“ไพบูลย์ นิติตะวัน” ไม่สน “พิเชษฐ สถิรชวาล” เมินเหยียบพรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าลุยสอบข้อเท็จตามเดิม วันที่ 11 พ.ค. คาดได้มติทันที ระบุโทษไม่ถึงขับพ้นพรรค ยันไม่ได้เลือกปฏิบัติ

วันที่ 8 พ.ค. 2565 นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรค ในฐานะประธานคณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณี นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ ยืนยันจะไม่ไปให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับพรรค ที่มีหนังสือเชิญมาชี้แจงข้อเท็จจริง และให้ถ้อยคำในวันที่ 11 พ.ค.2565 กรณีให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนสาธารณะหลายครั้งหลายวาระในลักษณะที่ทำให้พรรคและสมาชิกพรรคทั่วไปเสียหาย อันอาจเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคส่วนหน้าที่และความรับผิดชอบของสมาชิกที่ต้องมีต่อพรรค และอาจเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมของสมาชิกว่า คณะกรรมการฯ ก็จะดำเนินการประชุมตามกำหนดเดิมโดยนำเอาหลักฐานการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนของนายพิเชษฐ มาพิจารณาว่ามีประเด็นอะไรที่มีผลให้สังคมเข้าใจผิดทำให้พรรคเกิดความเสียหายหรือไม่ และการกระทำดังกล่าวจะเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคหรือไม่ การตรวจสอบดังกล่าวพรรคได้เคยดำเนินการกับกรณีอื่นมาก่อนแล้วในกรณีที่สมาชิกพรรคมีการกระทำอะไรที่มีปัญหาเกี่ยวกับการฝ่าฝืนข้อบังคับพรรค แนวทางปฏิบัติของพรรคจะให้คณะกรรมการตรวจสอบดำเนินการไปตามขั้นตอนที่ปฏิบัติมา และเท่าที่ดูเนื้อหาเบื้องต้นในฐานะประธานคณะกรรมการเห็นว่า การพิจารณาก็น่าจะจบภายในการประชุมวันที่ 11 พ.ค.นี้ น่าจะมีมติของคณะกรรมการฯ ได้ข้อยุติ เมื่อถามว่า หากคณะกรรมการฯ มีมติอย่างหนึ่งอย่างใดแล้วจำเป็นต้องนำเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคด้วยหรือไม่ นายไพบูลย์ กล่าวว่า ต้องขอรอดูผลการประชุมก่อน

เมื่อถามว่าในกรณีเช่นนี้เท่าที่ดูเข้าข่ายฝ่าฝืนข้อบังคับพรรคอย่างไร นายไพบูลย์ ยังไม่ขอแสดงความเห็นไว้ดูในที่ประชุม

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า นายพิเชษฐออกมาแล้วบอกว่าการที่พรรคมีหนังสือออกมาเช่นนี้ เพราะพรรคตั้งธงไว้แล้วต้องการที่จะขับออกจากพรรค นายไพบูลย์ กล่าวว่า ไม่น่าจะถึงขั้นขับออกจากพรรค เพราะตั้งแต่ที่พรรคเคยให้คณะกรรมการสอบสวนสมาชิกพรรคกระทำการฝ่าฝืนข้อบังคับพรรค ก็ไม่เคยมีการขับออกจากพรรค เป็นกรณีที่แตกต่างจากกรณีขับ 20 ส.ส.ออกจากพรรคไม่คล้ายกัน เป็นกรณีที่แตกต่างกันทั้งสภาพปัญหา และกระบวนการดำเนินการ

นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า ถ้านายพิเชษฐมาก็จะได้ชี้แจงข้อเท็จจริง แต่เท่าที่เห็นจากข่าวนายพิเชษฐให้สัมภาษณ์ว่าไม่ประสงค์ไม่มาชี้แจง ซึ่งก็เป็นไปตามหนังสือเชิญที่ส่งไปให้แล้ว คณะกรรมการฯ ก็ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป ถือว่านายพิเชษฐไม่มีความประสงค์ชี้แจง คณะกรรมการชุดนี้เป็นคณะกรรมการกฎหมายและข้อบังคับมีหน้ากำกับดูแลให้สมาชิกพรรคไม่ฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของพรรค ถ้ามีการฝ่าฝืนก็ต้องมีการตรวจสอบต้องย้ำว่าการตรวจสอบครั้งนี้ไม่ใช่ในฐานะที่นายพิเชษฐเป็น ส.ส.แต่ตรวจสอบในฐานะเป็นสมาชิกพรรค

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดต้องรอดูว่าการกระทำที่ปรากฏในการสัมภาษณ์ต่างๆ นั้น จะเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับข้อไหนแบบไหนอย่างไรหรือไม่ ถ้าฝ่าฝืนก็จะต้องดำเนินตามข้อบังคับพรรค ขอย้ำว่าการตรวจสอบสมาชิกพรรคฝ่าฝืนข้อบังคับพรรค ไม่ใช่เพิ่งเกิดกับกรณีนายพิเชษฐ แต่เคยเกิดก่อนหน้านั้น 2 กรณีแล้ว ซึ่งพรรคมีมาตรฐานแนวทางปฏิบัติอยู่แล้วในการดำเนินการ ถ้าพบว่าสมาชิกพรรคคนใดก็ตาม กระทำการน่าจะเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับ คณะกรรมการก็ต้องดำเนินการตามมาตรฐานที่เคยปฏิบัติมา ไม่ใช่เป็นการเลือกปฏิบัติเฉพาะนายพิเชษฐ พรรคไม่เลือกปฏิบัติอยู่แล้ว