"พล.อ.ประยุทธ์" สอน "ยุทธพงศ์" รักษามารยาท สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุล ปมพาดพิงทิ้งทวนต่อสัมปทานรถไฟฟ้า ด้าน "รังสิมันต์ โรม" ถูกสั่งให้ออกนอกห้องประชุม หลังขอนายกฯ แจงปม "พล.ต.ต.ปวีณ"

เมื่อเวลา 19.05 น. วันที่ 18 ก.พ. 2565 ที่อาคารรัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร อภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 ที่มี นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้กล่าวชี้แจงการอภิปราย ต่อจาก นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ที่มีการพาดพิงถึง "พระรามประยุทธ์ทิ้งทวน 4 แสนล้าน" กรณีสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวว่า "จากคำกล่าวของสมาชิก ได้ฟังทุกวันเพื่อให้รัฐมนตรีนำคำแนะนำไปปฏิบัติหน้าที่ แต่กิริยาที่แสดงออกมานั้น ไม่น่าฟังและไม่น่าดู เพราะฉะนั้นกรุณารักษามารยาทด้วย ให้เกียรติคนอื่นเขา ผมว่าท่านถูกเขาเรียกว่า ส.ส.ผู้ทรงเกียรติ แต่ทำตัวแบบนี้ เหมือนนักเลงข้างถนนข้างนอก พร้อมขอบคุณสำหรับข้อห่วงใยต่างๆ ในการแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียว ก็รับฟังเพื่อนำไปสู่การหารือ เพื่อนำไปสู่ประโยชน์ประชาชน ไม่ได้หมายความว่าไปเอื้อประโยชน์กับใครทิ้งทวนอย่างที่กล่าวหา กรุณาให้เกียรติกันบ้าง เพราะไม่เคยไปก้าวล่วงอะไรมากมายขนาดนี้ การใช้คำพูด ใช้กิริยาที่ไม่เหมาะสม สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อสกุลนะครับ"

จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่า ตนเองก็เคยลำบากและเติบโตมาแบบข้าราชการชั้นผู้น้อยมาเช่นเดียวกัน เข้าใจความเดือดร้อนของประชาชน อย่ามาบอกว่ารัฐบาลไม่ใส่ใจ คงไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง โดยเรื่องการแก้ปัญหาความยากจน เป็นปัญหาระดับบุคคล ต้องแก้โดยลงรายละเอียด เช่น เรื่องการกู้ยืมเพื่อการศึกษา และกล่าวถึงการแก้ปัญหาที่ดิน โครงการบ้านล้านหลัง ที่รัฐบาลได้ดำเนินการ พร้อมชี้แจงเรื่องโอกาสทางด้านแรงงาน การท่องเที่ยว การลงทุนอุตสาหกรรมดิจิทัล อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่กำลังหารือกันักลงทุนต่างชาติที่สนใจจะมาลงทุนในไทย และอุตสาหกรรมยา ที่ยังอยู่ในระหว่างการศึกษา โดยยืนยันว่ามีแนวโน้มที่ดี และสามารถดึงนักลงทุนระดับโลกได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นี่คือสิ่งที่คิดไปข้างหน้าในเรื่องข้างหลังก็ต้องแก้ไป ที่ต้องทำทั้ง 2 อย่าง "นี่คือเรื่องที่ผมพูดถึงในอนาคต ในเรื่องปัญหา เรื่องอุปสรรค เรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่ท่านกล่าวมา ผมก็ทราบ ว่ามีความเป็นห่วง ตรงโน้น ตรงนี้ ผมจะนำข้อสังเกตไปพิจารณา แต่อย่างไรก็ตามสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นมานี้ เมื่อเกิดก็ต้องแก้ไข ต้องหาวิธีแก้ไขที่ดีที่สุด เพื่อประโยชน์ของชาติและประชาชน เพราะผมพูดอยู่เสมอ ดังนั้นจะพูดอะไรออกมาก็ระวังสักนิดนึงก็แล้วกัน อย่างน้อยก็ให้เกียรติซึ่งกันและกันบ้าง อย่าพูดในทำนองดูถูกเหยียดหยาม ผมพยายามอดทนอดกลั้นเต็มที่แล้ว เพราะฉะนั้นก็เรียนให้ทราบเพียงเท่านี้ผ่านท่านประธานสภา ไปยังผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ ขึ้นอยู่กับท่าน ว่าจะเป็นอย่างไร"

จากนั้นในเวลา 19.28 น. นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้กล่าวขอให้ พล.อ.ประยุทธ์ ให้เกียรติสภา ชี้แจงกรณี พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ลี้ภัย โดยอย่าใจดำ อำมหิต ซึ่งตนเองเข้าใจว่าเป็นความกระอักกระอ่วน แต่ถ้าเป็นแบบนี้ไม่สมควรเป็นนายกรัฐมนตรี

ทำให้ นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ขอให้นายสุชาติ ตันเจริญ ที่ทำหน้าที่ประธานในการประชุมในขณะนั้น สั่ง นายรังสิมันต์ โรม ถอนคำพูด คำว่า "ใจดำ อำมหิต" ดังกล่าว แต่นายรังสิมันต์ โรม ไม่ขอถอน นายสุชาติ จึงขอใช้ข้อบังคับสภา สั่งให้นายรังสิมันต์ โรม ออกจากห้องประชุม ในเวลา 19.37 น.