อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช “สุรเชษฐ์ มาศดิตถ์” ทักท้วงทวงสิทธิ์เจ้าของพื้นที่กับผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ หลังล็อกคนลง ก่อน กกต.แบ่งเขต ถาม จี้ใจ หรือบีบให้ออก จ่อไขก๊อก 11 ก.พ.นี้
วันที่ 9 ก.พ. 2565 นายสุรเชษฐ์ มาศดิตถ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า หลังจากผู้บริหารพรรคเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.คนใหม่แทนตนเองที่เป็นอดีต ส.ส.พื้นที่เดิม ทั้งที่ตนเคยทำหนังสือยืนยันสิทธิ์ไปเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2564 ถึงนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เพื่อแสดงความจำนงว่า ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งหน้าตนเองยังมีความต้องการและมีความพร้อมที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์เช่นเดิม โดยที่ผ่านมาตนเองได้เตรียมคณะทำงานและทีมงาน และลงพื้นที่สม่ำเสมอ และยังมีประชาชนในเขตเลือกตั้งให้การต้อนรับอย่างดีตลอดระยะเวลาที่ว่างเว้น ไม่ได้เป็นส.ส.ก็ยังทำงานเกาะติดต่อเนื่องเพื่อประชาชน ในนามของพรรคประชาธิปัตย์ แต่เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ก็ขอตั้งข้อสังเกตว่าตามปกติการจะเปิดตัวผู้สมัครในเขตเลือกตั้งที่มีความพร้อม จะต้องมีการจัดทำโพลสอบถามสมาชิกพรรคในพื้นที่เขตเลือกตั้งนั้นๆ ก่อน และยังต้องผ่านคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครในนามพรรคเป็นผู้คัดเลือก แต่ผู้บริหารกลับมีการประกาศรายชื่อโดยไม่ได้ถามความเห็นหรือพูดคุยกับตนแต่อย่างใด
“ก่อนการประกาศตัวว่าที่ผู้สมัครเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ช่วงเช้าวันนั้น ผมได้โทรหา นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ประธานคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครในนามพรรค แต่ไม่รับสาย ทั้งยังไปนั่งร่วมพิธีในการเปิดตัวกับเลือดใหม่ อย่างนี้จะให้ผมเข้าใจว่าอย่างไร ที่ผมเงียบไป 2-3 วัน เพราะได้ตัดสินใจแล้วว่าต้องเลือกเดินให้ชัดเจน น่าแปลกว่า ทำไมผู้บริหารพรรคถึงประกาศตัวผู้สมัครเพื่อจับจองพื้นที่ก่อน ท้ังที่ กกต.ยังแบ่งเขตเลือกตั้งไม่เสร็จ สะท้อนเจตนาว่ามีการจัดคนไปลงในเขตเลือกตั้งไว้ล่วงหน้าหรือไม่ เช่น เขต 2 เดิมของนครศรีธรรมราชที่มีพื้นที่ อ.พระพรหม ทั้งอำเภอ และพื้นที่ ต.ท่าไร่ ต.บางจาก ของ อ.เมือง รวมกับพื้นที่ฝั่งซ้ายของ อ.ปากพนัง เป็นพื้นที่เดิมของ น.ส.นริศรา อดิเทพวรพันธุ์ อดีต ส.ส.เดิม ก็มีผู้ประสงค์จะลงถึง 3 คน คือ น.ส.นริศรา, นายพงษ์สินธุ์ เสนพงศ์ ผู้สมัครเลือกตั้งซ่อมครั้งล่าสุด และนายพิทักษ์เดช เดชเดโช (น้องชายนายชัยชนะ เดชเดโช รองเลขาธิการพรรค) แต่ผู้บริหารพรรคกลับประกาศตัวให้ นายพิทักษ์เดช ลงสมัคร โดยไม่มีการสอบถามและดำเนินการตามขั้นตอนแต่อย่างใด” นายสุรเชษฐ์ กล่าว
...
นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า อยากถามว่าแล้วคนที่เหลือ พรรคหาที่ลงให้เขาหรือไม่อย่างไร หรือตั้งใจให้เขาย้ายไปอยู่พรรคอื่น แม้ผู้บริหารพรรคจะแถลงว่าเป็นการคัดตัวเบื้องต้น แต่เมื่อประกาศตัวเป็นทางการออกมาแล้ว ก็มีผลกระทบในการทำพื้นที่ในเขตเลือกตั้ง เพราะบุคคลอื่นที่ทำพื้นที่จะเดินหาประชาชนในพื้นที่เหมือนเดิมได้อย่างไร เนื่องจากพรรคได้สร้างความชอบธรรมให้กับคนใหม่ที่ประกาศชื่อไปแล้ว ถามว่าพรรคได้หาทางลงกับอดีต ส.ส.หลายสมัย คนที่เคยทำงานให้พรรคอย่างไร แม้จะบอกกล่าวสักคำก็ไม่มี ทั้งนี้ ตนไม่ขอวิงวอนใครแต่ขอยึดความถูกต้อง เพราะเล่นการเมืองมาไม่เคยซื้อเสียง ไม่เคยอ้อนวอนใคร ตั้งแต่รุ่นพ่อ การกระทำอย่างนี้ก็เหมือนบีบให้ต้องทำอย่างหนึ่งอย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 11 ก.พ. นายสุรเชษฐ์ จะเดินทางไปยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงเช้า ณ ที่ทำการพรรค