ที่ประชุมสภาฯ เห็นชอบตั้ง กมธ.วิสามัญพิจารณาปัญหาอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และแนวทางช่วยเหลือประชาชนกรณีราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น พร้อมส่งญัตติด่วนถึงรัฐบาล

เมื่อเวลาประมาณ 20.15 น. วันที่ 20 ม.ค. 2565 นายประภัตร โพธิสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวชี้แจงหลังการอภิปรายของ ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร ในญัตติด่วน 2 เรื่องที่คล้ายกัน โดย นายประภัตร เริ่มจากกล่าวขอบคุณสมาชิกที่อดทนถือว่ามีความตั้งใจและมีความต้องการดูแลช่วยเหลือประชาชน ประทับใจในการอภิปรายที่กล้าพูดว่าใครอยู่เบื้องหลัง ใครได้ประโยชน์ นี่คือสิ่งที่อยากเห็น เมื่อ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล บอกว่าต้องตั้งกรรมาธิการ ตนเองก็เดินไปบอกฝ่ายรัฐบาลและวิปว่าต้องตั้งกรรมาธิการเพื่อช่วยรัฐบาล ไม่ต้องกังวลว่าเขาจะมาพูดอะไร การอภิปรายในวันนี้มีเจตนาดีอย่างยิ่งที่อยากจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่เสียหาย รายใหญ่ได้ประโยชน์จริงหรือไม่ ใครบ้างได้ประโยชน์ จะแก้อย่างไรกับผู้ที่เสียประโยชน์ นี่เรียกว่าจิตวิญญาณของผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจริงๆ ขอชื่นชมและขอบคุณ

“ผมได้พูดไปแล้วว่าการปกปิดเนี่ยผมไม่มีเจตนา ไม่รู้จริงๆ เมื่อเช้าผมพูดให้ท่านจุลพันธุ์ (อมรวิวัฒน์) และทุกคนในสภาฯ ทราบไปแล้ว ผมะไม่พูดซ้ำ เราไปพูดกันในกรรมาธิการเลย ท่านเรียกเลยท่านอยากรู้อะไร ผมจะเป็นกรรมาธิการกับท่านด้วย แล้วทุกคนจะได้ช่วยกัน เห็นใจครับ ท่านไปสัมผัสมา ทุกคนสัมผัสมา ยิ่งท่านนายกฯ รัฐบาล หนักกว่า ท่านก็ต้องการให้พวกเราได้ช่วยเหลือ ท่านต้องการฟัง ที่ท่านมาช่วยกันพูดวันนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชนและต่อรัฐบาล ท่านนายกฯ ท่านจะได้รู้สักทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง”

จากนั้น นายประภัตร ตอบ 2 เรื่อง เรื่องแรกคือการเยียวยาช่วยเหลือเกษตรกรโรคลัมปี สกิน ระบาดในโค-กระบือ ตนเองเป็นผู้มาแก้การชดเชย ทั้งนี้ ข้าราชการเองก็กังวลหากหลักฐานไม่แน่นอนและไม่ละเอียดพอก็ไม่กล้าจ่าย ทุกขั้นตอนทุกคนเช็กหมดเพราะกลัวติดคุก ขอสรุปในเรื่องโรคลัมปี สกิน ว่า มีวัวเสียชีวิต 61,393 ตัวใน 63 จังหวัด จ่ายไปแล้ว 46 จังหวัด เกษตรกร 49,293 ราย รวมเป็นเงิน 1,138 ล้านบาท วันนี้ยังตรวจเอกสารไม่ครบอีก 33 จังหวัด และจะดำเนินการเสร็จในสัปดาห์นี้อีก 11 จังหวัด ซึ่งตนเองจะไปแจกเงินเยียวยาเองที่ จ.ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ นครพนม อุบลราชธานี สกลนคร ยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจ

ในส่วนของเรื่องหมู อยากเห็นเหมือนกันจึงขอร่วมกรรมาธิการจะได้เปิดไอโม่งเสียที เค้นคนที่ไม่มีความรับผิดชอบ ตนเองอายุมากแล้วคงไม่คิดจะหากินกับของแบบนี้แน่ ไม่รอบคอบ ด่างพร้อย เรื่องการเยียวยาสุกรที่เสียชีวิต ต้องขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่อนุมัติงบกลางทั้งหมด 1,133 ล้านบาท เกษตรกร 9,797 ราย หมู 301,533 ตัว จ่ายไปส่วนหนึ่งก็กลับมาไล่เอกสารอีก เงินอนุมัติก่อนเราจะโอนให้ผู้มีบัญชีในสัปดาห์หน้า

