เพื่อไทยยกธงขาวบัตรสองใบเบอร์เดียว “สมคิด” รับสภาพสู้ไม่ไหว ครม.-พปชร.-ส.ว. ผนึกกำลังเลือกระบบแยกเบอร์ รอไปสู้ต่อวาระ 2 ซัดผู้มีอำนาจกีดกันทุกอย่าง เหน็บกลัวมากอย่ามาเล่นการเมือง “สมชัย” ฉะสารพัดข้อเสียหมายเลขต่างกัน หาเสียงยาก กกต.จัดเลือกตั้งลำบาก ผิดพลาดสูง สิ้นเปลืองงบฯ“บิ๊กตู่” เมินผลโพล“พิธา” คะแนนนิยมแรงแซงหน้า ลั่นไม่บั่นทอนการทำงาน “บิ๊กป้อม” กระเตง “น้องตู่” เรตติ้งไม่ตกยังไปได้ “ก้าวไกล-ธนาธร” อ่วมกรมที่ดินจ่อเชือด “แม่เสี่ยเอก” รุกป่า เพิกถอน น.ส.3 ก. ทั้งของแม่-พี่สาวและตัวเองรวม 59 ฉบับ “พิธา” ป่วยเลื่อนแจง กกต.แก้ต่างคำร้องอภิปรายงบฯเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองฯ “ชัยธวัช” นำทีมแถลงโต้ทำหน้าที่ตรวจสอบการจัดสรรเงินภาษี ไม่เป็นเหตุยุบพรรค “โรม” โวยตัดงบฯไม่ได้จะมี ส.ส.ไว้ทำไม
พรรคเพื่อไทยรับสภาพสู้ไม่ไหวในชั้นกรรมา ธิการ หลัง ครม. พรรคพลังประชารัฐ ผนึกกำลัง ส.ว. คัดค้านไม่เอาบัตรเลือกตั้งสองใบเบอร์เดียวกัน เตรียมขอแปรญัตติไปสู้ต่อในชั้นการพิจารณาวาระ 2 ของรัฐสภา
พท.ยกธงขาวบัตรเบอร์เดียว
เมื่อวันที่ 29 มี.ค. นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะโฆษกกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.กล่าวว่าวันที่ 30 มี.ค. กมธ.นัดลงมติบัตรเลือกตั้งจะให้ใช้หมายเลขเดียวกันทั้ง ส.ส.เขตและ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หรือจะให้แยกกันคนละเบอร์ แต่แนวโน้มเสียงข้างมากใน กมธ. ที่นำโดย ส.ว. ครม.และพรรคพลังประชารัฐ จะลงมติให้แยกหมายเลขบัตรเลือกตั้งเขตและบัญชีรายชื่อเป็นคนละเบอร์ รวบรวมเสียงได้เกินครึ่ง หรือ 25 เสียงจากจำนวน กมธ.ทั้งหมด 49 แล้ว กมธ.ซีกฝ่ายค้านที่สนับสนุนใช้หมายเลขเดียวกันทั้งประเทศเต็มที่คงได้ไม่เกิน 15 เสียง ยอมรับสู้ไม่ได้ จะขอแปรญัตติไปสู้ในวาระ 2 ชั้นรัฐสภาอีกที เหตุผลที่พรรคเพื่อไทยและฝ่ายค้านต้องการให้มีเบอร์ผู้สมัครเป็นเบอร์เดียวทั้ง ส.ส.เขตและบัญชีรายชื่อ อำนวยความสะดวกให้จำง่ายเอาประชาชนเป็นตัวตั้ง บัตรเสียน้อย กกต.ทำงานง่าย
ซัดผู้มีอำนาจกลัวอย่าเล่นการเมือง
นายสมคิดกล่าวอีกว่าส่วนที่ นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ห่วงว่าการใช้ระบบเบอร์เดียวทั้งประเทศจะทำให้พรรคเพื่อไทยชนะแลนด์สไลด์ เกิดเผด็จการรัฐสภา ขอถามกลับแล้ววันนี้เรียกว่าเผด็จการอะไร ใช่เผด็จการเสียงข้างมากหรือไม่ การระบุว่าพรรคเพื่อไทยจะทำ แลนด์สไลด์ หากใช้บัตรเลือกตั้งแบบเบอร์เดียวกัน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับประชาชน ถ้าพรรคเพื่อไทยทำงานไม่ดีก็ไม่มีใครเลือก ควรเลิกอคติ เข้าข้างตัวเอง เมื่อถามว่าฝ่ายค้านไม่ชนะการลงมติเรื่องเบอร์ผู้สมัคร มีคนมองว่ามาจากใบสั่งผู้มีอำนาจ นายสมคิดตอบว่า ข่าวออกมาแบบนั้น หากจะกีดกันทุกอย่าง คิดมุมเดิมและกลัว ขอให้เลิกเล่นการเมือง อย่าสมัคร เป็นนักการเมืองแล้วกลัวการตอบคำถามประชาชน ไม่ต้องลงมาเล่นการเมือง
