สกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.โพสต์เฟซฯ ลุย เขตทุ่งครุ-บางขุนเทียน เสนอ เชื่อมต่อ “ล้อ ราง เรือ” เดินเรือ EV ในคลองบางมดเชื่อมกับสถานีรถไฟฟ้า ช่วยลดเวลาเดินทางประชาชน

วันที่ 27 มี.ค. สกลธี ภัททิยกุล ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.โพสต์เฟซฯ ลุย เขตทุ่งครุ-บางขุนเทียน เสนอ เชื่อมต่อ “ล้อ ราง เรือ” เดินเรือ EV ในคลองบางมดเชื่อมกับสถานีรถไฟฟ้า ช่วยลดเวลาเดินทางประชาชน เร่งแก้กัดเซาะ ชายฝั่งบางขุนเทียน 

ทุ่งครุ…บางขุนเทียน

วันนี้ผมมาลงพื้นที่เขตทุ่งครุกับบางขุนเทียนครับ ทั้ง 2 เขตเป็นเขตที่มีคลองสาขาเยอะมากครับ แต่มีปัญหาคือเรื่องน้ำทะเลหนุนทำให้น้ำในคลอง มีค่าความเค็มเป็นอุปสรรคกับการเพาะปลูก ที่ยังมีอยู่เยอะ เดิมปลูกส้มเยอะมากๆ หลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของ “ส้มบางมด” แต่หลังๆ มีการปลูกมะพร้าวเข้ามาแทนที่ เพราะทนต่อน้ำกร่อยได้มากกว่าครับ การแก้ปัญหา คือ ต้องพิจารณาทำประตูระบายน้ำบางจุดเพื่อควบคุมการปล่อยน้ำ

ผมพูดเสมอครับว่า เขตแต่ละเขตมีปัญหาและความต้องการที่ต่างกัน การแก้ปัญหาและวางนโยบายจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจแตกต่างกันครับ เขตทุ่งครุ ยังมีบางจุดที่น้ำประปายังเข้าไม่ถึงชุมชน ดังนั้นการจัดสรรงบประมาณนอกจากสาธารณูปโภคใหญ่ๆ ที่ต้องสร้างแล้ว ความเดือดร้อนของประชาชนในแน่ละเขต ยังต้องใส่ใจด้วยครับ อีกเรื่องคือเขตทุ่งครุมีคลองสาขามาก ในอดีตคลองเป็น “หน้าบ้าน” พอถนนความเจริญเข้าถึงคลองกลายเป็น “หลังบ้าน” ปัญหาการบุกรุกคลองและทิ้งขยะ ต้องใส่ใจปลูกจิตสำนึกและสำนักงานเขตต้องลงลุยเก็บอย่างต่อเนื่องครับ

อีก 1 เรื่องที่น่าทำและเกี่ยวโดยตรงกับนโยบายการขนส่งสาธารณะดีกว่านี้ได้ของผมคือการเชื่อมต่อ “ล้อ ราง เรือ” ครับ คลองหลักในเขตนี้คือคลองบางมดครับ ถ้าเดินเรือไฟฟ้า EV ตามคลองบางมดไปประมาณ 9 กม. จะไปเจอสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียว สถานีวุฒากาศ ครับ รวมถึงในอนาคตถ้ารถไฟฟ้าสายสีแดงเสร็จ จะไปเจอสถานีดาวคะนองในระยะทางไม่ถึง 5 กม. ครับ จะทำให้พี่น้องประชาชนแถวนี้ เชื่อมต่อการเดินทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้นครับ และน่าจะเร็วกว่าการใช้รถบนถนนประมาณครึ่งชั่วโมงด้วยระยะทางที่เท่ากันครับ

ปิดท้ายที่เขตบางขุนเทียน ผมได้นั่งรถและปั่นจักรยานไปสำรวจสภาพแนวป่าโกงกางและการกัดเซาะชายฝั่งของกระแสน้ำทะเลครับ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันกระแสน้ำทะเลได้กัดเซาะพื้นดินเข้ามาทุกปี ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันถูกกัดเซาะไปแล้วร่วม 5 กม. ครับ หลายหน่วยงานได้พยายามแก้ไขปัญหาในจุดนี้ ซึ่งต้องทำประกอบกันทั้งสร้างแนวกั้นที่เป็นทั้งไม้ไผ่และคอนกรีตเพื่อให้เกิดการทับถมของแนวดินและทำขยับไปเรื่อยๆ ครับ ที่ผ่านมาภาคเอกชนและภาครัฐได้เข้ามาช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง แต่ต้องทำต่อไปครับ เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและผังเมืองครับ จุดนี้ยังทำเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ได้อีกด้วยครับ ช่วงเย็นๆ จะมีประชาชนที่อาศัยอยู่แถวนี้ปั่นจักรยานและวิ่งออกกำลังเป็นจำนวนมากครับ