วันเสาร์สบายๆวันนี้ต้องไปคุยเรื่อง การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.กันครับ แค่เปิดรับสมัครวันแรกก็ดูตื่นเต้นเร้าใจ เต็มไปด้วยบรรยากาศประชาธิปไตย ไม่ใช่บรรยากาศเผด็จการเหงาๆ คนกรุงเทพฯว่างเว้นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.มานานแล้ว นับตั้งแต่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม.เลือกตั้งคนสุดท้ายจากพรรคประชาธิปัตย์ ถูกดำเนินคดีในข้อหาทุจริต คณะปฏิวัติ คสช. ก็แต่งตั้ง พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ขึ้นเป็นผู้ว่าฯ กทม. มานานถึง 5 ปี 5 เดือน เพิ่งจะลาออกมาสมัครผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย ผลงานเป็นอย่างไรคนกรุงเทพฯได้สัมผัสมาแล้ว ฝนตก น้ำท่วม รถติด ท่อระบายน้ำตัน ก่อสร้างตึกสูงผิดกฎหมายในซอย ฝุ่นพิษพีเอ็ม 2.5 ตรอกซอยสกปรก สารพัดความทุกข์ของประชาชน
คณะปฏิวัติ คสช. 3 ป. พยายาม ดึงเกมการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มาจนปากฉีกแล้วฉีกอีกจนจะครบเทอมรัฐบาล 4 ปี จึงยอมให้เลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม. ไม่งั้นจะผิดรัฐธรรมนูญ
การสมัครผู้ว่าฯ กทม. วันแรกเป็นไปอย่างคึกคัก แม้ไม่มีกลองยาวก็คึกคัก ได้สัมผัสถึงกลิ่นอายของระบอบประชาธิปไตยอย่างชัดเจน ครึ่งวันแรก มีผู้สมัครอิสระและผู้สมัครจากพรรคการเมืองไปสมัครผู้ว่าฯ กทม. 17 คน ส.ก.อีก 300 กว่าคน และก็ได้เบอร์หาเสียงกันไปเรียบร้อย ผมอยากให้มีการจัดเวที “โชว์วิสัยทัศน์” ของ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่มีแนวโน้มจะแย่งชิงคะแนนกัน จะให้ทำโพลสำรวจกันก่อนก็ได้ ประเภทผู้สมัครไม้ประดับไม่ต้องจัดให้เสียเวลา เพื่อให้ประชาชนได้ข้อมูลเบื้องต้นก่อนตัดสินใจเลือกตั้ง
วันนี้ผมจะลองเลียบเคียงนโยบายของ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่เคยได้คะแนนโพลดี จากการสำรวจของสำนักโพลต่างๆเพื่อเรียกน้ำย่อยกันก่อน
...
เริ่มจาก คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครอิสระที่ได้คะแนนโพลนำมา เป็นอันดับ 1 จับได้หมายเลข 8 เจ้าตัวบอกว่า หมายถึง การทำงานแบบอินฟินิตี้ คือไม่มีวันสิ้นสุด ทำงานแบบไม่หยุดหย่อน มาในสโลแกน “กรุงเทพฯ เมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน” โดยมี 200 นโยบาย และ กรุงเทพฯ 9 ดี คือ ปลอดภัยดี เดินทางดี สุขภาพดี สร้างสรรค์ดี สิ่งแวดล้อมดี โครงสร้างดี บริหารจัดการดี เรียนดี และเศรษฐกิจดี ซึ่งล้วนเป็นจุดอ่อนของกรุงเทพฯในปัจจุบัน
คู่แข่งสำคัญของ คุณชัชชาติ เห็นจะเป็น พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. คสช.แต่งตั้งที่อยู่มา 5 ปีกว่า เพิ่งลาออกมาสมัครเป็นผู้ว่าฯ กทม. อีกสมัย จับได้เบอร์ 6 สโลแกน “กรุงเทพฯต้องไปต่อ” ด้วย นโยบาย 8 ด้าน เหมือนของ คุณชัชชาติ คนกรุงเทพฯอ่านไปคงขำไป มีนโยบายทำให้กรุงเทพฯเป็น เมืองป้องกันน้ำท่วม เมืองเดินทางสะดวก เมืองแห่งสุขภาพ เมืองใส่ใจสิ่งแวดล้อม เมืองปลอดภัย เมืองแห่งการเรียนรู้ เมืองดิจิทัล และเมืองดูแลคนทุกกลุ่มทุกวัย แล้ว 5 ปีกว่าที่เป็นผู้ว่าฯ กทม. ทำไมไม่ทำ
คู่แข่ง คุณชัชชาติ อีกคนก็คือ ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ จับได้เบอร์ 4 เจ้าตัวบอกว่า เลข 4 คือหนทางแห่งการดับทุกข์ หรือ อริยสัจ 4 มาพร้อมสโลแกน “เปลี่ยนกรุงเทพฯเราทำได้” มีนโยบายเปลี่ยนชีวิตคนกรุงเทพฯ 3 เรื่องหลักคือ 1.เรื่องปากท้อง เงินต้องเต็มบ้าน งานต้องเต็มมือ 2.เรื่องสาธารณสุข หมอมี สาธารณสุขดี ใกล้บ้าน 3.โรงเรียนดีอยู่ใกล้บ้าน เห็นทีจะเป็นงานช้างของ ดร.เอ้ ถ้าพูดแล้วทำไม่ได้
ผู้สมัครดังอีกคน แต่คะแนนโพลยังไม่เปรี้ยงคือ คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัครจาก พรรคก้าวไกล พรรคขวัญใจคนรุ่นใหม่ จับได้เบอร์ 1 มาในสโลแกน “สร้างเมืองที่คนเท่ากัน” พร้อม นโยบายหลัก 12 ด้าน เช่น วัคซีนฟรี เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ เด็กแรกเกิดถึง 6 ขวบ อุดหนุนค่าโดยสาร ฯลฯ ส่วน พรรคไทยสร้างไทย ของ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ส่ง “ผู้พันปุ่น” น.ต.ศิธา ทิวารี ลงชิงชัย จับได้เบอร์ 11 ด้วยสโลแกน “สร้างกรุงเทพฯที่ดีที่สุด”
ได้เห็นการเมืองที่เปลี่ยนไปก็ชื่นใจแล้ว กลิ่นหอมประชาธิปไตย เริ่มโชยมาแผ่วๆ.
“ลม เปลี่ยนทิศ”