“สมชัย” ฉะแยกเบอร์มีแต่ข้อเสีย
นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และอดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กว่า มองไม่ออกว่าบัตรสองใบหมายเลขต่างกันมีข้อดีอย่างไร นึกไปเห็นแต่ข้อเสีย 1.ประชาชนจดจำยาก สับสน ข้ามเขตเป็นคนละเบอร์ การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งอาจไม่เป็นไปตามเจตนา 2. พรรคการเมืองหาเสียงยาก เขตเบอร์หนึ่ง พรรคเบอร์หนึ่ง สื่อสารถึงประชาชนให้เข้าใจตรงกันทำได้ยาก 3.กกต.จัดการเลือกตั้งยาก มีโอกาสผิดพลาดมากกว่า ต้องพิมพ์บัตรแตกต่างกันแต่ละเขตถึง 400 แบบ มีบัตรบัญชีรายชื่ออีกหนึ่งแบบรวมเป็น 401 แบบ 4.การเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งการเลือกตั้งนอกเขตและเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร กกต.ต้องส่งบัตรไปนอกเขตและต่างประเทศแห่งละ 401 แบบ มึนงงไปทั่ว สิ้นเปลืองมากขึ้น 5.โอกาสการเลือกตั้งผิดพลาด ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ประชาชนมีมากขึ้น เหตุผลต้องมีเบอร์แตกต่างกัน มีเหตุผลเดียวคือรัฐธรรมนูญมาตรา 90 ระบุให้พรรคต้องส่งผู้สมัครเขตก่อน จึงส่งผู้สมัครบัญชีรายชื่อได้ ยังไม่มีการแก้ไข หากใช้เทคนิคสมัครเขตแล้วยังไม่ให้เลข หลังจากนั้นเอาเลขผู้สมัครจากบัญชีรายชื่อมาสวมให้ผู้สมัครเขตให้หมายเลขเหมือนกันทั้งประเทศจะทำผิดรัฐธรรมนูญ
“สาธิต” ยัน ก.ม.ลูกไม่มีทางผิด รธน.
นายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะ ประธานคณะ กมธ.วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และพรรคการเมือง กล่าวว่า ถือว่าสูสี ต้องรอดูจะเสนอทางเลือกที่ 3 หรือไม่ แต่ร่างที่พิจารณาเป็นหลักไม่ได้มีรายละเอียดวิธีที่จะได้มาของแต่ละบัตรเลือกตั้ง แต่ร่างพรรคเพื่อไทยเสนอให้เปิดรับสมัคร ส.ส.เขตก่อน โดยยังไม่แจกเบอร์ เมื่อเปิดรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อและแจกเบอร์แล้วให้นำไปใช้ทั้งประเทศ การพิจารณากฎหมายจะอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญที่แก้ไขมา ต้องนำสถิติบัตรเสียและบัตรดีจากการเลือกตั้งโดยใช้บัตรทั้ง 2 แบบเป็นอย่างไร มั่นใจว่าเราร่างภายใต้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เชื่อว่าจะทำให้ไม่มีปัญหาและไม่ผิดรัฐธรรมนูญ ไม่กังวลบทบาท ส.ว.ทั้งในชั้น กมธ.และวาระ 2-3 เป็นเอกสิทธิ์ของสมาชิก
“บิ๊กป้อม” โยน กมธ.ชี้ขาดเบอร์ ส.ส.
