“สุดารัตน์” เรียกร้องถึงรัฐบาล ลดภาษีสรรพสามิตจากน้ำมันทุกประเภทอย่างน้อย 1 ปี ลั่น ประชาชนเป็นสินทรัพย์ ไม่ใช่ภาระของประเทศ อย่าปล่อยให้ประชาชนอดตาย
วันที่ 16 ก.พ. 2565 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย แสดงความคิดเห็นผ่านทางแฟนเพจเฟซบุ๊ก ภายหลังวานนี้ (15 ก.พ.) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ร่างกฎกระทรวงกำหนดพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต โดยปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล และน้ำมันอื่นๆ ที่คล้ายกันประมาณ 3 บาทต่อลิตร ตั้งแต่วันที่กฎกระทรวงมีผลใช้บังคับถึงวันที่ 20 พ.ค. 2565 และตั้งแต่วันที่ 21 พ.ค. 2565 จะกลับสู่อัตราภาษีเดิม ว่า
ถ้าจำกันได้ก่อนที่ ครม. จะมีมติเห็นชอบให้ลดภาษีสรรพสามิต จากเดิมที่เก็บจากน้ำมันดีเซลลิตรละ 5.99 บาท เป็นไม่เกินลิตรละ 3 บาท เป็นเวลา 3 เดือนนั้น ตนเองได้เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากน้ำมันทุกชนิดเป็นเวลา 1 ปี เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในสถานการณ์วิกฤติเศรษฐกิจ ไม่ได้ทำเพื่อหาคะแนนเสียงหรือความนิยมทางการเมือง แต่เป็นการเรียกร้องที่มาจากเหตุผลทางเศรษฐกิจทั้งสิ้น พร้อมระบุถึง 4 เหตุผล ดังนี้
1. ภาษีสรรพสามิตเป็นภาษีที่จัดเก็บจากสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เครื่องสำอาง หรือ น้ำหอม หรือสินค้าที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและสังคม เช่น บุหรี่ สุรา ไพ่ หรือ อาบอบนวด หรือสินค้าที่รัฐต้องลงทุน เช่น ระบบโทรคมนาคม เป็นต้น เพื่อเอาเงินภาษีดังกล่าวมาใช้จ่ายและเยียวยาผลกระทบจากการบริโภคสินค้าเหล่านั้น ส่วนน้ำมันเป็นปัจจัยการผลิตที่จำเป็นจึงไม่ควรถูกจัดอยู่ในสินค้าที่ต้องจัดเก็บภาษีสรรพสามิต
2. ไทยเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออก ผู้ประกอบการไทยจะต้องแข่งขันกับผู้ประกอบการอื่นๆ ทั่วโลก แต่การที่ผู้ประกอบการไทยต้องแบกต้นทุนค่าน้ำมันที่แพงเพราะอัตราภาษีสรรพสามิตที่สูงจะทำให้อำนาจการแข่งขันลดลง ไม่เป็นผลดีต่อการส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญยิ่งของประเทศ
3. ทราบดีว่ารัฐบาลมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตที่มาจากน้ำมันถึงปีละ 200,000 ล้านบาทเศษ อันเป็นรายได้หลักของรัฐบาล หากสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตจากน้ำมันจะทำให้ฐานะทางการคลังของรัฐบาลเปราะบางมากขึ้น แต่ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจที่ประชาชนยากลำบาก รัฐบาลจะต้องเลือกทางที่ทำให้ประชาชนอยู่รอด เพราะประชาชนคือผู้ที่ต้องชำระหนี้ เมื่อประชาชนรอดและกลับมาแข็งแรงรัฐบาลก็จะได้ภาษีในรูปแบบอื่นคืนมา
4. รัฐบาลต้องตระหนักว่าการทำให้ประชาชนมีชีวิตรอดยาวนานเท่าไร ผู้ที่ได้รับประโยชน์คือรัฐบาล เพราะการมีชีวิตของประชาชนต้องกินต้องใช้ทุกวัน นั่นคือการผลิตภาษีให้กับรัฐบาล หากปล่อยให้ประชาชนอดตายรัฐบาลก็หมดสิทธิได้ภาษีจากผู้นั้นอีกต่อไป ดังนั้น พรรคไทยสร้างไทยจึงให้ความสำคัญกับประชาชนเพราะเป็นผู้ผลิตภาษีให้รัฐบาลใช้บริหารราชการแผ่นดิน ประชาชนจึงเป็นสินทรัพย์ ไม่ใช่ภาระของประเทศ ต้องเพิ่มศักยภาพให้ประชาชนให้เป็นประชากรคุณภาพตามนโยบายของพรรค
“ดิฉันจึงเรียกร้องให้รัฐบาลได้ทบทวนการลดอัตราการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตจากน้ำมันทุกประเภทเป็นเวลาอย่างน้อย 1 ปี เพราะน้ำมันทุกชนิดเป็นต้นทุนของคนไทยทุกคน ทั้งนี้ เพื่อเป็นการลดภาระและเพิ่มอำนาจการแข่งขันให้กับประชาชนที่จะต้องเป็นผู้ชำระหนี้ที่รัฐบาลก่อขึ้น”.


