"วราวุธ" ย้ำเจอ "ยงยุทธ" ที่เชียงรายไม่ได้คุยการเมือง ไปทำงานแก้ปัญหาหมอกควัน ปัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขัดแย้งกับกรมชลฯ ปมเกาะพระทอง ยันทำตามหน้าที่

วันที่ 26 เม.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงการพบ นายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ที่จังหวัดเชียงราย มีการพูดคุยเรื่องการเมืองหรือไม่ว่า ไม่ได้คุยเรื่องสถานการณ์การเมือง แต่คุยกันเรื่องสถานการณ์หมอกควันไฟป่าที่ภาคเหนือ ซึ่งนายยงยุทธ เป็นหัวหน้าคณะทำงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องหมอกควัน ที่ตนไปเป็นการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สวทช. จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีนักวิจัยมาทำงานศึกษาเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการดูจุดความร้อนในไทยและประเทศเพื่อนบ้าน การทำงานดังกล่าวตนขอบคุณจังหวัดเชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำให้สถานการณ์จุดความร้อนและสถานการณ์หมอกควันภาคเหนือในปีนี้ดีขึ้นกว่าปีก่อนๆ ไม่มีอะไรในกอไผ่

นอกจากนี้ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แจ้งความเอาผิดองค์การบริหารส่วนตำบล เกาะพระทอง จังหวัดพังงา และสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดกลางที่ 15 กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากกรณีโครงการแก้มลิงเกาะพระทองบุกรุกป่าชายเลนและป่าสงวนโดยไม่ได้รับอนุญาตเนื้อที่กว่า 428 ไร่ ว่า ต้องดำเนินการตามกฎหมาย อันนี้เป็นที่น่าเสียดาย ทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้เร่งประสานงานและดูต้นสายปลายเหตุว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงไม่มีการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว จึงขอฝากประชาชนเวลาจะทำอะไรในพื้นที่ใด เวลาเราเห็นต้นไม้อยู่ปริมาณมาก แต่ละต้นใช้เวลานับสิบปีร้อยปีกว่าจะโตขึ้นมาให้คุณค่ารักษาสมดุลของโลก ก่อนที่จะตัดหรือทำอะไรอยากให้ทุกฝ่ายคิดให้ถี่ถ้วน ตรึกตรองให้ดีเสียก่อนเพราะการตัดมันง่ายใช้เวลาแป๊บเดียว อย่างพื้นที่ที่เกาะพระทองทราบว่าใช้เวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ มีเครื่องจักรขนาดหนักลงไปก็ราบพณาสูรไปแล้ว ดังนั้นการตัดเป็นเรื่องง่าย การปลูกเป็นเรื่องไม่ยาก แต่การรอเขาโตขึ้นมาและปกป้องชีวิตมนุษย์เป็นสิ่งที่ยากเหลือเกิน ฝากทุกฝ่ายก่อนตัดต้นไม้ขอให้พินิจพิเคราะห์ถึงผลดีผลเสียและความคุ้มค่าที่จะดำเนินการ

...

เมื่อถามว่าถือเป็นความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานหรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า ไม่ใช่เป็นความขัดแย้งและไม่อยากใช้คำว่าอุบัติเหตุเช่นกัน แต่บางครั้งการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนซึ่งมีกฎหมายหลายตัวในการทำงาน แต่เป็นเรื่องที่ไม่น่าเกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดไปแล้วขอย้ำไม่ใช่เรื่องขัดแย้ง เพราะเราเข้าใจบทบาทหน้าที่ของกรมชลประทาน ที่ดูแลเรื่องน้ำในการทำการเกษตร ขณะเดียวกัน หน้าที่กระทรวงทรัพยากรฯ มีบริบทในการอนุรักษ์ดูแลพื้นที่ ต่างฝ่ายต่างมีภารกิจหน้าที่แตกต่างกันไป แต่ย้ำไม่ใช่ความขัดแย้ง เพราะตนและผู้บริหารในกรมชลฯ รู้จักกันมานาน