“ธรรมนัส” ลั่น ไม่ขอร่วมวงกินข้าวพรรคร่วมรัฐบาล เผยเลือกตั้งหน้า เศรษฐกิจไทยตั้งเป้าเป็นพรรคหลักจัดตั้งรัฐบาล เตือน ใครมองพรรคเป็นอากาศระวังจะไม่รอด

วันที่ 18 มี.ค. 2565 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวถึงการประกาศจุดยืนพรรคเศรษฐกิจไทยอยู่ข้างประชาชนว่า อะไรที่เป็นประโยชน์ของประชาชนเราจะทำ ไม่สนใจว่าจะต้องไปทานข้าว ส่วนตัวยืนยันเหมือนหัวหน้าพรรค พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา เอาเวลาไปช่วยชาวบ้านดีกว่า

เมื่อถามถึงกรณีที่มีการโพสต์เฟซบุ๊กเปรียบตัวเองเป็นหนอน ไม่ใช่ทำตัวเป็นนกที่บินอยู่บนฟ้าจึงไม่รู้ประชาชนเดือดร้อน ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ตนเองมักจะพูดเสมอ โดยมีสื่อระบุว่าตนเป็นนกที่จะมาจิกหนอน ตรงนี้ไม่ใช่ เพราะคำว่าหนอนในที่นี้หมายความว่า ถ้าเราทำตัวเป็นหนอนจะรู้ปัญหาที่แท้จริง เอาปัญหามาเป็นโจทย์ในการแก้ปัญหานั้นๆ แต่ถ้าเราทำตัวเป็นนกบินอยู่บนฟ้า ไม่รู้หรอกว่าข้างล่างเขาอยู่กันอย่างไร ตรงนี้คือความหมายที่สื่อออกมา สังเกตได้ว่านกตายหนอนกิน

ส่วนกรณี นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่ามีสมาชิกบางคนที่ออกจากพรรคพลังประชารัฐ ถูกบังคับให้เขียนใบสมัครสมาชิกที่มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด อาจจะเป็นปัญหาในอนาคตได้นั้น ร.อ.ธรรมนัส ระบุ ไม่มีปัญหา เป็นเรื่องภายในพรรค

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าตั้งแต่เกิดเรื่องได้เจอ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บ้างหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ย้อนถามว่าเจอที่ไหน ผู้สื่อข่าวตอบว่า ที่รัฐสภา ร.อ.ธรรมนัส จึงกล่าวว่า เจอมาหลายครั้งแล้ว แต่ส่วนตัวไม่ค่อยมีเวลาอยู่ กทม. เพราะลงพื้นที่ต่างจังหวัดตลอด เมื่อถามอีกว่าหากมีการเชิญไปร่วมรับประทานอาหารในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลจะไปหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า “ต้องถามหัวหน้าพรรคก่อน แต่ผมไม่ไป”

ส่วนเรื่องที่มีคนจับตาความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประยุทธ์ นั้น เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ระบุว่า เพราะเป็นแบบนี้ บ้านเมืองเลยยังอยู่อย่างนี้ ขณะที่ประชาชนเดือดร้อนทั้งแผ่นดิน จะมาจับตาว่าใครรักใครมันไม่ใช่ ตอนนี้เรื่องประชาชนเดือดร้อนสำคัญกว่า เวลาลงพื้นที่เสียงสะท้อนจากประชาชนทำให้เราอยู่นิ่งไม่ได้ และที่ พล.อ.วิชญ์ กล้าพูดว่าเราจะได้ ส.ส.เกิน 100 คน เพราะเราทำการบ้านมาตลอด หัวหน้าพรรคทำการบ้านมามากพอสมควร เกือบ 2 ปี อย่าลืมว่าท่านเป็นประธานยุทธศาสตร์พรรคพลังประชารัฐมาก่อน ท่านจะรู้ดี เราไม่ได้มีเวลามาใส่ใจเรื่องรัฐบาล เราใส่ใจว่าเราจะทำอะไร อย่างสถานการณ์โควิด-19 ที่ไม่รู้จะจบเมื่อไหร่ เราจะทำอย่างไรให้ประชาชนอยู่รอด

พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย
พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย

เมื่อถามว่าพรรคจะส่งผู้สมัครลงสนามเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือ ผู้ว่าฯ กทม. หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส เปิดเผยว่า เราส่ง ส.ส.ทุกเขต ส่วนเรื่องผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. และสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) มันทับกันเยอะ จึงไม่ส่งดีกว่า

