ที่ประชุมร่วมรัฐสภา ลงมติรับหลักการ ร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง 4 ฉบับ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ 49 คน ให้ใช้ร่างของ ครม. เป็นร่างหลักในการพิจารณา แปรญัตติ 15 วัน
เมื่อเวลา 17.08 น. วันที่ 24 ก.พ. 2565 ที่อาคารรัฐสภา การประชุมร่วมรัฐสภา เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน 4 ฉบับ คือ ฉบับของคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ, ฉบับของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และคณะ เป็นผู้เสนอ, ฉบับของนายวิเชียร ชวลิต กับคณะ เป็นผู้เสนอ และฉบับของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานในการประชุมนั้น
หลังจากได้มีการอภิปรายในร่าง พ.ร.ป.ดังกล่าว ไปแล้วอย่างกว้างขวาง ครบทั้ง 4 ฉบับ จำนวน 35 คน ถึงข้อดีและข้อเสียของบัตรเลือกตั้งใบเดียวและบัตร 2 ใบ รวมถึงการกำหนดหมายเลขในการลงสมัครรับเลือกตั้งทั้งตัวผู้สมัครและพรรคการเมือง นายชวน ได้กล่าวในที่ประชุมว่า ทางคณะรัฐมนตรีไม่มีใครกล่าวสรุป
ทำให้นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะเป็นผู้เสนอ ได้กล่าวสรุปในฉบับของตนเอง ว่าสิ่งที่ทางพรรคได้เสนอจะเป็นประโยชน์กับระบบการเมือง ไม่ได้มีประโยชน์กับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เชื่อหากมีการรับหลักการ ทางคณะกรรมาธิการน่าจะนำไปปรับปรุงเพื่อให้สมเหตุสมผลกับการเลือกตั้งได้ โดยเฉพาะร่างของฝ่ายค้าน แต่ยอมรับว่าร่างหลักการมีความกว้าง ก็เพื่อให้ไปปรับแก้ได้
ด้านนายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐในฐานะผู้เสนอร่างดังกล่าว กล่าวว่า ร่างของคณะเป็นการเสนอให้มีการแก้ไขในมาตรา 83, 86 และ 91 เท่านั้น เพราะไม่อยากให้กระทบกับทั้งฉบับ ส่วนเรื่องการให้หมายเลขผู้สมัครแบบแบ่งเขตและบัญชีรายชื่อ ซึ่งมาตรา 90 มีแนวทางที่ชัดเจนแล้วให้ใช้บัตรใบเดียว เพราะบัญญัติของกฎหมายลูกจะไปขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ขณะที่เรื่องการคำนวณ ส.ส. บัญชีรายชื่อ ตามมาตรา 91 คือนำคะแนนมาหารด้วย 100 จากนั้นนำเศษเหลือไปคำนวณให้พรรคที่เหลือ ก็ไม่ได้ขัดต่อการแก้ไข
...
ขณะที่นายณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้กล่าวสรุปร่างของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่เป็นผู้เสนอ ว่า ไม่ว่าจะมีการแก้ไขแค่ 3 มาตราดังกล่าว แต่ก็ไม่อาจละเลยมาตราอื่นได้ เพราะวันนี้มีการพูดถึง มาตรา 90 และมาตราอื่นที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่าทั้ง 4 ร่างจะได้รับหลักการในวันนี้ อาจจะมีบางพรรคได้เปรียบเสียเปรียบ แต่ทั้งนี้ทุกคนยอมรับได้ แต่สิ่งที่พรรคตระหนักคือ ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรในการแก้ไข แต่หากมีการใช้บัตร 2 ใบ พรรคก้าวไกลก็พร้อม แต่อยากย้ำว่า มาตรา 90 ที่ระบุว่าพรรคการเมืองใดส่งแบบแบ่งเขตแล้วสามารถส่งแบบบัญชีรายชื่อได้นั้น ไม่มีข้อความในวรรคใดบอกว่าการกำหนดหมายเลขต้องเกิดขึ้นพร้อมกับการส่งผู้สมัครแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ยืนยันว่าร่างของพรรคก้าวไกลจะทำให้เกิดความเรียบง่าย เพื่อให้สภามีความเข้มแข็ง และเป็นเจตจำนงของประชาชน จึงขอให้สมาชิกรับหลักการ เพราะพรรคก็พร้อมรับหลักการของทุกร่าง
จากนั้น นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ได้มีการเสนอในมีการลงมติแบบรวมทุกฉบับเพราะทั้ง 4 ร่าง มีเนื้อหาคล้ายคลึงกัน แต่นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) เกรงว่าอาจจะขัดรัฐธรรมนูญจึงเสนอให้แยกการลงมติ
ทำให้ประธานในที่ประชุมขอให้สมาชิกแสดงตน เพื่อขอให้ลงมติ ว่าจะเป็นการลงมติโดยรวมทั้ง 4 ฉบับ หรือแยกการลงมติ โดยในที่ประชุม มีจำนวน 637 คน เห็นด้วย 205 เสียง ไม่เห็นด้วย 428 เสียง งดออกเสียง 3 และไม่ลงคะแนน 1 เสียง ทำให้เป็นการลงมติแบบแยก ดังนี้
การลงมติรับหลักการร่างของ คณะรัฐมนตรี เป็นฉบับแรก
มีผู้ลงมติจำนวน 636 คน
เห็นด้วย 609 เสียง
ไม่เห็นด้วย 16 เสียง
งดออกเสียง 10 เสียง
ไม่ลงคะแนน 1 เสียง
ทำให้ที่ประชุมรับหลักการของคณะรัฐมนตรี
การลงมติรับหลักการร่าง ของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และคณะ เป็นผู้เสนอ เป็นฉบับที่ 2
มีผู้ลงมติจำนวน 640 คน
เห็นด้วย 420 เสียง
ไม่เห็นด้วย 205 เสียง
งดออกเสียง 14 เสียง
ไม่ลงคะแนน 1 เสียง
ทำให้ที่ประชุมรับหลักการของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว และคณะ
การลงมติรับหลักการร่างของนายวิเชียร ชวลิต กับคณะ เป็นผู้เสนอ เป็นฉบับที่ 3
มีผู้ลงมติจำนวน 636 คน
เห็นด้วย 598 เสียง
ไม่เห็นด้วย 26 เสียง
งดออกเสียง 12 เสียง
ไม่ลงคะแนน 0 เสียง
ทำให้ที่ประชุมรับหลักการของนายวิเชียร ชวลิต กับคณะ เป็นผู้เสนอ
การลงมติรับหลักการร่างของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ เป็นฉบับที่ 4
มีผู้ลงมติจำนวน 635 คน
เห็นด้วย 418 เสียง
ไม่เห็นด้วย 202 เสียง
งดออกเสียง 15 เสียง
ไม่ลงคะแนน 0 เสียง
ทำให้ที่ประชุมรับหลักการของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ
ต่อจากนั้นให้ที่ประชุมได้เห็นชอบให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน 49 คน โดยมีสัดส่วนของ คณะรัฐมนตรี 8 คน, ส.ว. 14 คน และของ ส.ส. 27 คน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 8 คน พรรคพลังประชารัฐ 6 คน พรรคภูมิไทย 3 คน พรรคก้าวไกล 3 คน พรรคประชาธิปัตย์ 3 คน และพรรคเศรษฐกิจไทย 1 คน
โดยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ ได้เสนอให้ใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลักในการพิจารณา และขอเสนอแปรญัตติเป็นเวลา 15 วัน
จากนั้นในที่ประชุมได้มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ต่อไป.