“บิ๊กตู่” ขอบคุณทุกคำอวยพรวันเกิด 68 ปี ลั่นมุ่งมั่นทุ่มเททุกวันพาชาติฝ่าวิกฤติ “สมคิด” กระทุ้งทำบุญเบิร์ธเดย์ไขก๊อกทิ้งเก้าอี้ สร้างอานิสงส์ใหญ่หลวง “ชูวิทย์” โอ่ พท. เป็นรัฐบาลล้างหนี้ 9 ล้านล้านหมดใน 4 ปี “อีโต้อีสาน” ตอก “แรมโบ้” ห่วงนายตัวเองก่อนห่วง “แพทองธาร” จ่อเจอจุดจบซ้ำรอยเผด็จการรุ่นพี่ “อนุทิน” อวย “อุ๊งอิ๊ง” เลือดใหม่เพิ่มทางเลือกให้ประชาชน แจกลูกยออนาคตเป็นนายกฯได้อยู่แล้ว เคลียร์ทางโล่ง “ทักษิณ-เนวิน” ไร้ปมค้างคาใจ “บิ๊กน้อย-ธรรมนัส” ลุยปักธงสมุทรสาคร ขอเหมาหมด 4 ส.ส.เขต ปชป.ติวเข้มทีมสนามเมืองกรุง “เฉลิมชัย” แขวะผู้ว่าฯ กทม.ไม่ใช่โบนัสคนเกษียณอายุราชการ
สืบเนื่องในโอกาสวันที่ 21 มี.ค. เป็นวันคล้ายวันเกิดครบ 68 ปีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โดยนายกฯได้กำชับขอให้ข้าราชการระดับสูงที่ได้เข้าพบอวยพรช่วยกันทำงานขับเคลื่อนประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤติไปให้ได้
68 ปี “บิ๊กตู่” รับดอกไม้พระราชทาน
เมื่อวันที่ 21 มี.ค. เวลา 09.00 น. ที่ห้องสีงาช้าง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พระราชทานแจกันดอกไม้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เนื่องในวันคล้ายวันเกิดครบ 68 ปี ต่อมาเวลา 09.30 น.ที่ห้องทำงานนายกฯชั้น 2 ตึกไทยคู่ฟ้า เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เลขาธิการสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามอบดอกไม้อวยพรวันเกิดนายกฯ โดยนายกฯได้มอบพระปิดตากรมหลวงชุมพร รุ่นมั่งมี ศรีสุข เป็นที่ระลึก ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯเปิดเผยว่า นายกฯขอบคุณและขอให้ช่วยกันทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน
...
ขอทุกคนช่วยทำงานเพื่อชาติ-ปชช.
ขณะที่นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดสำนักนายกฯ เปิดเผยว่า นายกฯขอให้พรนั้นส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนทุกหน่วยงานมีความสุข มีสุขภาพแข็งแรงและเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนงานของรัฐบาลต่อไป ขอบคุณหัวหน้าส่วนราชการและเจ้าหน้าที่ทุกคนทุกหน่วยงาน พวกเราคือครอบครัวเดียวกัน ขอให้ทุกคนช่วยกันทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติ ช่วยกันขับเคลื่อนงานต่างๆของรัฐบาลให้เป็นไปตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติและแผนระดับต่างๆที่กำหนดไว้ และมุ่งหวังให้ประเทศชาติผ่านวิกฤติต่างๆที่เกิดขึ้นไปให้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื่องด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ปีนี้นายกฯจึงไม่ได้เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าอวยพร ให้ส่งเป็นหนังสือหรือบัตรอวยพรแทน โดยรองนายกรัฐมนตรีได้ส่งแจกันดอกไม้มาร่วมอวยพรนายกฯ ก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์จะเข้าปฏิบัติภารกิจที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้เดินทางเข้าพบนายกฯที่บ้านพักในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ เพื่ออวยพรวันเกิด
