"จุรินทร์" รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้า ปชป.คุย ปชป.วาง 116 เขตผู้สมัครอีสานครบ ไม่ตอบ ปม "อนุทิน" จั่วคั่วนายกฯ ขอเจียมตัว ไม่อยู่ในฐานะจะบอกได้ รัฐบาลอยู่ครบเทอม หรือไม่
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2565 ที่ จ.ขอนแก่น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อม นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคและ รมช.มหาดไทย และคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรค รมช.ศึกษาธิการ รวมทั้ง นายไชยยศ จิรเมธากร รองหัวหน้าดูแลพื้นที่ภาคคอีสาน พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมประชุมตัวแทน พรรคประชาธิปัตย์ภาคอีสาน ที่จังหวัดขอนแก่น
โดย นายจุรินทร์ เปิดเผยว่า ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์มีความพร้อมในการวางตัวผู้สมัครภาคอีสานทั้ง 116 เขตแล้ว และจากการทำงานของพรรคในการร่วมรัฐบาลที่มีผลงานชัดเจน ในเรื่องการประกันรายได้สินค้าเกษตร ทำให้ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น และมั่นใจว่า จะได้ที่นั่ง ส.ส.เพิ่มขึ้นเช่นกัน ขณะเดียวกัน การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์ จะออกนโยบายสำหรับภาคอีสาน ทั้งแก้ปัญหาสินค้าเกษตร และแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของพื้นที่ภาคอีสาน ที่กระทรวงเกษตรฯซึ่งพรรคประชาธิปัตย์กำกับดูแลทำโครงการลงพื้นที่อีสานจำนวนมาก
เมื่อถึงกรณีกระแสข่าว นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เนื้อหอมอาจ อาจเป็นตัวแปรในการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล และนั่งนายกรัฐมนตรี หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง นายจุรินทร์ ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นในเรื่องดังกล่าว โดยกล่าวเพียงว่า ในภาพรวมรัฐบาลซึ่งตนอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นหนึ่งพรรคร่วมรัฐบาล มั่นใจว่าเสถียรภาพรัฐบาลยังไปต่อได้ ที่สำคัญ
"วิปรัฐบาล จะต้องเร่งประเมินเสียงที่ชัดเจน มั่นคง แน่นอน ว่า มีจำนวน ส.ส.เท่าใด และกำกับการลงคะแนนในสภาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ถ้าทำได้ก็จะไม่มีปัญหา เพราะรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลระบบรัฐสภา อยู่ได้ด้วยเสียงข้างมากในสภา ถ้าทุกคนลงมติตามวิปฯ ก็จะไม่มีปัญหา ทั้งนี้ นอกจากเสียงข้างมากแล้ว การสร้างผลงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน โดยไม่มีประโยชน์ส่วนตัวเข้าเกี่ยวข้อง ก็เป็นเรื่องสำคัญ ที่รัฐบาลจะอยู่ได้ เพราะประชาชนติดตามอยู่ และอยากเห็นรัฐบาลมีความซื่อสัตย์สุจริต มีนโยบายที่ตอบสนองความต้องการ อีกทั้งมีวิสัยทัศน์ประเทศนำประเทศสู่ความก้าวหน้า" หัวหน้า ปชป.กล่าว...
เมื่อถามย้ำว่า รัฐบาลจะอยู่ครบเทอมหรือไม่ ในสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน นายจุรินทร์ ตอบว่า ตนไม่อยู่ในฐานะที่จะตอบได้ เพราะขึ้นอยู่กับปัจจัยเงื่อนไขหลายอย่าง ทั้งหัวหน้ารัฐบาลพรรคร่วมเสียงในสภา และผลงาน รวมถึงการตอบรับจากประชาชน ส่วนการอภิปรายทั่วไป แบบไม่ลงมติตามมาตรา 152 ที่จบไปเมื่อคืน วันที่ 18 ก.พ. ที่ผ่านมา ส่วนตัวมองว่า ฝ่ายค้าน พยายามทำหน้าที่แม้จะขาดความเป็นเอกภาพ ขณะฝ่ายรัฐบาลสามารถชี้แจงได้ทุกประเด็นและประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด