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และพรรคการเมืองในประเด็นบัตรเลือกตั้งแบบเขตกับบัญชีรายชื่อจะใช้เบอร์เดียวกันหรือคนละเบอร์ ในวันที่ 30 มี.ค.ว่าแล้วแต่กรรมาธิการ เมื่อถามว่าได้พูดคุยกับ ส.ส.พรรค พปชร. รวมถึง ส.ว.ถึงแนวทางการโหวตจะเป็นอย่างไรหรือไม่ พล.อ.ประวิตรย้อนว่า “ผมต้องบอกคุณหรือ” เมื่อถามว่าหากมองความได้เปรียบเสียเปรียบคิดว่าควรเป็นแบบใดจะดีกว่า พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่รู้ๆ ไม่รู้ใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ” เมื่อถามย้ำว่าหากใช้บัตรสองใบเบอร์เดียว พรรคเพื่อไทย (พท.) อาจได้คะแนนแบบแลนด์สไลด์ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ไม่รู้ จะแลนด์สไลด์อย่างไร ไม่รู้ก็แล้วแต่ ส่วนพรรค พปชร.แล้วแต่ กมธ.”
เถียงแทนเรตติ้ง “บิ๊กตู่” ไม่ตก
พล.อ.ประวิตรให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน เรื่อง “การสำรวจคะแนนนิยมทางการเมืองจะสนับสนุนใครเป็นนายกรัฐมนตรี รายไตรมาส ครั้งที่ 1/2565” โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม มีคะแนนนิยมเป็นรองนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) ว่า “ยังไม่รู้เรื่องโพล แล้วโพลไปถามใครก็แล้วแต่ ถ้าไปถามเด็กก็ได้เด็ก ถ้าไปถามผู้ใหญ่ก็ได้ผู้ใหญ่” เมื่อถามว่า ประเมินคะแนนนิยม พล.อ.ประยุทธ์อย่างไร พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ไม่ตกๆยังไปได้ ไม่คิดว่าคะแนนตกลง เพราะผมยังเลือกนายกฯอยู่แล้ว” เมื่อถามว่าต้องทำโพลด้วยหรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ทำอยู่แล้ว เมื่อถามว่าถ้ารวมคะแนนความนิยมของนายพิธาและ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย มากกว่านายกฯ สะท้อนกระแสต้องการผู้นำคนรุ่นใหม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า แล้วแต่ เพราะคนรุ่นใหม่บางคนเขาไม่เอาก็มี ที่เอาก็มี แล้วแต่ประชาชนว่าใครจะเลือกใคร เมื่อถามว่าหลังเลือกตั้งพรรค พปชร.กับพรรคเพื่อไทย (พท.) จะจับมือกันได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ก็บอกว่าไม่รู้ ยังไม่รู้ ต้องให้เลือกตั้งให้เสร็จก่อนว่าใครจะได้อะไรอย่างไร ไปพูดก่อนได้ไหม”
นายกฯกระตุ้นใช้พลังงานสะอาด
เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมนตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนการประชุมนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง พร้อมผู้บริหารธนาคารเพื่อการส่งออกและนําเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) และผู้บริหารบริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศ ไทย) จำกัด (AMITA) ในเครือบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) (EA) เข้าพบนายกฯประชาสัมพันธ์กิจกรรม “ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งประเทศไทย สร้างโลกสะอาดด้วยพลังงานที่ยั่งยืน” โดยนายกฯชื่นชม ขอให้เน้นย้ำสร้างการรับรู้ให้ประชาชนทราบความสำคัญการใช้พลังงานสะอาด ทำให้มีส่วนร่วมเข้าถึงได้
เผย ครม.ไม่ถกรถไฟฟ้าสีเขียว
ช่วงเช้าก่อนการประชุม ครม.เกิดกระแสข่าวลือว่าจะมีการนำวาระสัญญาโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้าสู่การพิจารณา ขณะที่รัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยลาไม่เข้าร่วมประชุม เพราะนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ลาที่ประชุม ครม.ครึ่งวันเช้า หลังไปฉีดวัคซีนบูสเตอร์เข็ม 5 เมื่อวันที่ 28 มี.ค. แล้วมีอาการป่วยเล็กน้อยและมาร่วมประชุมช่วงบ่าย ส่วน น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ รมช.