ลั่นมุ่งมั่นทุ่มเททุกวันคือวันทำงาน
จากนั้นเวลา 15.00 น. นายธนกรกล่าวอีกครั้งว่านายกฯน้อมรับทุกคำอวยพรและการ์ดข้อความแสดงความปรารถนาดี เนื่องในวันเกิดครบ 68 ปี ได้ฝาก ขอบคุณคนไทยทุกคน โดยเฉพาะชาวเน็ตทุกคนที่อวยพรผ่านเอกสาร สื่อโซเชียล ขอให้มีความสุขทุกคน ทุกคำอวยพรเป็นการส่งมอบพลังและกำลังใจจากพี่น้องคนไทยถึงนายกฯโดยตรง ยิ่งทำให้มุ่งมั่น ตั้งใจ ทุ่มเททำงานเพื่อเร่งสร้างโอกาสใหม่ๆ สำหรับคนไทยและประเทศให้เป็นพลังพลิกโฉมประเทศไทย พร้อมย้ำว่าวันเกิดไม่ได้ถือเป็นวันพิเศษอะไร ยังคงเข้ามาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อติดตามการดำเนินงานของทุกส่วนราชการตามปกติ ปัญหาประเทศรอไม่ได้ ทุกวันคือวันทำงานสำหรับประเทศชาติและประชาชน ด้วยอายุที่มากขึ้นยิ่งสั่งสมประสบการณ์และความรอบรู้ในการแก้ไขปัญหาบ้านเมืองให้มากยิ่งขึ้นไป
“อนุทิน” มอบพระปางประทานพร
เมื่อเวลา 15.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและ รมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์ก่อนนำพระพุทธสิริไตรรัฐเข้าอวยพรวันเกิดนายกฯว่าจะนำพระพุทธสิริไตรรัฐ สูง 19 นิ้ว เป็นพระที่ประดิษฐานอยู่ที่สามเหลี่ยมทองคำ มอบให้นายกฯเป็นพระปางประทานพร มีพุทธคุณทางด้านคุณธรรม คนมีคุณธรรมพระเป็นเครื่องยึดเหนี่ยว แต่เราต้องทำดีด้วย ทำไม่ดีอะไรก็คุ้มครองไม่ได้ ทั้งนี้เราต้องให้กำลังใจนายกฯให้สุขภาพแข็งแรง คิดหวังสิ่งใดขอให้สมความปรารถนา วันเกิดใครเราปรารถนาดีกับเขาทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใคร คนเราจะมีความสุขบางทีวันเกิดตัวเองเราก็มีความสุข เราต้องปรารถนาดีต่อกัน
ยินดี “อุ๊งอิ๊ง” เพิ่มทางเลือก ปชช.
นายอนุทินกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีฝ่ายค้านเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจ กระทรวงสาธารณสุขพร้อม สิ่งที่เราทำมาตลอดคงไม่มีอะไรออกนอกแนว เรื่องการทุจริต ไม่หวังดีต่อประชาชน ไม่มีอยู่แล้ว จะตอบให้เข้าใจว่ากระบวนการวิธีการเป็นอย่างไร ส่วนที่นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค หัวหน้าพรรคไทรักธรรมจะพูดคุยกับรัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายนอกรอบยิ่งดี จะนัดมาถามหรือถามผ่านสื่อก็ได้ ถ้าเราตอบเขาได้ฟังขึ้น มีเหตุผลขอให้แฟร์ๆ ออกมาช่วยชี้แจงประชาชนให้เข้าใจ สำหรับกรณีพรรคเพื่อไทยเปิดตัว น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย วันนี้คึกคักทุกพรรค เพราะเหลือ 1 ปีพอดี เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยเปิดตัว น.ส.