ขณะที่การโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่พรรคเศรษฐกิจไทยระบุว่าจะอยู่ข้างประชาชน เป็นการแทงกั๊กหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า ไม่ได้เป็นการแทงกั๊ก ตนมีความชัดเจนว่ารัฐมนตรีคนใดที่ทำให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง เราไม่โหวตให้แน่นอน ไม่มีการกั๊ก ส่วนถามว่าดูเหมือนเสียงของพรรคเศรษฐกิจไทยจะมีเยอะ อาจจะทำให้รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายหวั่นๆ หรือไม่ ได้คำตอบจาก ร.อ.ธรรมนัส ว่า “คุณทำดีหรือยังล่ะ หลายคนมองพรรคเศรษฐกิจไทยเป็นอากาศ มนุษย์เราวันหนึ่งขาดอากาศ ตายทันทีนะ มีใครอยู่ได้บ้างหากขาดอากาศ” ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่าใครที่เห็นว่าพรรคเศรษฐกิจไทยเป็นอากาศ โดย ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่าไม่ทราบ แต่ขอให้ระวังจะไม่รอด ขนาดพืช สัตว์ ขาดอากาศก็ตาย สื่อว่าชัดเจนไหมแบบนี้

หลังจากเห็นภาพบรรยากาศดินเนอร์เมื่อวันที่ 17 มี.ค. 2565 คนที่คุยกับเราแล้วไปทานอาหารร่วมกับนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลเป็นอย่างไร ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ก็เห็นอยู่วันนี้ก็มาหลายคน และหลายคนก็มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคด้วย คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก ส่วนตัวคิดว่ารัฐบาลกำลังหลงประเด็นมากกว่า ส่วนกรณีสมาชิกพรรคเล็กหลายคนอยู่ในระบบบัญชีรายชื่อ เมื่อมาอยู่พรรคเศรษฐกิจไทยจะมีการวางตัวอย่างไรนั้น มีหลายคนที่ทำพื้นที่และประชาชนในพื้นที่ให้การยอมรับ เราก็จะรับ เราเน้นว่าประชาชนในพื้นที่ยอมรับหรือไม่ จะไม่ส่งผู้สมัครซี้ซั้ว ไม่ใช่ไปเอาคนสอบตกมา เพราะขนาดชาวบ้านในพื้นที่ยังไม่เอาเลย เราก็ไม่เอา

เรื่องที่บอกว่าจะไม่รับสมาชิกพรรคพลังประชารัฐอีก หมายถึงนอกเหนือจาก 18 คน ที่มาตั้งแต่เริ่มต้นใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบคำถามว่า เวลานี้ทั้ง 18 คนอยู่พรรคเศรษฐกิจไทย 100% ส่วนว่าที่ผู้สมัครที่เราคาดว่าจะมาลงสมัครครบ 400 เขต แทบจะไม่มีคนของพลังประชารัฐเลย เมื่อถามว่าเป็นลักษณะการแยกกันเดินรวมกันตีหรือไม่ เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวว่า เป็นการแยกกันทำเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชน

ทั้งนี้ หากสุดท้ายผลการเลือกตั้งออกมาจะสามารถรวมกับพรรคพลังประชารัฐได้หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า การตัดสินใจต้องปรึกษาหัวหน้าและคณะกรรมการบริหารพรรค จากนั้นถามว่าตามหลักการเมื่อ พล.อ.วิชญ์ เป็นหัวหน้าพรรค ก็ต้องเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในนามของพรรคด้วยใช่หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พล.อ.วิชญ์ พูดเสมอ ตอนนี้เราคุยกันไปไกลแล้ว แต่ยังไม่อยากเปิดเผย ยืนยันว่าแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคมีมากกว่า 1 รายชื่อแน่นอน ส่วนที่ก่อนหน้านี้เคยพูดว่าคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องมีเคมีใกล้เคียงกันหมายความว่าอย่างไร ได้คำตอบว่า ก็ต้องเป็นคนที่ใส่ใจเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เห็นประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

ในช่วงท้าย ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า คนที่มาวันนี้มีแนวโน้มจะได้ลงสมัครในนามของพรรคใช่หรือไม่ เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย ตอบกลับว่า ใช่และอีกหลายคนด้วย พร้อมยืนยันว่าพรรคเศรษฐกิจไทยไม่ใช่พรรคพลังประชารัฐสาขา 2 เพราะไม่ได้รับสมาชิกพรรคพลังประชารัฐมาเลย อย่างไรก็ตาม ในการเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคเศรษฐกิจไทยตั้งเป้าจะเป็นพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า “เราต้องเป็นรัฐบาลสิ ทำไมต้องเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทำไมเราไม่เป็นพรรคหลักล่ะ” เมื่อถามว่าแสดงว่าต้องการเป็นพรรคใหญ่ที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ เลขาธิการพรรคเศรษฐกิจไทย กล่าวว่า ก็เป็นไปตามที่หัวหน้าพรรคพูด.