เกษตรฯลาป่วย ต่อมาเวลา 14.00 น. ภายหลังประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์โดยมีนายอนุทินยืนด้านหลังว่า ครม.พูดคุยกันหลายเรื่อง ทุกคนเครียดกันหมด สถานการณ์บ้านเมืองหลายเรื่องประเดประดังเข้ามา ทั้งการแพร่ระบาดโควิด-19 สงคราม เศรษฐกิจ เราหารือกันทั้งในรอบ นอกรอบ ทุกคนรับปากว่าจะร่วมมือกันทำงานให้ดีที่สุดในนามรัฐบาล ที่ประชุม ครม.ยังไม่มีการพิจารณาการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว ยังต้องสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เกิดความเข้าใจร่วมกัน อย่าให้เป็นประเด็นความขัดแย้งอีกเลย ไม่มีอะไรทั้งสิ้น ไม่อยากให้มีการขัดแย้งอะไรกันมากมายนัก
เมินโพลคะแนนนิยม “พิธา” แซงหน้า
เมื่อถามว่า นายกฯเห็นอย่างไรเกี่ยวกับผลสำรวจนิด้าโพลระบุคะแนนนิยมนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล แซงหน้า พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “เรื่องนี้ผมไม่รู้จะตอบอะไร เรื่องโพลเป็นเรื่องของโพลไป” เมื่อถามว่า นายกฯสงสัยหรือไม่ว่า ทำงานหนักขนาดนี้แล้วทำไมผลโพลยังออกมาตรงข้าม พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ผลออกมาเหมือนไม่ได้ทำอะไรอย่างนั้นหรือ ยืนยันว่าไม่บั่นทอนการทำงานของนายกฯ เพราะนิสัยของผมไม่เคยหลบหนีปัญหาอยู่แล้ว” เมื่อถามถึงกระแสข่าวมีการส่งคนไปเจรจากับนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ และศึกซักฟอก พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “คุยกับใคร คุยได้เหรอ คุยได้หรือเปล่า” ก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไป
“ลุงตู่” แวะเดินตลาดรับฟังปัญหา
ต่อมาเวลา 16.30 น. นายกฯออกจากทำเนียบรัฐบาล ไปที่ตลาดทรัพย์สินพัฒนาหรือตลาดสะพานขาวถนนหลานหลวง แขวงสี่แยกมหานาค เขตดุสิต กทม. พบปะให้กำลังใจกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าและรับฟังปัญหาเศรษฐกิจ นายกฯได้พูดคุยสอบถามพ่อค้าแม่ค้า พร้อมอวยพรให้ค้าขายดีๆขอให้เข้าใจปัญหาเศรษฐกิจที่ทุกคนกำลังประสบ ยืนยันรัฐบาลไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ที่ผ่านมาพยายามเต็มที่เพื่อแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ขอให้เชื่อมั่นรัฐบาลมุ่งมั่น ตั้งใจจริงที่จะทำให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขอให้อดทนและขอให้มีสติ ก้าวผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปพร้อมกันและนายกฯได้ทักทายพูดคุยประชาชนที่มาซื้อของ บอกให้ช่วยกันอุดหนุนซื้อสินค้ากระตุ้นเศรษฐกิจ ระหว่างนายกฯเลือกซื้อสินค้า มีประชาชนเข้ามาให้กำลังใจ พร้อมขอถ่ายรูปเป็นที่ระลึก
ครม.สกัดร่าง พ.ร.บ.พรรคก้าวไกล
ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ในการประชุม ครม.วันที่ 29 มี.ค. ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สรรพสามิตที่เสนอโดยสภาฯหรือร่าง พ.ร.บ.สุราก้าวหน้าของพรรคก้าวไกล นายจุติ ไกรฤกษ์รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้แสดงความเห็นว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นเกมการเมือง รู้อยู่แล้วว่าเอาเข้ามาอย่างไรก็ไม่ผ่าน ถึงเวลาเลือกตั้งจะใช้เรื่องนี้ไปหาเสียงให้ประชาชนเลือกมาเป็นรัฐบาล เพื่อผลักดันกฎหมายให้ผ่านให้ได้ ทั้งที่ความเป็นจริงมีข้อกังวลปัญหาด้านสุขภาพ ต้องควบคุมกระบวนการผลิต ไม่ใช่ใครอยากผลิตอะไรก็ได้ ขอให้กระทรวงการคลังไปดูรายละเอียด ถ้าจะผลักดันเรื่องนี้อาจแก้ไขกฎกระทรวงบางเรื่อง ไม่ต้องทำเป็นร่าง พ.ร.บ.เข้ามาอีก ขณะที่นายกฯกล่าวเสริมว่า การออกนโยบายต่างๆของพรรคการเมือง เช่น ให้เงินประชาชนคนละ 3,000 บาทหลังเกษียณ ลองคิดดูว่าวงเงินต้องใช้งบฯเท่าไหร่ เอาเงินมาจากไหน พูดโดยไม่ดูภาระงบฯ หาเสียงไปก่อนไม่ดูสภาพความเป็นจริง แล้วสอบถามนโยบายนี้ต้องใช้งบฯเท่าไหร่ นายจุติได้คำนวณให้ฟังว่าต้องใช้งบฯจำนวนมาก
