ก๊าซ-น้ำมันราคาพุ่ง ข้าวของแพง บนคราบน้ำตาประชาชน เหลียวซ้ายแลขวาหาตัวช่วยไม่มี ตอนนี้รัฐบาลไม่ค่อยว่าง ต้องให้น้ำหนักกับเกมการเมือง ที่มีเดิมพันอยู่รอด ความเดือดร้อนประชาชนกลายเป็นเรื่องรองไปเลย

ข่าวลือ ข่าวปั่นหนาหู ต้องเตรียมหานายกฯสำรอง นายกฯขัดตาทัพ รักษาการ

“บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ฟังแล้วแสลงหู หมายความว่าตัวเองต้องหลุดกระเด็นจากเก้าอี้ผู้นำ ไม่ได้อยู่ต่อลากยาวสร้างสถิติ

แต่ที่มันปวดใจไม่ว่าครั้งไหนก็ไม่เท่าครั้งนี้ “คนไว้ใจ ร้ายที่สุด”

แม้จะรู้ทาง เห็นเค้าลางมาบ้าง แต่เมื่อถึงเวลาเด็ดขาด “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ คือคนสุดท้ายที่คุยได้ ไม่ทิ้งกัน

มาวันนี้ดูเหมือนจะไม่เป็นแบบนั้นอีกแล้ว จังหวะเคลื่อนของ “พี่ใหญ่” ขยับห่างออกไปทุกที จนแทบไม่มี “น้องตู่” อยู่บนเส้นทางเดียวกัน

สีหน้า แววตา “บิ๊กตู่” บ่งบอกถึงภาวะจิตใจ ปิดซ่อนไว้ไม่ไหว เพราะคนที่จะต้องปรึกษาก่อนใคร คือคนที่จะมาเสียบแทนตำแหน่งนายกฯ

ท่าที “บิ๊กป้อม” กับ “นายกฯสำรอง” สอดรับขับเคลื่อนรุนแรง ยากที่จะทำใจให้ไม่เชื่อ หรือเบือนหน้าหนี

วาระสุ่มเสี่ยงล้มคว่ำเก้าอี้นายกฯที่รออยู่ข้างหน้า ปรากฏชื่อ “พี่ป้อม” โยงใยเกี่ยวพันทั้งนั้น บางวาระก็ถูกมองไปถึงขั้น “ผู้บงการ”

กลืนไม่เข้าคายไม่ออก กับภาวะจนตรอก ต้องสู้เพียงลำพัง

หลังเปิดสภาฯ 22 พ.ค. ด่านแรกคือร่าง พ.ร.บ.งบประมาณฯ 2566 วาระสำคัญประจำปีที่บรรดาผู้แทนฯเริ่มแยกเขี้ยวข่มขู่ จะโหวตคว่ำให้นายกฯรับผิดชอบตามธรรมเนียมกฎหมายว่าด้วยการเงิน

บรรดา “ลิงทะโมน” พรรคเล็ก พรรคปัดเศษ แอ็กอาร์ตตีบทแตก ขึงขังตรวจสอบผสมโรงฝ่ายค้าน ตามยุทธศาสตร์ “ขย่มต้นกล้วย”

มุกตื้นๆ แต่รัฐบาลอาการไม่ค่อยดี ขู่เบาๆยังสะดุ้ง งานนี้มีสิทธิกล้วยหล่น เพื่อซื้อใจกันไว้ก่อน

เพราะคิวถัดไปศึกใหญ่ซักฟอก อภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่ว่ากันว่าอาจเป็น “ลานประหาร” มีเท่าไหร่ต้องใส่เต็ม ข่าวลือสะพัด 5 ล้าน จนถึง 30 ล้าน มาทันที

เซียนการเมืองอย่างนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐ ฟันธง 30 ล้านบาท แพงเกินไปสำหรับอายุรัฐบาลที่เหลืออยู่

อารมณ์ไม่ปฏิเสธการเมืองไทยขับเคลื่อนด้วย “กล้วย” แต่ข้องใจใครหน้ามืดทุ่มทุนสร้างแลกอำนาจไม่กี่เดือน

เรื่องนี้ไม่รู้ “บิ๊กตู่” ว่าไง เพราะถามยังไงก็ไร้คำตอบ ไล่ให้ไปหาหลักฐานมา อย่าพูดลอยๆ

คล้ายกับเมื่อครั้งถูกครหา “หิ้วหวีไป หิ้วหวีมา” กลางสภาเมื่อปีกลาย ก็ไล่ไปหาหลักฐานมา แต่สุดท้ายก็ไม่มี

เหลือบดูตัวแปรสำคัญ ค่ายใหญ่ฝ่ายค้าน “เพื่อไทย” ดันไปเต้นตามมุกเรียกราคาของพรรคเล็ก ถูกใช้เป็นเครื่องมือเสียเชิงพรรคใหญ่ กลายเป็นไม้หลักปักขี้เลน ทำได้ทุกอย่างเพียงเพื่อล้มรัฐบาล

เสื่อมไปถึงหลักการ จุดยืน อนาคตมัวหมอง และตอกย้ำคำนินทา “ฝ่ายค้านมือสมัครเล่น”

แต่หัวหอกที่ออกมาขับเคลื่อนร่วมกับพรรคเล็ก เหมือนจะไม่สนใจเรื่องพรรค์นี้ ยิ่งเป็นข่าว ยิ่งออกสื่อ ราคายิ่งพุ่งปรี๊ด เคลมไปถึงทางไกล ว่าตอนนี้มีเพิ่มอีกหลายเสียงในมือ

เหมือนแข่งกันเอาดีเอาชอบ กลุ่มนั้น กลุ่มนี้หาได้เยอะกว่า ล้มรัฐบาลได้แน่

การเมืองไทย พ.ศ.นี้ ขยับตรงไหนกลายเป็นเกมปั่นราคาไปเสียหมด

สุดท้ายแล้วศึกซักฟอกรัฐบาลจะรอดสันดอนไปได้ก็เพราะคนกลุ่มนี้นี่แหละ

เอาจริงๆแล้ว ชะตา “นายกฯตู่” แขวนอยู่ที่ปมวาระ 8 ปี ช่วงเดือน ส.ค.มากกว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะตีความสั้น-ยาวอย่างไร รอดหรือร่วงยังไม่รู้ชัด

แต่ที่รู้แน่ๆ ทั้งฝ่ายหนุนฝ่ายต้านพินอบพิเทาเข้าไปรุมอวย “บิ๊กป้อม” กันหมดแล้ว แทงหวยเต็ง จะเป็นผู้ก้าวขึ้นมาแทนที่ “บิ๊กตู่”

เพราะไม่ว่าช้อยส์ไหน นายกฯคนนอก-นายกฯขัดตาทัพ ก็ดูเหมาะสมกว่าใคร

มาแรงแซงทุกโค้ง ปาดหน้า 5 แคนดิเดตที่เหลืออยู่ในตะกร้า

จนมีคำถามดังขึ้นเรื่อยๆ คนที่เหลืออยู่ไม่เอาไหน ประเทศนี้มีแค่ 3 ป. ทางเลือกที่ดีกว่านี้ไม่มีแล้วหรือ

บรรดาผู้มีอำนาจที่ออกมาหนุน ทั้ง ส.ส.-ส.ว. นักต่อสู้คู่อุดมการณ์ค่ายเหลือง-แดง ช่วยตอบที

สิ่งนี้เพื่อประชาชน หรือมีเหตุผลอื่นใดซุกซ่อนไว้.

ทีมข่าวการเมือง