“เป็นร่างแต่ไม่เป็นรูป” รองเลขาฯ เพื่อไทย กระทุ้ง “บิ๊กตู่” ถามทำผิดรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เหตุ "ปฏิรูปตำรวจ" ไม่สำเร็จใน 1 ปี หลังเกิดเหตุดัง ทั้งบอส-หมอกระต่าย-แตงโม แนะ เร่งทำผลงานให้คนจำ ก่อนคนจะลืม
วันที่ 27 มี.ค. นางสาวอรุณี กาสยานนท์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2557 วันที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.ในขณะนั้น ได้ประกาศปล้นอำนาจจาก นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมประกาศอย่างขึงขังที่จะปฏิรูปกิจการตำรวจ หลังจากนั้นได้บรรจุการปฏิรูปวงการตำรวจไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี 2560 โดยในมาตรา 258 (ง) กำหนดเรื่องการปฎิรูปกระบวนการยุติธรรม และยังระบุในมาตรา 260 ระบุว่า ให้เร่งดำเนินการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ภายใน 1 ปี ในระหว่างทางได้เกิดสารพัดคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปตำรวจ ไม่ต่ำกว่า 5 คณะ ได้แก่
1. คณะกรรมาธิการปฏิรูปกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ในช่วงเดือนตุลาคม 2557
2. คณะกรรมาธิการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ในปี 2558
3. คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม (ตำรวจ) ในปี 2560 (พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน)
4. คณะกรรมการแก้ไขร่างกฎหมาย พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ในเดือนมีนาคม ปี 2561 (นายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน)
5. คณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ในเดือนมีนาคม 2562 (นายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน)
ดร.อรุณี กล่าวว่า จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ผ่านมา 5 ปีแล้ว ร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปฏิรูปตำรวจ ยังไม่แล้วเสร็จ จึงมีความเคลือบแคลงสงสัยว่า พล.อ.ประยุทธ์ กำลังกระทำผิดรัฐธรรมนูญ หรือไม่ เพราะในรัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 260 ระบุว่า ‘ให้เร่งดำเนินการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมภายใน 1 ปี’ เหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ ที่เคยมุ่งมั่นจะปฏิรูปวงการตำรวจในช่วงแรกที่ฉีกรัฐธรรมนูญ เมื่อเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี แรงจึงแผ่วลง ทั้งที่แบกความรับผิดชอบต่อหน้าที่ภายใต้หมวกนายกรัฐมนตรี ที่ต้องมีมากกว่าหัวหน้าคณะรัฐประหาร ทั้งยังไม่เคยเร่งรัดให้การพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ เป็นไปอย่างรวดเร็ว เพื่อเร่งฟื้นคืนศรัทธาประชาชนในระบบยุติธรรม ที่คนไทยอยากเห็น เพราะทุกวันนี้พี่น้องประชาชนตั้งคำถามกับการทำหน้าที่ของตำรวจ ผู้ผดุงความยุติธรรมเป็นอย่างมาก ว่า ได้ทำหน้าที่สุดความสามารถแล้วหรือไม่ ทำงานคุ้มค่ากับภาษีที่จ่ายไปหรือไม่ และยิ่งเกิดคดีความของบุคคลที่มีชื่อเสียงที่ตำรวจมีส่วนสำคัญในการตรวจสอบหาพยานหลักฐาน พยานบุคคล ยิ่งมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ตัวอย่าง "บอส อยู่วิทยา" และ "หมอกระต่าย" จนมาถึงกรณีของ "แตงโม" ประชาชนเกิดคำถาม ตั้งข้อสงสัย ช่วยกันหาหลักฐาน ช่วยกันส่งเสียงไม่อยากให้คดีเงียบหายไป ช่วยกันเป็นหูเป็นตา มองข้ามที่จะพึ่งพาระบบไปแล้ว ดังนั้นความมุ่งหวังของประชาชน คือ อยากเห็นการปฏิรูปประเทศ ปฏิรูประบบยุติธรรม ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก่อนครบวาระการเป็นรัฐบาล โดยควรทำงานให้ประชาชนมองเห็นเป็นรูปเป็นร่าง มีผลงานที่จับต้องได้บ้างเสียที ฟื้นความเชื่อมั่นประชาชนโดยเร็ว
...
“ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งใจที่จะปฏิรูปตำรวจจริงๆ ต้องทำได้ เพราะท่านมีอำนาจล้นมือ ยิ่งในเวลาที่ผู้คนเสื่อมศรัทธากับระบบและกระบวนการยุติธรรม รัฐบาลยิ่งต้องทำให้ดี ท่านควรเร่งสร้างผลงานให้ประชาชนจดจำ เพราะอภิปรายไม่ไว้วางใจช่วงที่พรรคร่วมฝ่ายค้านจะยื่นต่อประธานสภาในเดือนพฤษภาคมนี้ รอบนี้พรรคเพื่อไทยมีหลักฐานเด็ด อย่ามีแต่คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูป ขอผลงานการปฏิรูปตำรวจอย่างเป็นรูปธรรม” ดร.อรุณี กล่าว