัยของบุตรหลานในการโดยสารรถยนต์อยู่แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความไม่เข้าใจในข้อเท็จจริงของวิถีชีวิตประชาชน ซึ่งเชื่อว่าหากมีผลบังคับใช้ในอีกราว 4 เดือน ก็จะมีปัญหาในการจับ ปรับ บังคับใช้กฎหมายอยู่ดี ตอกย้ำปัญหาของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เคยโอ้อวดเรื่องความเด็ดขาด แต่กลับมีปัญหาในการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้บ้านเมืองหย่อนยานมาโดยตลอด
“เรื่องคาร์ซีต ถือเป็นการออกกฎหมายที่ไม่คิดให้รอบด้านครบทุกมิติ ตามสไตล์รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่มักออกกฎหมาย หรือระเบียบที่ไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง และบังคับใช้ไม่ได้จริง หลายครั้งสมัยมีอำนาจมาตรา 44 ก็มักเขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้า ต้องออกคำสั่งมายกเลิกกฎระเบียบที่ตัวเองออกเอง” นายอุเทน ระบุ
นายอุเทน กล่าวต่อว่า การออกกฎหมายลักษณะเพิ่มภาระให้ประชาชนเช่นนี้ ทำให้นึกย้อนไปถึงสมัยที่เริ่มบังคับใช้หมวกกันน็อกของผู้ขับขี่จักรยานยนต์ หรือการรณรงค์ให้มีการใช้สมอลทอล์กสำหรับการพูดคุยโทรศัพท์ขณะขับรถยนต์ ที่ผลประโยชน์ตกไปถึงพ่อค้า ในการจำหน่ายสินค้าที่ภาครัฐบังคับเพิ่มขึ้น ก็อยากถามว่าการบังคับใช้คาร์ซีตครั้งนี้มีเจตนาซ่อนเร้นหรือไม่ เพราะไม่ทันไรก็มีข่าวว่าผู้ขายขึ้นราคาคาร์ซีตไว้ล่วงหน้าแล้ว
นายอุเทน เปิดเผยด้วยว่า วันที่ 17 พ.ค. 65 เวลา 16.30-19.30 น. ตนจะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ ที่วงเวียนใหญ่ ลานอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาว กทม.มาฟังกรอบแนวคิด 7 ข้อ คือ 4 ปรับ 2 แก้ 1 ปราบ ที่ตนออกแบบไว้เพื่อใช้เป็นแนวทางจัดการแก้ปัญหาของ กทม. และหากเป็นไปได้ก็อยากเชิญ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่วันนี้ถือเป็นเต็งหนึ่งที่จะได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม.มาร่วมรับฟังสิ่งที่ตน คิด และจะทำ เพื่อตอบคำถามให้ชาว กทม. ได้ทราบ หายสงสัย
"ฝากไปถึงคุณชัชชาติว่า ถ้าวันที่ 17 พ.ค.นี้สะดวกก็อยากให้มาฟังแนวความคิดของผมที่วงเวียนใหญ่ และหากมีโอกาสก็จะเชิญคุณชัชชาติขึ้นมาร่วมพูดคุยกันบนเวที ที่ไม่ได้เป็นไปในลักษณะดีเบต แต่เป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชาว กทม.ตามนโยบายเมืองน่าอยู่ น่าเที่ยว สำหรับคนทุกคนของผม ที่เป็นแนวคิดเดียวกับของคุณชัชชาติ" นายอุเทน ระบุ.