แพทองธาร ลูกสาวนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะทำให้ได้คะแนนเยอะหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อย่าไปดูแค่ว่าเป็นลูกสาวนายทักษิณ แต่ต้องมองว่าเขาเป็นรุ่นใหม่ ความรู้ดี ครอบครัวดี ความตั้งใจจะมารับใช้บ้านเมือง ลองนึกสภาพเขาต้องมาลำบากเช่นนี้หรือไม่ เขาตั้งใจจะมาเป็นทางเลือกรับใช้ชาติบ้านเมือง คนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือประชาชน จะได้มีทางเลือกเยอะ ทุกคนต้องแข่งขันกัน ขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ สุดท้ายผู้ตัดสินใจคือประชาชน
อวยอนาคตเป็นนายกฯได้
เมื่อถามว่า น.ส.แพทองธารจะเป็นนายกฯได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า อนาคตเป็นได้อยู่แล้ว ใครที่มีความตั้งใจให้กับบ้านเมืองเป็นได้หมด เห็นน้องเขาตั้งแต่ตามคุณพ่อไปประชุมนานาชาติ สมัยอายุ 15-16 ปี เมื่อถามว่า หากมองว่าดีเช่นนี้ อนาคตจะร่วมงานกันได้หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า เอาไว้เป็นเรื่องของอนาคต เมื่อถามว่า มีโอกาสใช่หรือไม่ที่จะเกี่ยวดองกันระหว่างครอบครัว ภูมิใจไทยกับพรรคเพื่อไทย นายอนุทินกล่าวติดตลกว่า “ต้องครอบครัวเดียว มีหลายบ้านไม่ได้ มีหลายบ้านแล้วหัวแตก ทุกอย่างจะจบที่ผลการเลือกตั้ง” เมื่อถามย้ำว่า หากผลการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์เกิน 250 ที่นั่ง นายอนุทินกล่าวว่า เขาก็ตั้งรัฐบาลพรรคเดียว เมื่อถามอีกว่า แล้วจะไปร่วมหรือไม่ นายอนุทินย้อนว่า จะเป็นได้อย่างไรหากเขาได้ 250 เขาเป็นคนกำหนด ถ้าไม่ถึง 250 เสียงแล้วไม่ถึงเท่าไหร่ ทุกอย่างต้องรอผลการเลือกตั้ง สิ่งสำคัญตอนนี้อย่าไปคิดว่ารวมกับใคร รวมเมื่อไหร่ แต่ต้องคิดว่าจะมีนโยบายอะไรออกมาแล้วประชาชนเลือก เมื่อถามว่า ประเมินว่าเลือกตั้งครั้งหน้า ภท.จะติด 1 ใน 3 อันดับแรกหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องถามประชาชน หากเลือกได้เลือกอันดับ 1 แต่มันเลือกไม่ได้ ต้องให้ประชาชนตัดสิน
เคลียร์ “ทักษิณ-เนวิน” ไม่มีอะไรกัน
เมื่อถามว่า มีคนเตือน น.ส.แพทองธารว่าจะตกอยู่ในชะตากรรมเดียวกับพ่อและอา นายอนุทินกล่าวว่า การมุ่งมั่นตั้งใจทำให้กับบ้านเมืองด้วยเจตนาสุจริต เจตนาทำคุณประโยชน์ให้ประชาชนและบ้านเมือง ยิ่งกว่ามีเกราะป้องกัน ประชาชนจะป้องกันคุณเอง เมื่อถามว่า การร่วมมือเป็นเรื่องของอนาคตนั้น ระหว่างนายทักษิณ กับนายเนวิน ชิดชอบ เรื่องที่ค้างคาจบแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าไม่ได้มีอะไร ที่เป็นข่าวเป็นการวิเคราะห์และประเมินของสื่อ ของคนที่อยู่นอกเวที คนที่อยู่ในเวทีการเมืองเขาบอกแล้วว่าไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวร เราขัดแย้งกันได้ เห็นไม่ตรงกันได้ เดินคนละเส้นทางกันได้ แต่ส่วนตัวเราไม่ทำร้ายกัน ไม่เกลียดกัน หลังๆมีแนวทางนี้ เราต้องดึงกลับไปให้ได้ การเห็นต่างเป็นสิ่งที่ดีในระบอบประชาธิปไตย แต่ต้องไม่นำความเห็นต่างนั้นพกกลับไปบ้านแล้วไปหาวิธีแก้แค้น อันนั้นไม่ถูกต้อง ไม่ถือเป็นระบอบประชาธิปไตย แย่ยิ่งกว่าเผด็จการ หากจะเอาความเกลียดชังส่วนตัวไปมุ่งมั่นทำลายกัน ใช้ไม่ได้ เมื่อถามย้ำว่า ปัจจุบันนายทักษิณและนายเนวินไม่ได้มีเรื่องส่วนตัวกันแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทินตอบว่า “ผมว่ากาลเวลามันก็...คนก็อายุมากขึ้น อะไรมากขึ้น แต่ไม่มีอะไรกัน เท่าที่ทราบไม่มีการพบปะกัน ไม่มีการพูดคุยอะไรกัน”
