ปลัดกระทรวงมหาดไทย ขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ มอบภารกิจบูรณาการ หวังสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้พี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืน
วันที่ 23 ก.พ. 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุมราชบพิธ อาคารดำรงราชานุสรณ์ กระทรวงมหาดไทย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย เดือน ก.พ. 65 โดยรองปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ที่ปรึกษาระดับกระทรวง และหัวหน้าหน่วยงานในสังกัด ร่วมประชุมผ่านระบบวีดิทัศน์ทางไกลไปยังศาลากลางจังหวัด ทุกจังหวัดโดยมีหัวหน้าสำนักงานจังหวัด ผอ.กลุ่มงาน หัวหน้าหน่วยตรวจสอบภายในจังหวัด ผอ.กลุ่มงานบริหารยุทธศาสตร์กลุ่มจังหวัด ร่วมประชุม
นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า โดยเป็นการติดตาม นำเสนอ แลกเปลี่ยน มุมมองและแนวคิดในการบริหารจัดการนำนโยบายของกระทรวงมหาดไทย และสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ไปขับเคลื่อนการปฏิบัติในระดับพื้นที่ ทั้งในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ทุกจังหวัด เพื่อสนับสนุนบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อบูรณาการขับเคลื่อนนโยบายและภารกิจสำคัญ ให้เกิดการปฏิบัติราชการในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขพี่น้องประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับในช่วงต้นของการประชุมได้มอบหมายให้สำนักงานจังหวัดทุกจังหวัดขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 ส.ค. 65 เพื่อเป็นหนึ่งในการขับเคลื่อนโครงการเฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 90 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้แก่
1. นำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัด ประสานให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทุกแห่ง นำเสนอต่อสภาท้องถิ่น พิจารณาออกเทศบัญญัติ และข้อบัญญัติ กำหนดให้บ้านที่จะขออนุญาตก่อสร้างใหม่ ต้องมีระบบบำบัดน้ำเสียประจำครัวเรือน และในกรณีเป็นบ้านเก่า ให้พิจารณาประสานความร่วมมือกับ อปท. ภาคเอกชน และภาคส่วนต่างๆ ปรับปรุงให้มีระบบดังกล่าว
2. รณรงค์ให้ครัวเรือนทุกหลังมีถังขยะเปียกลดโลกร้อน หากครัวเรือนใดมีพื้นที่ที่ไม่สามารถทำได้ ให้ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่จัดถังขยะรวมไว้ในพื้นที่อย่างน้อย 3 ชนิด คือ 1.ถังขยะเปียก เพื่อรวมเศษอาหาร ขยะอินทรีย์ 2.ถังขยะทั่วไป และ 3.ถังขยะอันตราย ดึงภาคส่วนต่างๆ ร่วมดำเนินการในฐานะอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก (อถล.) ตามระเบียบกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยอาสาสมัครท้องถิ่นรักษ์โลก พ.ศ.2561 เพื่อรณรงค์ให้เกิดการมีส่วนร่วมจัดการขยะตั้งแต่ครัวเรือนตามหลัก 3ช (3Rs) คือ ใช้น้อย (Reduce) ใช้ซ้ำ Reuse นำกลับไปใช้ใหม่ Recycle จนเป็นวิถีชีวิต
รวมทั้งร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รณรงค์ส่งเสริมให้ทุกครัวเรือนปลูกผักสวนครัวสร้างความมั่นคงทางอาหาร เพื่อให้ทุกอำเภอ ทุกตำบล ในพื้นที่จังหวัดได้พิจารณาโครงการ/กิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ ถนน ห้วย หนอง คลอง บึง เพื่อร่วมเฉลิมพระเกียรติในโอกาสฯ ดังกล่าว
ขณะที่ การขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล ซึ่งเป็นประเด็นการตรวจราชการที่สำคัญของผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยในขณะนี้ สามารถดำเนินการได้ซึ่งจะมีความแตกต่างกันตามภูมิสังคมในแต่ละพื้นที่ และการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ในขณะนี้ ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 (ศบค.) ได้รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อพบว่ามีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น จึงให้ทุกจังหวัดใช้กลไกคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการรณรงค์ส่งเสริมช่วยกันไล่ตะครุบคนในพื้นที่มาฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้เป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ ระดมสรรพกำลังหน่วยงานในพื้นที่และประชาชนจิตอาสาช่วยกันประชาสัมพันธ์รณรงค์ให้ประชาชนตระหนักในสถานการณ์และไม่ละเลยที่จะปฏิบัติตามหลักป้องกันขั้นสูงสุด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการจัดงานประเพณี กิจกรรมรื่นเริงต่างๆ ที่ไม่ขัดหรือแย้งกับรูปแบบกิจกรรมที่ ศบค.กำหนด และต้องช่วยกันพิจารณาวางระบบ วิเคราะห์ให้ออกว่าสาเหตุที่เกิดการแพร่ระบาดในชุมชนเกิดจากอะไร เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้ชีวิตปกติแบบวิถีใหม่ด้วยการป้องกันตนเองได้ เพื่อวิถีชีวิตปกติเดินต่อไปได้ และเศรษฐกิจเดินได้
