“บิ๊กตู่” ลงนามประกาศ ขยาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต่อไปอีก 2 เดือน จนถึง 31 มี.ค. 65 ระบุ โอมิครอนระบาด คนฉีดเข็มกระตุ้นไม่มาก แท้รัฐบาลจะดำเนินการอย่างเข้มข้นเพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีนแล้วก็ตาม

วันที่ 25 มกราคม 2565 เว็บไซต์ ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศเรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 16) ลงนามโดย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประกาศ ณ วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565 มีเนื้อหาดังนี้

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และได้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินคราวที่ 15 ออกไปจนถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2565 นั้น

โดยที่โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ได้ระบาดอย่างรุนแรงอีกรอบหนึ่งอันเป็นผลจากการที่ไวรัสดังกล่าวได้เกิดกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ที่มีการกลายพันธุ์ของโปรตีนบนส่วนหนามของไวรัสหลายตำแหน่ง ทำให้สามารถจับยึดเซลล์ของมนุษย์ได้มากขึ้น ทำให้เกิดการระบาดได้ง่ายและรวดเร็ว ถึงแม้ประชากรส่วนใหญ่จะได้รับวัคซีนเบื้องต้นโดยครอบคลุมกลุ่มประชากรในประเทศตามเป้าหมายที่รัฐบาลกำหนดแล้ว แต่ผู้ได้รับวัคซีนเข็มกระตุ้น (Booster Dose) ที่สามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่นี้ยังมีจำนวนไม่มาก แม้รัฐบาลจะได้ดำเนินการอย่างเข้มข้นเพื่อให้ประชาชนได้รับวัคซีนดังกล่าวแล้วก็ตาม ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงของระบบสาธารณสุข และต่อสุขภาพอนามัยและชีวิตของประชาชนหากเกิดการระบาดรุนแรงมากขึ้น

นอกจากนี้ ปรากฏปัญหาการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายในบริเวณพื้นที่ชายแดนมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้าน และสภาพการณ์ทางเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัว ยังเป็นปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคในประเทศอีกด้วย กรณีจึงจำเป็นที่จะต้องคงไว้ซึ่งมาตรการในการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดของโรคเพื่อธำรงไว้ซึ่งสุขภาพอนามัย ชีวิตประชาชน และความมั่นคงทางสาธารณสุขของชาติ

...

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีตามมติเมื่อวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565 จึงให้ขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรออกไปอีกคราวหนึ่ง สำหรับประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปควบคู่กัน

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 จนถึงวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2565

(อ่านต้นฉบับ)


นอกจากนี้ ยังมีประกาศที่เกี่ยวข้องอีก 2 ฉบับ ลงนามโดย พล.อ.ประยุทธ์ เช่นเดียวกัน ฉบับแรกคือ ประกาศ เรื่อง การให้ประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ ระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 16) ลงวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565 นั้น

เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข ระงับยับยั้ง ฟื้นฟู หรือช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้บรรดาประกาศที่คณะรัฐมนตรีกำหนดขึ้นตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 และคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 5/2563 เรื่อง การจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 และที่
แก้ไขเพิ่มเติม ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป

(อ่านต้นฉบับ)

อีกฉบับคือ ประกาศ เรื่อง การให้ข้อกำหนด ประกาศ และคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนดตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินยังคงมีผลใช้บังคับ มีรายละเอียดว่า ตามที่ได้มีประกาศ เรื่อง การขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร (คราวที่ 16) ลงวันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2565 นั้น เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติการป้องกัน แก้ไข ระงับยับยั้ง ฟื้นฟู หรือช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉิน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 7 มาตรา 8 และมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 นายกรัฐมนตรีจึงให้บรรดาข้อกำหนด ประกาศและคำสั่งที่นายกรัฐมนตรีกำหนดขึ้นตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2563 และที่แก้ไขเพิ่มเติม และตามประกาศขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ยังคงมีผลใช้บังคับต่อไปจนกว่านายกรัฐมนตรีจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป

(อ่านต้นฉบับ)