“สมคิด” แนะผู้นำไขก๊อกทำบุญวันเกิด
นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงวันคล้ายวันเกิดปีที่ 68 ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม ว่า ขอให้มีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง วันนี้ เป็นวันเกิดไม่อยากต่อว่านายกฯ แต่ไหนๆอายุครบ 68 ปีแล้ว อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ย้อนกลับไปดูการ ทำงานที่ผ่านมาว่าสมควรจะพอกับการเป็นนายกฯแล้วหรือยัง เพราะที่ผ่านมาประชาชนรู้ดีว่าอะไรเกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้ แล้วท่านเองควรรับรู้ด้วยเช่นกันว่าประชาชนลำบากแค่ไหน อยากให้นายกฯรู้จัก คำว่าพอ เพราะเป็นคำง่ายๆ อย่าไปเชื่อคนรอบข้าง กลุ่มอำนาจ ทั้งหลายว่านายกฯเก่งแล้ว ดีแล้ว เลิศประเสริฐศรีแล้ว ความจริงไม่ใช่ ขอให้ย้อนกลับไปดูความเป็นจริง และอยากแนะนำว่าไหนๆต้องทำบุญวันเกิด ขอให้ทำบุญวันเกิดด้วยการลาออกจากตำแหน่งจะได้อานิสงส์ใหญ่หลวง เพราะประชาชนทั้งประเทศจะได้ประโยชน์
พท.โอ่เป็น รบ.ใช้หนี้ 9 ลล.จบใน 4 ปี
นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานีและประธาน ส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การลงพื้นที่พบปะกับชาวบ้านทำให้รู้ถึงปัญหาความเดือดร้อนเกษตรกร แม่ค้า พ่อค้า วินมอเตอร์ไซค์ ทุกคนต่างเดือดร้อนจากการบริหารงานของรัฐบาล จากการพูดคุยสอบถาม หากมีการเลือกตั้งรอบหน้าจะเลือกใคร พรรคอะไร ปรากฏว่าถ้าคุยกัน 10 คน จะเลือกพรรคเพื่อไทยถึง 6 คน ทำให้มีความมั่นใจว่าในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง และ กทม. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเลือกเพื่อไทยถึง 60 เปอร์เซ็นต์ เท่าที่ตนประเมินคาดว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเพื่อไทยจะได้ ส.ส.เขต 250 คน บัญชีรายชื่ออีก 30 คน รวมแล้ว 280 เสียง พรรคก้าวไกลได้ ส.ส. 20 คน เสรีรวมไทย 7 คน ประชาชาติ 5 คน เพื่อชาติอีก 5 คน ทำให้มั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะได้เป็นรัฐบาลแน่นอน และขณะนี้พรรคมีความพร้อมในการเลือกตั้ง ผู้สมัครเตรียมไว้ครบหมดแล้ว นโยบายมีความพร้อมเป็นนโยบายที่พูดได้ ทำได้ แต่ขอยังไม่เปิดเผย เพราะกลัวโดนลอกการบ้าน เชื่อว่าหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล หนี้ที่รัฐบาลก่อขึ้นกว่า 9 ล้านล้านบาท จะถูกใช้หมดในเทอมที่พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ภายใน 4 ปีหน้าอย่างแน่นอน
ดูกันเอง “อุ๊งอิ๊ง” แคนดิเดตนายกฯ