นอกจากนี้ การรณรงค์สวมใส่ผ้าไทย ให้ดำเนินการให้เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 63 ด้วยการรณรงค์เชิญชวนให้คนไทยสวมใส่ผ้าทอไทยเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ซึ่งหากเป็นไปได้ขอให้ได้ช่วยกันสวมใส่ผ้าไทยทุกวัน เว้นแต่วันที่จังหวัดกำหนดให้สวมใส่ชุดตามนโยบายอื่นๆ เพื่อร่วมกันเผยแพร่ภูมิปัญญาผ้าไทย ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก สืบสานอัตลักษณ์ภูมิปัญญา สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับผู้ประกอบการผ้าทอ ครอบครัว และชุมชน โดยเน้นย้ำการขับเคลื่อนการทำงานเพิ่มเติม ได้แก่
1.ให้นายทะเบียนท้องที่พิจารณาตรวจสอบติดตามการดำเนินงานของมูลนิธิ สมาคมต่างๆ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และตามที่กฎหมายกำหนด และพัฒนาระบบการกำกับดูแลงานสมาคม มูลนิธิ ให้มีประสิทธิภาพ ป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย
2.พิจารณาดำเนินการด้านสถานที่เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบรมวงศานุวงศ์เนื่องในโอกาสต่างๆ ให้เป็นไปอย่างสมพระเกียรติ และเหมาะสม
3.นำเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดในฐานะประธานกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ส่งเสริมขยายผลการเผยแพร่องค์ความรู้ในหนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย ฉบับสมบูรณ์ ปี 2564 หนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน และสารคดีเฉลิมพระเกียรติราชวงศ์จักรีทั้ง 199 ตอน ด้วยกิจกรรมส่งเสริมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ หรือกิจกรรมในลักษณะต่างๆ เพื่อให้เด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และพี่น้องประชาชน ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของประเทศชาติที่ถูกต้อง รวมทั้งน้อมรำลึกและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ และพระบรมราชวงศ์ทุกพระองค์ ซึ่งเป็นศูนย์รวมและเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของพี่น้องประชาชนชาวไทย
4.ให้ทุกจังหวัดพิจารณาจัดทำแผนการดำเนินกิจกรรมการพัฒนาคลองเฉลิมพระเกียรติ 70 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม 2565 ทั้งการสำรวจสถานที่ และระดมสรรพกำลังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมจัดทำแผนพัฒนาอย่างมีส่วนร่วม
5.ให้ทุกจังหวัดใช้กลไกศูนย์อำนวยการปฏิบัติการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงระดับจังหวัด ช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก และสำรวจข้อมูลประชาชนผู้เดือดร้อนมิติต่างๆ ในพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง เพื่อทำให้มีข้อมูลที่ถูกต้องในการวางแผนการช่วยเหลือ
โดยในที่ประชุมได้ติดตามการดำเนินงาน นำเสนอ และแลกเปลี่ยนแนวทางการขับเคลื่อนตามภารกิจสำคัญ เช่น เร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณให้เป็นไปตามแผนปฏิบัติการ การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส การขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดที่มีผลสัมฤทธิ์สูง การขับเคลื่อนโครงการป้องกันและควบคุมโรคพิษสุนัขบ้า ตามโครงการสัตว์ปลอดโรค คนปลอดภัย จากโรคพิษสุนัขบ้า ตามพระปณิธานสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี การป้องกันและแก้ไขปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรและช่วยเหลือประชาชน การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่สร้างความเดือดร้อนกับประชาชน และการสร้างการรับรู้สู่ชุมชน เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม ขอให้พวกเราทุกคนทั้งราชการบริหารส่วนกลาง และราชการบริหารส่วนภูมิภาค ร่วมกัน Change for Good สร้างสิ่งที่ดีให้เกิดขึ้นกับสังคมไทย ไม่ทอดทิ้งประชาชน และเป็นข้าราชการที่ดีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข พี่น้องประชาชน เพิ่มพูนมากขึ้นๆ เป็นเท่าทวี.


