"วิโรจน์ ลักขณาอดิศร" ปราศรัยใหญ่ "ธนาธร-ช่อ-ไอติม" มาตามนัด เจ้าตัวบอกยิ่งผ่านเวทีดีเบตยิ่งมั่นใจชนะแน่ ลั่นพร้อมเป็นผู้ว่าฯหน้าด้านทวงภาษีคนตัวใหญ่ ขออย่ากลัวจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงเพราะทำแน่

วันที่ 14 พฤษภาคม 2565 เมื่อเวลา 18.00 น. ที่ ลานอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน (วงเวียนใหญ่) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 1 พรรคก้าวไกล ได้เตรียมจัดปราศรัยใหญ่ ชื่อว่า รวมพลังอนาคตใหม่ จบปัญหาเรื้อรัง ได้เวลาเลือก "ยาแรง" ให้กรุงเทพฯ!

โดยก่อนการปราศรัยของนายวิโรจน์ ได้มี น.ส.พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า, นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล, นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบายของพรรคก้าวไกล และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ได้กล่าวขึ้นเวทีปราศรัยเพื่อแสดงวิสัยทัศน์ถึงเหตุผลว่าทำไมคนกรุงเทพมหานครต้องเลือกนายวิโรจน์ และ ผู้สมัคร ส.ก. ของพรรคทั้ง 50 เขต เข้าไปทำหน้าที่

ด้านนายธนาธร ได้กล่าวว่า นายวิโรจน์ ไม่ใช่ไม่เคยผ่านงานบริหาร เพราะก่อนจะมาลงเล่นการเมือง ได้เคยนั่งตำแหน่งระดับผู้อำนวยการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งมาแล้ว ซึ่งการบริหารงานในบริษัทเอกชนแน่นอนว่ามีความแตกต่างกับภาครัฐสิ้นเชิง เพราะต้องเจอแรงกดดัน และต้องทำงานตอบสนองลูกค้ามากกว่า ซึ่งนายวิโรจน์นั้นยังถือเป็นนักบริหารและนักอุดมการณ์อยู่ในคนเดียวกัน พร้อมทิ้งท้ายติดตลกว่า หากใครมีเพื่อนที่อยู่พัทยา อย่าลืมโทรบอกเพื่อนให้เลือกคณะก้าวหน้าให้ตนเองด้วย

...

จากนั้น เวลา 19.30 น.นายวิโรจน์ ได้กล่าวปราศรัย ถึงปัญหาค่าเก็บขยะใน กทม. ระบบขนส่งมวลชนที่ไร้ประสิทธิภาพ และพูดถึงระบบนายทุน ที่ให้คนตัวใหญ่สูบเอาประโยชน์ของการพัฒนาเมือง โดยสามารถดูได้จากอสังหาริมทรัพย์ที่ผุดขึ้นตามแนวรถไฟฟ้า จึงต้องมีการผลักดันภาษีลาภลอยเหล่านี้ พร้อมยืนยันว่า ตนเองจะเป็นผู้ว่าฯ หน้าด้านที่กล้าไปทวงภาษี และเก็บค่าขยะคนตัวใหญ่ พร้อมชูความเป็นเมืองเท่ากัน

นอกจากนี้ ยังบอกถึงเหตุผลว่าทำไมต้องเลือกยาแรง อย่างตนเอง และผู้สมัคร ส.ก. อีก 50 คน เข้าไปทำหน้าที่ เนื่องจากต้องการเข้าไปแก้กติกา เพราะหากได้กติกาแบบเดิมๆ แน่นอนว่า กทม.ก็จะเหมือนเดิม จึงต้องปรับกติกาให้เป็นธรรม ซึ่งเป็นกลยุทธ์ของพรรค ไม่เช่นนั้นจะเปลี่ยนไม่ได้ โดยนายวิโรจน์ยังบอกว่าที่ผ่านมายิ่งดีเบตมากเท่าไร ยิ่งมั่นใจว่าจะชนะแน่ เพราะนโยบายไม่เหมือนใคร และไม่มีอะไรที่พรรคก้าวไกลไม่กล้า นั่นคือ ยาแรง เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนคน แต่คือการเปลี่ยนเกมด้วย ดังนั้น จึงขออย่ากลัววิโรจน์เข้าไปเปลี่ยนแปลง เพราะทำแน่ๆ อยู่แล้ว