“ส่วนที่ถามกันมาก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยจะเป็นใคร อยากให้ลองสังเกตการจัดกิจกรมของพรรค การจัดงานครอบครัวเพื่อไทย ที่ จ.อุดรธานี เป็นแคมเปญใหญ่ของพรรคครั้งที่ 2 คุณอุ๊งอิ๊ง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ได้มาร่วมงานการจัดแคมเปญใหญ่ ในการประชุมใหญ่ของพรรคครั้งแรกที่ จ.ขอนแก่น เมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว คุณอุ๊งอิ๊งก็มาร่วมงาน ได้มาร่วมงานทั้งสองครั้ง ส่วนจะใช่หรือไม่ใช่แคนดิเดตนายกฯของพรรค อยากให้ประชาชนลองสังเกตเอาเองก็แล้วกัน” นายชูวิทย์กล่าว
“อีโต้” ซัด “แรมโบ้” ห่วงนายก่อนดีกว่า
นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกฯ ออกมาโจมตี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ต้องเผชิญชะตากรรมแบบ นายทักษิณ และ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯหากไม่ยุติบทบาททางการเมืองว่า นายเสกสกลคงไม่เข้าใจว่า น.ส.แพทองธารมีเสรีภาพเสนอความคิดเห็นทางการเมืองตามกติกาประชาธิปไตย หากจะตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสิทธิตามกฎหมายและรัฐธรรมนูญที่ลูกพี่ของนายเสกสกลยกร่างขึ้นมาเพื่อสืบทอดอำนาจ นายเสกสกลไม่มีสิทธิไปห้ามหรือข่มขู่ใครที่จะเล่นการเมือง ที่อ้างว่าห่วงใย น.ส.แพ ทองธาร ควรห่วงลูกพี่ตัวเองดีกว่า ถูกก่นด่าสาปแช่งทั้งประเทศจากการบริหารประเทศ จะมีจุดจบเหมือนเผด็จการรุ่นพี่หรือไม่ เมื่อต้องลงจากหลังเสือไม่มีตำแหน่ง หากไม่ถูกคนในหมู่คณะที่รุมสุมหัวกันยึดอำนาจมาไล่เช็กบิล จะถูกพี่น้องประชาชนขับไล่ก็ได้
เศรษฐกิจไทยลุยปักธงสมุทรสาคร
เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ จ.สมุทรสาคร พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย พร้อม ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรค น.ส.ธนพร ศรีวิราช เหรัญญิกพรรค น.ส.จอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ส.ส.สมุทรสาคร นายคมสัน พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกพรรค ร่วมพิธีเปิดศูนย์ประสานงานพรรคเศรษฐกิจไทย ต.บ้านแพ้ว อ.บ้านแพ้ว มีนายวัฒนา แตงมณี นายก อบต.พันท้ายนรสิงห์และตัวแทนผู้บริหาร อบต. และประชาชนมาต้อนรับในงานได้แจกต้นกระท่อม 3 พันต้นให้ประชาชน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ต้องการมาฟังเสียงชาวสมุทรสาคร ได้รับเสียงตอบรับอย่างดี นายวัฒนา นายก อบต.พันท้ายนรสิงห์ อาสาลงเป็นผู้สมัคร ส.ส.เขต อ.เมือง นายภัฎ สุริวงษ์ ประธานก่อตั้ง RCC รักบ้านแผ้ว จะเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เช่นกัน ยังมีตามมาอีกหลายคน
ขอเหมาหมด ส.ส.ทั้ง 4 เขต