“ที่สมาชิกทุกคนเป็นห่วง ผมก็เป็นห่วง ผมอยากให้ได้เร็วที่สุดเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของเขา หรือจะคิดเลี้ยงใหม่ ผมยังมีวิธีการ ซึ่งท่านสุพัฒนพงศ์ (พันธ์มีเชาว์) ได้พูดว่าถ้าเราจะเลี้ยงใหม่ท่านมีวิธีการ ให้ใช้พลังงานที่น้อย ยินดีสนับสนุน อันนี้ก็เป็นข่าวดีสำหรับรายย่อย รายเล็ก ถ้าเราสามารถทำโรงปิดได้ ท่านบอกทำได้ ดังนั้นผมก็ฝากไว้ เราไปพูดในกรรมาธิการต่อว่าจะทำอย่างไร ขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้เสียเวลาไปช่วยกันเดินตลาดมา ไปดูความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน ท่านได้ทุ่มเทอย่างจริงใจ”

ทางด้าน นายปดิพัทธ์ ผู้เสนอญัตติแทน นายพิธา ลิ้มเจิรญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวขอบคุณรัฐมนตรี และสภาฯ ที่ตั้งกรรมาธิการขึ้นมา เพราะเรื่องนี้ใหญ่และต้องมีคนรับผิดชอบ แต่จากการที่รับฟังกันด้วยเหตุผล ถ้าไม่ได้ร่วมมือกันทั้งองคาพยพ นอกจากจะหาคนรับผิดชอบไม่ได้แล้ว ยังวางแนวทางไปข้างหน้าไม่ได้ดวย ถ้าตั้งกรรมาธิการก็จะเป็นเหตุให้เกิดความร่วมมือ และแน่นอนว่าต้องมีการตรวจสอบย้อนหลังพอสมควร เพื่อศึกษาการระบาดในอดีตตั้งแต่ปี 2562 - 2564 จะทำให้การศึกษาทางระบาดวิทยา การทำวัคซีน การทำโซนนิ่ง การเลี้ยงปศุวัตว์ในอนาคต จะสามารถทำได้ดีขึ้น นอกจากนี้มีการทำลายทั้งในและนอกระบบ การเยียวยาต้องไปให้ถึงการการทำลายนอกระบบด้วย ทำลายด้วยความกลัว ถูกกดขี่ กดราคา จะทำอย่างไร จะเอาเงินจากไหน เป็นเรื่องจำเป็น ส่วนคนที่แสวงหาผลประโยชน์โดยไม่เป็นธรรม เอารัดเอาเปรียบประชาชน ค้ากำไรเกินควร และเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำผิดในการปกปิดข้อมูล ต้องมีผู้รับผิดชอบ

ทั้งนี้ ในปัจจุบันก็มีเรื่องจำเป็นในการนำเข้าเนื้อสุกร แต่ทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรหลายกลุ่มก็เป็นกังวลมาก เพราะตั้งกำแพงไว้สูงในการที่จะไม่นำเข้าเนื้อสุกรตลอดมาในอดีต ถ้าทลายข้อจำกัดนี้เพราะความจำเป็นเร่งด่วนในการนำเข้า ก็ต้องกำหนดโควตาให้ชัดเจนว่าจะเข้ามาในปริมาณเท่าไร อย่างไร ยาวนานแค่ไหน และยังเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ข้ตกลงทางต่างประเทศด้วย อย่างไรก็ตาม เราจะไม่รู้ว่าต้องนำเข้าเท่าไร จนกว่าเราจะรู้ว่ามีหมูเท่าไร และต้องหาหมูในห้องเย็นให้เจอทั้งหมดด้วย ไม่ให้เกิดการโก่งราคาและการปกปิดตัวเลข รวมถึงข้อเสนอในอนาคตเรื่องวัคซีน ส่วนตัวยังไม่มั่นใจว่าเราจะพัฒนาได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ไม่เสียหายที่จะส่งเสริมให้ทำอย่างจริงจัง เราอาจจะพลิกวิกฤตินี้ให้เป็นโอกาสในการทำวัคซีนก็ได้ และการจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมสุกรต้องเป็นฟาร์มระบบปิด ต้องถกเถียงกันต่อเพื่อวางมาตรการในอนาคต