ตีตก ก.ม.สมรสเท่าเทียมใช้ร่างรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของสภาฯหรือกฎหมายสมรสเท่าเทียม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่าหลักเกณฑ์และความต้องการของร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เหมือนกับร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิตของรัฐบาลที่ยังช้าอยู่ติดอยู่ที่กระทรวงยุติธรรม จึงอยากให้กระทรวงยุติธรรมเร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ.คู่ชีวิต เพื่อมาใช้แทนร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของสภาฯที่เสนอมา โดยที่ประชุมมีมติตีตกไป ขณะที่ช่วงท้ายการประชุม ครม.มีการรายงานปัญหาความยากจนเสนอโดยสภาฯ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดารมว.มหาดไทย เสนอแนะอยากให้เร่งแก้ไขปัญหาความยากจนให้เห็นเป็นรูปธรรมในเดือน พ.ค.-ก.ย.65นายกฯจึงได้สั่งการว่า ขอความร่วมมือทุกกระทรวงบูรณาการความร่วมมือให้เห็นผล และอยากให้ทุกคนนำเสนอว่าได้ทำอะไรไปบ้าง
กรมที่ดินจ่อฟัน “แม่ธนาธร” รุกป่า
นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีความคืบหน้าข้อพิพาทที่ดินใน จ.ราชบุรีของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่ถูกกล่าวหาบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนว่า ส่วนใหญ่เป็นอย่างนั้นตามที่ทราบข้อเท็จจริงกันอยู่ อาจมีบางแปลงที่เป็นพื้นที่คาบเกี่ยวกัน เมื่อถามว่าขั้นตอนต่อไปควรเพิกถอนเอกสารสิทธิหรือไม่ นายนิพนธ์ตอบว่า เมื่อสอบสวนได้ความจริงเป็นที่ยุติแล้ว หน่วยงานต่างๆยืนยันว่าที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนจริง อยู่ในเขตป่าถาวรต้องดำเนินการตามกฎหมาย อธิบดีกรมที่ดินมีอำนาจหน้าที่นี้ คาดว่า 1-2 วันนี้จะทราบว่าเป็นอย่างไรเพราะข้อมูลของกรมป่าไม้มาถึงกรมที่ดินเมื่อวันที่ 25มี.ค.65
เพิกถอน น.ส.3 ก. “สมพร–ธนาธร”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 มี.ค. กรมที่ดินได้เผยแพร่ข่าวประชาสัมพันธ์กรณีการตรวจสอบเพื่อพิจารณาการเพิกถอนสิทธิหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3 ก.) ใน ต.ด่านทับตะโก ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี 60 ฉบับ เนื้อที่รวม 2,154-3-82 ไร่ เป็นของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ 53ฉบับ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ 5 ฉบับ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ 2 ฉบับ โดยคณะกรรมการสอบสวนมีคำสั่งเพิกถอน น.ส.3ก.ดังกล่าว 59 ฉบับ เนื้อที่2,111-1-69 ไร่ ออกปี 2521 ตั้งอยู่ในเขตป่าไม้ถาวร“ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี (หมายเลข 85)” ที่ประกาศเป็นเขตป่าสงวนแห่งชาติเมื่อปี 2527 ฝ่าฝืนมาตรา58 แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน และห้ามออก น.ส.3ก.ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 2 ปี 2497 ข้อ 3กรมที่ดินจึงมีคำสั่ง อธิบดีกรมที่ดินที่ 747/2565 ลงวันที่29 มี.ค.2565 เพิกถอน น.ส.3ก.ทั้ง 59 ฉบับ
กก.โต้อภิปรายงบฯไม่ได้ล้มล้าง