จากนั้นเวลา 14.00 น. พล.อ.วิชญ์และ ร.อ.ธรรมนัส เดินทางไปที่ศาลพ่อพันท้ายนรสิงห์ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง มอบถุงยังชีพให้ประชาชนในพื้นที่ 500 ครอบครัว มีนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล สมาชิกพรรคเศรษฐกิจไทยร่วมด้วย โดย พล.อ.วิชญ์กล่าวว่า ไม่ใช่นักการเมืองอาชีพ แต่มาทำหน้าที่เพื่อบ้านเมือง ต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข ประชาชนมีความสุข เรามี ส.ส.สมุทรสาคร 1 คนแล้วคือ น.ส.จอมขวัญ จากนี้ขอเสียงสนับสนุนให้เศรษฐกิจไทยที่จะส่งผู้สมัครครบทุกเขต ด้าน ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมามีผู้แทนฯ สมุทรสาคร 3 คน แต่ครั้งนี้เพิ่มเป็น 4 คน ถึงเวลาแล้วที่ชาวพันท้ายนรสิงห์จะสนับสนุนนายวัฒนาเข้าไปนั่งในสภาฯ อันทรงเกียรติ เราพร้อมปักหลักเขตนี้อีก 1 เขต ด้าน น.ส.จอมขวัญ กล่าวว่า ตนทำงานดูแลประชาชนมาคนเดียวโดยตลอด ครั้งหน้าขอให้มีเพื่อนอีก 3 เขตที่เหลือเข้ามาร่วมดูแลประชาชนด้วยกัน จากนั้นเวลา 15.00 น. พล.อ. วิชญ์ ร.อ.ธรรมนัสร่วมกันทาสีประตูบ้านผู้สูงอายุยากไร้ พร้อมเงินช่วยเหลือและอุปกรณ์ไฟฟ้า
“สนธิรัตน์” ชูจุดแข็งทีม ศก.พร้อมสุด
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่โรงแรมหรรษา กรุงเทพฯ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ ผู้ร่วมก่อตั้งพรรคสร้างอนาคตไทย พบปะสื่อมวลชน พร้อมเปิดเผยว่า ตั้งเป้าส่งผู้สมัคร ส.ส. 400 เขต เน้นคนรุ่นใหม่ เป็นทางเลือกใหม่ ผสมผสานนักการเมืองมากประสบการณ์อย่างลงตัว เป็นจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมือง ก้าวออกจากเดดล็อกการเมืองของประเทศ เราต้องการเป็นตัวเลือกหาทางออกให้ประเทศไทย โดยมีทีมเศรษฐกิจที่พร้อมที่สุด จะทยอยเปิดนโยบายและบุคลากรด้านเศรษฐกิจ ต้นเดือน เม.ย. จะประชุมใหญ่ประจำปีจะเห็นโครงสร้างพรรคชัดเจน ส่วนจะเสนอนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ เป็นแคนดิเดตนายกฯ หรือไม่ยังมีเวลา ถึงเวลาเหมาะสมจะเปิดตัว พรรคให้ความสำคัญคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ มากกว่าตัวบุคคล ต้องมีความรู้ความสามารถ มีประสบการณ์แก้ไขปัญหาประเทศได้ ประวัติการทำงานพิสูจน์ได้ สะอาด โปร่งใส เป็นที่ยอมรับของต่างชาติ ในโอกาสวันคล้ายวันเกิดของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ขอให้เข้มแข็ง ประสบความสำเร็จในการนำพาประเทศผ่านพ้นวิกฤติ ขอเป็นกำลังใจเอาใจช่วย เพราะนายกฯ แบกภาระของประเทศไว้มาก ขอให้มีสิ่งดีๆที่คอยหนุนให้นำพาประเทศต่อไปได้
“เสี่ยต่อ” ชี้ผู้ว่าฯ กทม.ไม่ใช่โบนัสคนแก่
เมื่อเวลา 13.35 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีการจัดงานสัมมนาผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) และ ผอ.ศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และ ส.ก.ประจำเขต มีนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า ยุคนี้พรรคพร้อมเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้คน กทม. ทั้ง ส.ก.50 เขต และผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.