เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิก พปชร. ชิ่ง “ศรัณย์วุฒิ” อ้าง แค่ให้คำปรึกษา ตัวเลขบัญชี ข้อมูลการอภิปรายตามมาตรา 152 รีบ ส่ง จดหมาย แจง “บิ๊กป้อม” ยัน ตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
เมื่อวันที่ 19 ก.พ. นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า จากการติดตามการอภิปรายของ นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ เมื่อวันที่ 18 ก.พ. อาจจะทำให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เข้าใจผิดได้ นายศรัณย์วุฒิ มาปรึกษาหารือข้อมูล ที่จะอภิปรายเกี่ยวกับตัวเลขทางบัญชีกับตนจริง ต่อมาในการอภิปราย จึงกล่าวอ้างถึงตนหลายครั้ง หลายตอน คำพูดของนายศรัณย์วุฒิ มีข้อเท็จจริง จากการที่ นายศรัณย์วุฒิ มาขอคำปรึกษาเรื่องการเรียกคืนคลื่น 2600 จาก อสมท ตนสรุปให้ฟังว่า มีการอนุมติจ่ายค่าชดเชยไปแล้ว 3,000 กว่าล้านบาท ต่อมามีการไปฟ้องศาลปกครอง เพื่อเรียกค่าชดเชยเพิ่มเป็น 17,000 กว่าล้านบาท จึงได้แนะนำให้นำคำฟ้องศาลปกครองมาพิจารณากับงบการเงินของบริษัทเอกชน โดยการขอข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พร้อมตั้งข้อสังเกตให้ นายศรัณย์วุฒิ ทราบ เป็นการให้คำปรึกษาในฐานะนักบัญชีเท่านั้น
"ที่ นายศรัณย์วุฒิ กล่าวอ้างว่า “ผมกับอาจารย์เรืองไกรตกลงกันแล้ว” หรือ “ผมกับอาจารย์เรืองไกรจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด” คงเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะนายศรัณย์วุฒิ เป็น ส.ส. เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อชาติ คงไม่สามารถทำความตกลงกับตน หรือติดตามเรื่องนี้กับตนได้ เพราะตนไม่ใช่สมาชิกพรรคเพื่อชาติ เป็นบุคคลภายนอก หากไปกระทำการใดๆ ตามที่กล่าวอ้าง ย่อมสุ่มเสี่ยงจะทำให้พรรคเพื่อชาติโดยกล่าวหาว่า ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 28 และตนย่อมเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 29 ตามมาอีกด้วย จึงขอปฏิเสธคำกล่าวอ้างในส่วนนี้โดยสิ้นเชิง" นายเรืองไกร กล่าว...
...
นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า ในการอภิปรายของนายศรัณย์วุฒิ ที่พาดพิง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รวมทั้งน้องชายของ พล.อ.ประวิตร และบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้อง จึงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับตนแต่อย่างใด แต่ถ้าหากว่า ในภายหลังพบประเด็นที่ควรตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร หรือแม้กระทั่งนายกรัฐมนตรี หรือนักการเมืองรายอื่นๆ ก็คงจะดำเนินการด้วยตนเองโดยลำพัง ดังที่เคยปฏิบัติมา แต่ในกรณีตามที่มีการอภิปรายมาทั้งหมดนั้น ยังไม่เห็นมูลกรณีที่มีน้ำหนักจะทำการตรวจสอบ พล.อ.ประวิตร ต่อไป ผู้ใหญ่ในพลังประชารัฐ หลายคน ได้สอบถามตนในเรื่องนี้จำนวนมาก กรณีนี้จึงมีความจำเป็นต้องส่งหนังสือถึง พล.อ.ประวิตร เพื่ออธิบายความเป็นมาเป็นไปให้ชัดเจน และเข้าใจกันทุกฝ่าย โดยส่งหนังสือไปทาง EMS แล้วในบ่ายวันนี้