ขณะที่ นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พรรคเพื่อไทย ผู้เสนอญัตติ กล่าวว่า ขอบคุณรัฐมนตรีที่อดทนนั่งฟังข้อมูลต่างๆ ถือว่ามีความพยายามจะร่วมกับสภาฯ ในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบทุกด้าน ทั้งผู้เลี้ยง ผู้ประกอบการ และประชาชนที่ต้องจ่ายเพิ่มขึ้นในการซื้อเนื้อหมู หรืออาหารโปรตีนทั้งหลาย ขอให้รัฐบาลทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาในการเป็นกรรมาธิการเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน และสิ่งที่ต้องขอเสนอแนะคือ ถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปกรมปศุสัตว์อย่างเร่งด่วน เพราะเสียหายมามากแล้ว

“ความเสียหายเกินที่ฝ่ายราชการหรือฝ่ายการเมืองจะรับได้ นั่นก็คือการปกปิดประชาชนทั้งประเทศ ปกปิดไปถึงต่างประเทศว่าไม่มีโรคนี้เกิดขึ้น ทั้งๆ ที่มันมีมา 3 ปีแล้ว ความเชื่อถือต่อนานาประเทศในการส่งออกปศุสัตว์ อย่าลืมว่าเราส่งออกหมูปีละ 20,000 ล้าน ส่งออกไก่แช่แข็งปีละหลายหมื่นล้าน ส่งออกอาหารสัตว์ไปในเอเชียปีละหลายพันล้าน ความเสียหายเหล่านี้ ต่อรัฐบาลนี้ ต่อประเทศชาติบ้านเมือง ผมว่าเกินที่ใครคนใดคนหนึ่งจะรับผิดชอบได้ เพราะเราโกหกเขามา 3 ปี ต่อไปเราส่งเนื้อสัตว์ ส่งออกปศุสัตว์ต่างๆ เนี่ยเขาก็จะระแวงสงสัย ผมก็ต้องตำหนิ ไปตรวจเจอกุนเชียงที่ไต้หวัน เขาตรวจถึง 3 ครั้ง เราก็ยังไม่ยอมรับ โบ้ยไปถึงว่าเป็นหมูของประเทศเพื่อนบ้าน มันศรีธนญชัยชัดๆ มันเสียหายเหลือเกิน ผมนี่อับอายมากในฐานะคนไทย”

นายวิสุทธิ์ ระบุต่อไปว่า ให้ปฏิรูปกรมปศุสัตว์ตั้งแต่ต้นเดือนหน้า ฝ่ายค้านพร้อมจะช่วยเพราะเป็นห่วงบ้านเมือง เป็นห่วงประเทศชาติ และเท่าที่ฟังมาก็ยังไม่แน่ใจว่ารัฐมนตรีรับหรือยังว่าเราเป็นโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) เพราะเห็นว่าจะเอาเงินไปชดเชย เป็นห่วงรัฐมนตรี เพราะถ้ายังไม่ยอมรับแต่เอาเงินของรัฐบาลไปชดเชยจะถูกต้องหรือ อีกทั้งยังแปลกใจที่อธิบดีกรมปศุสัตว์ไปตรวจเจอเพียงตัวอย่างเดียว ทั้งที่มีเสียงจากคนทั้งประเทศ จึงขอถามรัฐมนตรีว่ารับหรือยังว่ามีโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรเกิดขึ้น ต้องประกาศก่อน ถ้าไม่ประกาศไปจ่ายเงินจะผิดระเบียบการใช้เงิน อยากทราบว่าจริงหรือไม่ โดย นายประภัตร ไม่ได้ตอบคำถามของ นายวิสุทธิ์

จากนั้น นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม กล่าวว่า เมื่อไม่มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่น จะถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ส่งญัตติของ นายวิสุทธิ์ ให้รัฐบาล และให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ โดยที่ประชุมเห็นชอบเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และศึกษาแนวทางการช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น จำนวน 25 คน แบ่งเป็นสัดส่วน ครม. 5 คน หนึ่งในนั้นคือ นายประภัตร ขณะที่สัดส่วนพรรคการเมือง คือ พรรคเพื่อไทย 6 คน, พรรคพลังประชารัฐ 4 คน, พรรคภูมิใจไทย 3 คน, พรรคก้าวไกล 2 คน, พรรคประชาธิปัตย์ 2 คน, พรรคชาติไทยพัฒนา 1 คน, พรรคเสรีรวมไทย 1 คน และพรรคประชาชาติ 1 คน ระยะเวลาพิจารณา 60 วัน ก่อนจะปิดการประชุมในเวลา 20.48 น.