เรามีผลงานเป็นรูปธรรม จับต้องได้ ไม่มียุคใดทำได้ ต่อมานายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค บรรยายพิเศษหัวข้อ “รวมพลัง ปชป. สู่ชัยชนะ” ตอนหนึ่งว่า เก้าอี้ผู้ว่าฯ กทม.ไม่ใช่โบนัสสุดท้ายของผู้เกษียณราชการ จะไม่มีประโยชน์อะไร ถ้าตัวผู้ว่าฯ ไม่มุ่งมั่นบริหารราชการ พรรคเราเป็นสถาบันการเมือง มั่นใจว่ามีพื้นฐานคะแนนพรรครองรับอยู่ทุกเขต ให้ดูนโยบายหมัดเด็ด ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ ต้องทำได้ทันทีและเป็นของแท้ ขอให้มั่นใจการเลือกตั้งครั้งนี้ว่าเราจะประสบความสำเร็จแน่นอน
“ดร.เอ้” ลั่นไม่นั่งโต๊ะเซ็นแฟ้มลุยพื้นที่
ด้านนายสุชัชวีร์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นบ้านที่อบอุ่นที่สุด มั่นใจบ้านหลังนี้ยังเป็นที่พึ่งให้ประชาชนได้ตลอดไป จึงไม่มีวันท้อและมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนกรุงเทพฯได้แน่ 3 เดือนได้ลงพื้นที่ครบทั้ง 50 เขต เดินมาแล้วเกือบล้านก้าว ทุกเขตมีปัญหาแตกต่างกัน ถ้าได้เป็นผู้ว่าฯ กทม.จะไม่นั่งติดโต๊ะเซ็นแฟ้มอยู่ที่ศาลาว่าการ กทม. แต่จะลงพื้นที่แต่ละเขตร่วมแก้ไขปัญหา ผู้ว่าฯต้องไปเหยียบกองขยะ เดินถนน ฟุตปาทเหมือนชาวบ้าน ต้องเข้าใจคลองทุกเส้น ทำงานร่วมกับ ส.ก. เราจะทำงานแบบยกทีม ไม่ใช่ผู้ว่าฯมาเดี่ยวๆ
“อัครเดช” ฉะ “อันวาร์” ทำ ปชป.เสียหาย
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส.ราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนายอันวาร์ สาและ ส.ส.ปัตตานี กล่าวหาว่านายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์หัวหน้าพรรค และนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคไม่ชอบหน้าว่า เป็นเรื่องเข้าใจผิดของนายอันวาร์เอง ที่ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนเผด็จการไม่เป็นความจริง การตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาลเป็นมติเสียงส่วนใหญ่ของพรรค ที่อ้างว่าคนส่วนใหญ่ไม่พอใจคือใคร ขอให้เอาหลักฐานมายืนยัน อย่ากล่าวอ้างลอยๆ บอกว่ารักพรรคแต่สิ่งที่แสดงออกไม่เป็นผลดีกับพรรค ไม่เคยให้เกียรติเลขาธิการพรรค มีแต่ ทำให้พรรคเสียหาย ประธานคณะ กมธ.การพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญาที่นั่งอยู่ เป็นพรรคอื่นโดนยึดคืนแล้ว
พรรคเล็กเล็ง 2 ทางเลือกหนีตาย
นายพิเชษฐ สถิรชวาล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพปชร.ในฐานะหัวหน้ากลุ่ม 16 กล่าวถึงการร่วมทานอาหารของ ส.ส.พรรคเล็กกับนายกฯที่ผ่านมาว่า ไม่ใช่ต่อรองผลประโยชน์นักการเมือง ได้เสนอให้รัฐบาลผลักดันออกกฎหมายเพื่อประชาชน โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.บำนาญผู้สูงอายุเป็นกฎหมายการเงิน นายกฯต้องลงนามรับรอง ส.ส.กลุ่ม 16 มี 18 คน จากพรรคเล็ก ไม่ได้รวมตัวเพื่อโค่นล้มรัฐบาล แต่รวมตัวหาทางออกช่วย ส.ส.พรรคเล็กกลับมาเป็น ส.ส.สมัยเลือกตั้งหน้า จะนัดหารือ 1-2 ครั้งต่อเดือน หลังกติกาเลือกตั้งแก้ไขไปใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ทางหนี ทีไล่ของพรรคเล็กเบื้องต้นมี 2 แนวทางคือ 1.