ขอแสดงความชื่นชมยินดีต่อนายเสกสกล อัตถาวงศ์ เจ้าของฉายา “แรมโบ้อีสาน” ที่ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรี เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องอื้อฉาวที่เกิดขึ้น กรณีคลิปปริศนาเรื่องเงิน 15 ล้านบาท ทั้งที่ตนไม่ได้ทำผิด แต่ต้องลาออกเพื่อไม่ให้นายกรัฐมนตรีเสียหาย ด่างพร้อย
นายเสกสกลยอมลาออกจากผู้ช่วยรัฐมนตรี ตำแหน่งการเมืองที่เป็นทางการ กลายเป็น ส.ส.สอบตก เป็นองครักษ์ พิทักษ์นายกรัฐมนตรีอีกคนหนึ่งที่ต้องหลุดจากตำแหน่ง ต่อจากนายสิระ เจนจาคะ อดีต ส.ส. กทม. และ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี ที่กระเด็นตกเก้าอี้ไปก่อน ด้วยข้อหาการเมือง
น่าสังเกตว่ารัฐบาล “3 ป.” ที่สืบทอดอำนาจจากคณะรัฐประหาร ชอบมอบหมายให้ ส.ส.ประเภท “หัวหมู่ทะลวงฟัน” เป็นองครักษ์พิทักษ์รัฐบาล หรือรัฐมนตรี เช่น ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นองครักษ์พิทักษ์ เป็นขุนพลประจำตัว ของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายก รัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ
ร.อ.ธรรมนัสเป็นขุนพลผู้จงรัก ภักดีของหัวหน้าพรรค พปชร. แต่ต้องหลุดจากเก้าอี้รัฐมนตรี อันสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ ส่วนนายสิระกับ น.ส.ปารีณา ทำหน้าที่องครักษ์พิทักษ์นายก รัฐมนตรีในรัฐสภา ทั้งสองคนทำหน้าที่ด้วยความห้าวหาญและในที่สุดต้องหลุดจาก ส.ส. นายสิระถูกขุดคุ้ยประวัติ ระบุว่าขาดคุณสมบัติการสมัคร ส.ส.
ส่วน น.ส.ปารีณาโดนข้อหาที่แปลกใหม่ ฐานฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เป็น ส.ส.คนแรกที่ได้รับเกียรติ ถูกกล่าวหาทำผิดจริยธรรมร้ายแรง อันสืบเนื่องมาจากการครอบครองที่ดินรัฐ กว่า 600 ไร่ โดยไม่มีเอกสารสิทธิ ส่งผลกระทบนักการเมืองนับสิบๆคน ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านที่ครอบครองที่ดินรัฐ
“แรมโบ้” เป็นองครักษ์รายล่าสุด ที่ต้องหลุดจากตำแหน่ง และยอมลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ แม้จะอ้างว่าตนไม่ผิด และยืนยันจะต่อสู้ตามกระบวนการยุติธรรม ต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ที่มีข่าว ฉาวคาวโลกีย์ มีเสียงเรียกร้องให้พรรคแสดงความรับผิดชอบ แต่รองหัวหน้าพรรคยืนยันว่าไม่ต้อง เพราะเป็นเรื่องส่วนตัว
...
มีเสียงเรียกร้องให้คณะกรรมการพรรคลาออก ซึ่งหมายความรวมถึงหัวหน้าพรรค แต่รองหัวหน้าพรรคคัดค้าน เพราะถ้าต้องเปลี่ยนกรรมการพรรคทุกครั้งที่มีการทำผิด คงต้องเปลี่ยนกรรมการพรรคทุก 3–4 เดือน ทั้งยังตำหนิกรรมการพรรคที่นำเรื่องอื้อฉาวในพรรคมาเผยแพร่ ถือว่ามีความผิด ขาดวุฒิภาวะ เป็นงั้นไป!