รมต.อนุชา เผย ลงพื้นที่ภาคใต้ พบปะ รับฟังความคิดเห็นจากผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชน ชี้ กลไกการสื่อสาร 2 ทางสำคัญ เน้นเรื่องแรก ต้องย้ำการประชาสัมพันธ์ด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายกับคนท้องที่
วันที่ 15 ก.พ. 2565 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่อวานนี้ (14 ก.พ. 2565) ได้ลงพื้นภาคใต้พบปะเครือข่ายประชาสัมพันธ์ในพื้นที่จังหวัดตรังและจังหวัดพัทลุง พร้อมรับฟังการนำเสนอกลไกการบริหารการสื่อสารจังหวัดชายแดนภาคใต้ของจังหวัดสงขลา และรับฟังความคิดเห็นจากผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชน และประชาชนภาคใต้จังหวัดปัตตานี โดยมีอิหม่ามประจำมัสยิดนัดมุดดิน และ ส.ส.ในพื้นที่เข้าร่วม
นายอนุชา กล่าวว่า การสื่อสารและการประชาสัมพันธ์ เป็นกลไกในการทำความเข้าใจระหว่างรัฐกับประชาชน เพื่อให้รับรู้เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล โดยเฉพาะการสื่อสารให้ประชาชนเข้าใจ สามารถนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ได้อย่างถูกต้อง สิ่งสำคัญจะต้องเปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดการสื่อสารแบบสองทางด้วย และสะท้อนข้อคิดเห็นต่อรัฐบาล เพื่อออกมาตรการในอนาคตให้สอดคล้องกับข้อคิดเห็นที่ไม่ก่อให้เกิดความขัดแย้งขึ้นในสังคม
จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่มีความสำคัญ มีความเปราะบางในหลายๆ ด้าน ที่ผ่านมาทุกภาคส่วนได้ให้ความสำคัญในการแก้ปัญหา และร่วมพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง สำหรับกลไกการสร้างความเข้าใจถือเป็นกลไกที่สำคัญ เครือข่ายประชาสัมพันธ์ควรสื่อสารด้วยความเข้าใจเป็นอันดับแรก ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย อาจหยิบยกเรื่องราวในพื้นที่เป็นตัวอย่างเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เห็นภาพและเข้าใจอย่างแท้จริง ในการแก้ปัญหาและมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้ทุกคนเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องและรับรู้รับทราบไปในทิศทางเดียวกันอย่างถูกต้อง ทั่วถึง กว้างขวาง และทันเหตุการณ์ ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ สร้างความเป็นปึกแผ่นของประชาชนในพื้นที่ ทั้งนี้ต้องอาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วนเพื่อให้เกิดความเข้มแข็ง สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน
...
“พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีความห่วงใยประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้สั่งการให้จัดทำโครงการและมาตรการด้านต่างๆ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่ได้เผชิญความท้าทายกับปัญหาหลายด้าน รวมถึงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทั่วโลกเผชิญปัญหานี้ ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนได้ป้องกันตนเอง และเข้าใจถึงการดำเนินงานของรัฐบาล คือ การสร้างการรับรู้ และการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารไปยังประชาชน ให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อมสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเองให้มีความเข้มแข็งตั้งแต่ระดับครัวเรือน ชุมชน ไปจนถึงประเทศชาติ” นายอนุชา กล่าว.