เมื่อเวลา 10.10 น. ที่อาคารอนาคตใหม่นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมนายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคและ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล แถลงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหนังสือถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เชิญไปให้ถ้อยคำกรณีน.ส.เบญจาอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ว่า สืบเนื่องจากมีผู้ยื่นคำร้องต่อ กกต.ว่าการอภิปรายร่าง พ.ร.บ.งบฯ 65 เมื่อเดือน ส.ค.64 ของ ส.ส.พรรคก้าวไกล รวมถึงการเผยแพร่เนื้อหาการอภิปรายหลังจากนั้น ถือเป็นการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา92 (2) แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง กกต.ยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสั่งยุบพรรคได้ หากรวบรวมข้อเท็จจริงและมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำดังกล่าวจริง เมื่อวันที่ 18 มี.ค.คณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงของ กกต.ทำหนังสือถึงนายพิธาเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงที่ถูกร้องและเชิญไปให้ถ้อยคำวันที่ 29 มี.ค. แต่นายพิธาติดเชื้อโควิดจึงแจ้งเลื่อนไปก่อน จะไปให้ถ้อยคำโดยเร็วหลังหายดีแล้ว
ไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ไม่เป็นเหตุถูกยุบ
นายชัยธวัชกล่าวต่อว่า ขอชี้แจงว่า 1.ตามบันทึกการแจ้งข้อเท็จจริงและรับทราบข้อเท็จจริงที่ กกต.ส่งมาถึงนายพิธาให้โต้แย้งประเด็นที่ถูกร้อง ระบุถึงเนื้อหาการอภิปรายงบฯส่วนราชการในพระองค์ของ น.ส.เบญจาเมื่อวันที่ 21 ส.ค.64 รวมถึงการนำข้อมูลการอภิปรายดังกล่าวไปเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊กและเว็บไซต์พรรคก้าวไกล แต่กลับไม่ได้ระบุให้ชัดเจนว่าข้อความหรือการกระทำใดเข้าข่ายเป็นการกระทำอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามมาตรา92 (2) การแจ้งข้อเท็จจริงดังกล่าวมีแต่ความคลุมเครือไม่ชัดเจน ทั้งที่ข้อกล่าวหาร้ายแรงถึงขั้นยุบพรรคการเมืองได้ 2.พรรคขอยืนยันว่าการอภิปรายงบฯส่วนราชการในพระองค์ เป็นการทำหน้าที่ตามปกติที่ผู้แทนราษฎร พึงกระทำในการตรวจสอบและเสนอแนะ เพื่อทำให้การจัดสรรงบฯในทุกหมวด ทุกกระทรวง ทุกหน่วยรับงบฯที่มาจากภาษีประชาชนโปร่งใสเหมาะสมและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน เรามั่นใจว่าการกระทำของ ส.ส.ก้าวไกล ไม่ใช่การกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามที่ถูกกล่าวหา ไม่เป็นเหตุอันชอบธรรมที่นำไปสู่การยุบพรรคได้
“เบญจา” ย้ำทำหน้าที่ฝ่ายนิติบัญญัติ
ขณะที่ น.ส.เบญจากล่าวว่า ยืนยันว่ากระบวนการพิจารณางบประมาณประจำปีและหน้าที่ในการอนุมัติงบประมาณรายจ่ายเป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่สภาฯจะมีส่วนร่วมพิจารณา ตรวจสอบ แก้ไขและปรับปรุงให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ได้อภิปรายตามรายการที่แสดงเป็นชื่อโครงการและหน่วยงานรับงบฯตามที่ปรากฏในเอกสารงบฯทั้งสิ้น ถ้าเรามีจิตใจเป็นธรรม ไม่สนใจชื่อหน่วยงานรับงบฯ แต่มีหน่วยงานรับงบฯที่ขอจัดสรรงบฯเข้ามา อธิบายให้เหตุผลตัวเลขเพิ่มขึ้นและลดลงของงบฯไม่ได้เลย ไม่มีเอกสารประกอบขอจัดสรรงบฯ เชื่อว่าถ้าเห็นงบที่ขอจัดสรรไม่เหมาะสมเช่นนี้ เราคงต้องทำหน้าที่เสนอตัดงบฯตามสมควรแน่การที่ กกต.เชิญไปชี้แจง ยังมั่นใจกรณีนี้และในฐานะ ส.ส.จะยังทำหน้าที่พิจารณาตรวจสอบงบประมาณต่อไป
“โรม” ลั่นถ้าตัดงบฯไม่ได้มี ส.ส.ไว้ทำไม
นายรังสิมันต์กล่าวว่า ทั้งหมดนี้คือการทำให้ ส.ส. และสภาฯ ไม่สามารถทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็น หากมองอย่างเป็นธรรม การมีหน่วยงานของบประมาณจากประชาชนก็ต้องพิจารณาในสภาฯอยู่แล้ว การที่เราอภิปรายว่าควรจะตัดลดงบประมาณอย่างไรนี่คืออำนาจที่เรามี ถ้าไม่สามารถทำแบบนี้ได้ จะมีสภาผู้แทนราษฎรและ ส.ส.ไว้ทำไม เพราะสุดท้ายการตัดลดงบฯไม่สามารถทำได้เลย เมื่อพยายามจะทำก็โดนร้อง โดนดำเนินคดี เพื่อนำไปสู่การยุบพรรคนี่คือการสร้างความกลัว ไม่ใช่แค่พรรคก้าวไกล แต่คนที่ร้องคนที่เป็นผู้กำกับต้องการแสดงไปถึง ส.ส.ทุกคน พรรคจะไม่ยอมให้เกิดความกลัวนี้ต่อไป จะเดินหน้าทำหน้าที่เป็น ส.ส.ของประชาชนอย่างแท้จริง