การควบรวมพรรคเล็ก 2.ย้ายไปสังกัดพรรคใหญ่ กรณีควบรวมพรรค ส.ส.ที่เป็นหัวหน้าพรรค ครั้งหน้าต้องลงเลือกตั้ง ส.ส.เขต จะมีโอกาสเข้าสภาฯ หากได้ 4.5 หมื่นคะแนนจะชนะเลือกตั้งได้ แต่หากลงเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อต้องใช้ 3.5-4 แสนคะแนน ถ้าย้ายไปสังกัดพรรคใหญ่ หากหัวหน้าพรรคย้ายไป เชื่อว่าพรรคใหญ่ยินดีต้อนรับ พรรค พปชร.ก็พร้อมต้อนรับ
เผย 3 สูตร กมธ.คิดแต้มปาร์ตี้ลิสต์
นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยพรรคการเมือง กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะเสนอให้เชิญผู้เสนอคำแปรญัตติที่ตรงกับประเด็นที่ กมธ.พิจารณามาร่วมประชุมเพื่อประหยัดเวลา เชื่อว่ายังทำงานเสร็จตามกำหนดปลายเดือน เม.ย. การเสนอสูตรคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อต่อ กมธ. เบื้องต้นมี 3 สูตรคือ 1.สูตรพรรคใหญ่ใช้คะแนนพรรค หารด้วยจำนวน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน ทำให้มีผลลัพธ์คะแนนต่อ ส.ส.1 คน อยู่ที่ 3.7 แสนคะแนน 2.สูตรที่เสนอแปรญัตติให้ใช้คะแนนพรรคหารด้วยจำนวน ส.ส.ทั้งหมด 500 คน ให้มีจำนวน ส.ส.พึงมีและมีคะแนนเฉลี่ย ส.ส.บัญชีรายชื่อ 7.4 หมื่นคะแนน 3.สูตรพรรคเล็กนำคะแนนบัญชีรายชื่อพรรครวมกับคะแนนผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.เขต หารด้วย 500 คนจะได้คะแนนเฉลี่ย 1.5 แสนคะแนนต่อ ส.ส.1 คน แต่ กมธ.ยังไม่ได้พิจารณาเนื้อหา หากแพ้ใน กมธ. ยังมีชั้นวาระ 2 รัฐสภาไว้สู้ หากชั้นรัฐสภาสู้ไม่ได้ จะยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่สู้เพื่อตัวเองหรือพรรคเล็ก แต่สู้กับวงจรอุบาทว์ทางการเมือง ระบบเผด็จการรัฐสภา
“แสวง บุญมี” นั่งเลขาฯ กกต.คนใหม่
วันเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเป็นเอกฉันท์เลือกนายแสวงบุญมี รองเลขาธิการ กกต. เป็นเลขาธิการสำนักงาน กกต.คนใหม่ หลังพิจารณาความเห็นและรายงานสรุปผลการรับฟังวิสัยทัศน์ผู้สมัคร ที่คณะอนุกรรมการดำเนินการสรรหาและตรวจสอบคุณสมบัติบุคคลเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเสนอ สืบเนื่องจาก พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา ลาออกเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.64 ไปรับตำแหน่ง ส.ว.และ กกต.เปิดรับสมัครบุคคลเข้ารับสรรหาเป็นเลขาธิการ กกต. เมื่อวันที่ 1-28 ม.ค.มีผู้สมัครเพียง 2 ราย คือนายแสวง บุญมีและ พล.ต.ท.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร.ลงสมัคร โดยนายแสวง บุญมี อายุ 58 ปี 4 เดือน ปัจจุบันเป็นรองเลขาธิการ กกต. จบการศึกษารัฐศาสตรมหาบัณฑิต (การปกครอง) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศิลปศาสตรบัณฑิต (รัฐศาสตร์) เกียรตินิยมอันดับสอง มหาวิทยาลัยรามคำแหง นิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง