นึกว่ารัฐบาลจะประกาศยุบสภา คืนอำนาจให้ประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิใช้เสียงเลือกตั้งใหญ่ ส.ส.ในเร็วๆนี้กันซะแล้ว หลังได้เห็นป้ายบิลบอร์ดขึ้นภาพหรา “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ บนทุกเส้นทางหลักถนนทางหลวง ที่มุ่งหน้าออกสู่ต่างจังหวัด
พอดี คุณชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ รีบออกมาชี้แจงดับความหวังกลุ่มคนที่กำลังเบื่อหน่ายกับการบริหารของรัฐบาล “3 ลุง” ว่า “บิ๊กป้อม” แกแค่อยากมาสวัสดีปีใหม่ไทยช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผู้คนเริ่มทยอยเดินทางกลับบ้านกันตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา อยากให้คนไทยทุกคนมีความสุข สุขภาพดี อยู่ดีกินดี เพราะไม่สามารถลงพื้นที่ไปอวยพรด้วยตัวเองได้ทั่วถึง จึงใช้ป้ายประชาสัมพันธ์สื่อคำอวยพรด้วยความปรารถนาดี ไปถึงประชาชนเท่านั้น ไม่มีนัยแอบแฝงใดๆ
ก็หวังว่าคำอวยพรของ พล.อ.ประวิตรจะช่วยประโลมจิตใจพี่น้องชาวไทยได้บ้าง เพราะสภาพเศรษฐกิจของครัวเรือนไทยส่วนใหญ่วันนี้ เงินในกระเป๋าชักหน้าไม่ถึงหลังกันทั้งนั้น ก็อย่างที่ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย เปิดผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์
พบว่าประชาชนส่วนใหญ่มองว่าบรรยากาศสงกรานต์ปีนี้ไม่คึกคักสนุกสนาน เนื่องจากประชาชนยังกังวลเรื่องของค่าครองชีพ ราคาสินค้า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ต้องประหยัดค่าใช้จ่าย รวมถึงส่วนหนึ่งมีหนี้สินเพิ่ม ทำให้ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ประชาชนจะใช้จ่ายลดลง 45.1% ซึ่งเป็นการใช้จ่ายลดลงต่ำสุด
พร้อมกับคาดการณ์ว่าเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ จะมีเงินสะพัด 106,772 ล้านบาท ลดลง 5.4% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 21.4% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปี 2562 ซึ่งเป็นปีปกติก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับว่าเป็นเม็ดเงินต่ำสุดในรอบ 10 ปีนับตั้งแต่ปี 2556
...
ทำให้สงกรานต์ปีนี้ค่อนข้างที่จะซึม เพราะยังไม่ชัดเจนว่าจะเล่นสงกรานต์อย่างไร เนื่องจากรัฐบาล โดย ศบค.เอง ก็ยังสับสนกับการกำหนดมาตรการ เพราะต้องถ่วงดุลกันให้ดีระหว่างการกระตุ้นเศรษฐกิจกับการควบคุมโรคโควิด-19
พูดถึงความหวังของคนไทยกับการเลือกตั้งที่ผมเกริ่นเอาไว้ข้างต้นแล้ว ชักเริ่มเอะใจว่าเราอาจจะได้ใช้กฎกติกาการเลือกตั้งแบบพิสดารพันลึก ประเภท “ไทยแลนด์โอนลี” กันอีกครั้ง หลัง “หมอระวี มาศฉมาดล” หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ และพวกได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญขอให้ตีความปมบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ว่าขัดเจตนารมณ์รัฐ ธรรมนูญปี 60 หรือไม่ ถึงกับยกตัวจะเป็น “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” ล้มกระดานบัตรเลือกตั้ง 2 ใบได้สำเร็จ
มาถึงบางอ้อก็ตอน “หมอระวี” แกเฉลยว่าได้มีการพูดคุยปรึกษาหารือกับผู้ที่มีความรู้ทางด้านกฎหมายระดับประเทศหลายท่าน ก็ได้แนะนำในการร่างคำร้อง ซึ่งมีเหตุผล มีน้ำหนักระดับหนึ่ง
และผมว่านักกฎหมายเหล่านี้คงไม่ใช่พวกชื่อชั้นธรรมดา น่าจะระดับเนติบริกรชั้นอ๋อง รอบรู้เหลี่ยมคูกฎหมายดี เลยทำให้พกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า ทั้งที่กระบวนการมันผ่านเลยจนรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ประเด็นบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้แล้ว
หรือถึงแม้จะฟาวล์เรื่องนี้ ก็ยังไปเล่นแร่แปรธาตุกันได้ ใน กมธ.แก้ไขกฎหมายลูก 2 ฉบับ เราอาจได้เห็นกฎหมายพิสดาร ที่หัว (รัฐธรรมนูญ) ไปทางหาง (กฎหมายลูก) ไปอีกทางก็ได้
แม้ฝ่ายรัฐบาลจะคุมอำนาจรัฐบริหารความสุขในขั้วพรรคร่วมรัฐบาลได้ แต่กระแสความนิยมกลับสาละวันเตี้ยลง แล้วยิ่งเกิดสถานการณ์ “ทีมองครักษ์พิทักษ์ลุงเป็นพิษ” ยิ่งฉุดกระแสดำดิ่ง โดยที่ผู้นำก็ปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม ไม่คิดจะจัดการอะไรให้มันโปร่งใสขึ้น
ถึงรัฐบาลจะลากถูลู่ถูกังกันไปจนครบเทอม โดยไม่สนใจความรู้สึกของชาวบ้านชาวช่อง ก็ต้องให้พี่น้องชาวไทยจดจำชื่อพรรคร่วมรัฐบาลเหล่านี้เอาไว้
ถึงวันที่อำนาจเป็นของเรา (แม้จะ 2 นาทีก็ตาม) ก็ใช้สิทธิตัดสินพิพากษาซะ.
เพลิงสุริยะ