“ชลน่าน” ซูฮกพลังเด็กรุ่นใหม่
วันเดียวกัน ที่โรงแรมสเตย์วิท นิมมานเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทยเป็นประธานพิธีเปิดโครงการผู้นำฝ่ายค้านพบประชาชนประจำปี 2565 โดย นพ.ชลน่านกล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า เป็นเวทีที่ 2 มุ่งหวังฟังความคิดเยาวชนที่ต้องเติบโตเป็นผู้รับผิดชอบบ้านเมืองในอนาคต จะรวบรวมปัญหานำไปสู่การแก้ไขตามกระบวนการของฝ่ายค้านต่อไป โดยเฉพาะนโยบายด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สร้างงานและสร้างโอกาสให้เยาวชนในอนาคต ได้เห็นมิติการมีส่วนร่วมของเยาวชนด้านการเมืองที่เป็นเรื่องใหม่ ไม่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ต้องยอมรับว่าการมีส่วนร่วมของเยาวชนขณะนี้มีขึ้นโดยไม่ผ่านการจัดตั้ง แต่มีผลพวงมาจาก ส.ส.รุ่นใหม่ที่เป็นต้นแบบหรือไอดอลให้เยาวชน เวทีนี้จึงถ่ายทอดประสบการณ์และแรงบันดาลใจในการทำงานการเมืองของ ส.ส.รุ่นใหม่ให้กับกลุ่มเยาวชน
“เสรีพิศุทธ์” ปูดจ่อแจกกล้วยต่ออายุ
ที่ชุมชนศักดิ์เจริญ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 3 พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย พร้อม ส.ส.พรรคเสรีรวมไทย และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ลงพื้นที่นำถุงยังชีพไปแจกจ่ายประชาชน โดย พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ให้สัมภาษณ์ว่า เห็นนายกฯบอก ครม.เร่งประชาสัมพันธ์ผลงานรัฐบาลที่มีมากมาย บอกบางฝ่ายจ้องโจมตี ทั้งที่รัฐบาลทำงานเยอะ พูดไม่จริง ตีโพยตีพาย โทษคนอื่นแต่ไม่โทษตัวเองเป็นต้นเหตุปัญหา ไร้ความสามารถบริหารบ้านเมือง หากประชาชนไว้วางใจพรรคเสรีรวมไทยการเลือกตั้งครั้งหน้า ตนมีแนวทางแก้ปัญหาปากท้องที่เห็นชัดกว่าทุกวันนี้ปัญหาลอตเตอรี่เกินราคาตั้งทีมทำงานมากี่ปีแล้ว เมื่อก่อนทำไมไม่ลงมือหรือมีอะไรบางอย่างที่คนใกล้ชิดมีเอี่ยว แต่วันนี้คนนั้นไปแล้ว จึงจัดการปราบลอตเตอรี่แพง แก้ปัญหาปาหี่เอาตัวรอดไร้รูปธรรม คนไล่ทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ไม่รู้ร้อนรู้หนาวห่วงเก้าอี้ตัวเอง ส.ส.บางคนเคยสนับสนุนย้ายพรรคไปแล้ว แปลว่าอยู่กันไม่ได้ ได้ยินว่าเร็วๆนี้จะมีการแจกกล้วยช่วยต่ออายุให้นายกฯ กล้วยเหล่านั้นมาจากไหน แจกเพื่ออะไร ได้ตั้งทีมงานตรวจสอบเรื่องนี้แล้ว หากพบหลักฐานชัดเจน ไม่ปล่อยให้การแจกกล้วยเกิดขึ้นให้สภาฯเสียชื่อเสียงแน่นอน
“ประภัสร์” ปั้น กทม.เป็นบ้านมีสุข
นายสุธา ชันแสง ผู้บริหารพรรคไทยสร้างไทยกล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทยเปิดกองอำนวยการการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.โดยนายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทยเป็น ผอ.การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก. นายโภคินพลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ เป็น ผอ.นโยบายพัฒนา กทม. และตนเป็นประธานคณะกรรมการบริหารพื้นที่ภาค กทม. ด้านนายประภัสร์ กล่าวว่า พรรคไทยสร้างไทย มุ่งมั่นตั้งใจอย่างยิ่งในการสร้างกรุงเทพฯให้ดีที่สุด เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และเศรษฐกิจที่รุ่งเรืองของชาวกรุง จึงได้คัดสรรผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ที่มีดีเอ็นเอพรรค นำนโยบายของพรรคไป สร้างกรุงเทพฯให้เป็นบ้านที่มีความสุขของคนกรุงเทพฯ พร้อมคัดสรรผู้สมัคร ส.ก.ที่มีความรู้ มีคุณภาพ มีจิตวิญญาณผู้รับใช้ประชาชน
“วินท์” ส่ง “ศศิกานต์” ชิงผู้ว่าฯ กทม.
นายวินท์ สุธีรชัย ผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยยูไนเต็ด โพสต์ลงเฟซบุ๊กว่า กลุ่มใส่ใจที่ก่อตั้งโดยคนรุ่นใหม่ มุ่งมั่นพัฒนาความเป็นอยู่ของคนกรุงเทพฯ แต่ด้วยสังคมที่เน้นชายเป็นใหญ่ยังไม่มีคนที่ใส่ใจเข้ามาดูแลคนส่วนใหญ่ ดังนั้นกลุ่มใส่ใจต้องการผลักดันคนรุ่นใหม่ “จิ๊บ” ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ อดีตผู้บริหารธุรกิจมาเกือบ 20 ปี และมีประสบการณ์ทำงานที่เข้าใจผู้สูงอายุและผู้ด้อยโอกาสเป็นอย่างดี ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. เพื่อปรับเปลี่ยนการทำงานราชการในกรุงเทพฯที่มีปัญหาให้เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ได้เน้นย้ำนโยบายกรุงเทพฯปลอดภัย ใส่ใจสุขภาพ พัฒนาการศึกษา เพื่อพรุ่งนี้ที่ดีกว่าเดิม จะแถลงเปิดตัวนโยบายเป็นทางการวันที่ 4 เม.ย. เวลา 13.30 น.
ข่าวสงครามพ่นพิษเด้ง ผอ.ช่อง 5
ผู้สื่อข่าวรายงานจากกองทัพบก (ทบ.) ว่ากรณี พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผบ.ทบ. ประธานกรรมการบริหารกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์กองทัพบก มีคำสั่งให้ พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก (ททบ.5) พ้นจากหน้าที่ ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.เป็นต้นไป เนื่องจากไม่สบายใจต่อกระแสวิพากษ์ วิจารณ์หลังจากวันที่ 23 มี.ค. ททบ.5 แจ้งเชิญสื่อมวลชนมาร่วมงานแถลงข่าวความร่วมมือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารของ ททบ.5 กับรัสเซีย-จีน-อิหร่านในวันที่ 24 มี.ค. แต่คล้อยหลังมีกระแสข่าวนายกฯ กังวลว่าไม่เหมาะสม ต้องแจ้งยกเลิกการแถลงข่าว ต่อมา ผบ.ทบ. มีคำสั่งไม่ให้นำเสนอข่าวรัสเซีย-ยูเครน กระทั่งวันที่ 28 มี.ค. รายการเที่ยง ททบ.5 ที่มีบริษัทเอกชนร่วมผลิตรายการเสนอข่าวดังกล่าว ททบ.5 ตัดสัญญาณทันที ทำให้บริษัทเอกชนตัดสินใจถอนตัวทุกรายการ ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยว เป็นเรื่องภายใน แต่รัฐบาลมีนโยบายอย่าไปร่วมขัดแย้ง เสนอข่าวด้วยข้อเท็จจริง ถ้าวิเคราะห์มากเกินไปบางทีเกิดปัญหาภาพรวมประเทศ ข้อสำคัญเราอยู่ในองค์กรไม่ว่าสหประชาชาติกลุ่มนั้นกลุ่มนี้ ต้องระมัดระวัง ไม่ให้เกิดผลกระทบ