“นัจมุดดีน” เปิดใจ หลังโบกมือลาพรรคประชาชาติ ไปซบ พรรคภูมิใจไทย มั่นใจได้เป็น ส.ส.แน่ เพราะการเมืองคืออาชีพ แจงยิบ 3 เหตุผล ไปพรรคเสี่ยหนู พร้อมชี้แจงกรณีเคยโจมตีเรื่องปลูกกัญชา
วันที่ 17 ม.ค. 65 นายนัจมุดดีน อูมา อดีต ส.ส.นราธิวาส และอดีตโฆษกพรรคประชาชาติ ลาออกจากพรรคประชาชาติ มาซบ พรรคภูมิใจไทย ทั้งที่เคยโจมตีนโยบายปลูกกัญชาของภูมิใจไทยมาตลอด ด้วยผลงานหัวหน้าพรรคและฐานเสียงของตนเองที่ทำงานการเมืองมากว่า 30 ปี มั่นใจว่าจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน พร้อมเปิดใจเหตุผลลาออกจากประชาชาติ และเรื่องคาใจในหลายประเด็น
นายนัจมุดดีน อูมา อดีต ส.ส.นราธิวาส และอดีตโฆษกพรรคประชาชาติ เปิดเผยเหตุผลในการลาออกจากพรรคประชาชาติ ว่า ก่อนหน้าที่จะออกจากพรรคประชาชาติ ได้เข้าพูดคุยกับอาจารย์วันมูฮำหมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาติ และท่านทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค เป็นที่เข้าใจกัน เหตุผลที่ออก อ.วันนอร์เข้าใจดี คราวที่แล้วที่ตั้งพรรคประชาชาติคิดว่า อยากมี ส.ส.เขตอย่างน้อยสัก 3 คน ผมจึงสละตัวเองไม่ลงเขต 3 นราธิวาส เพราะจะให้ "กูเฮง" ได้เป็น ส.ส. และได้เป็นจริงๆ ปัตตานีก็ "นิมุคตาร์ วาบา" ก็ไม่ได้ลง หลีกให้กำนันมะลง แต่มารอบนี้ผมบอก อ.วันนอร์ ว่า ผมขอโอกาสที่จะลงสมัครครั้งต่อไป แต่ประชาชาติมีตัวสมัครอยู่แล้ว อ.วันนอร์ ก็ถามว่า จะไปอยู่ที่ไหน ตนก็บอกว่า ยังไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหน เมื่อท่านเข้าใจดีแล้ว ท่านทวี เลขาพรรคก็โทรมา ก็อธิบายไปแบบนั้น ท่านก็เข้าใจดี ไม่มีปัญหา นี่คือระดับบนนะ เมื่อออกมาประการแรกนึกถึงว่าสมัยก่อนสมัยวาดะห์เคยเป็นผู้ช่วย ส.ส. ท่านเด่น โต๊ะมีนา จนท่านเป็น รมต.ช่วยสาธารณสุข และคมนาคม ผมก็อยู่ในคณะทำงานของท่านมาโดยตลอด ก็เลยคิดว่าถ้าเราจะไปอยู่พรรคไหนคงต้องไปปรึกษากับผู้ใหญ่ที่เคยทำงานด้วยกันมาก่อน
...
ประการที่สองคือ สมัยที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าในแต่ละพรรคใหญ่ๆ มีปัญหาอยู่ตลอดเกือบทุกพรรค มีคนเข้า คนออก แต่จะเห็นว่าพรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคเดียวที่มีแต่คนเข้า แต่ไม่มีคนไหลออก
ประการสุดท้าย คือ ตามที่ท่าน ผอ.พรรคได้กล่าวมานโยบายของพรรคภูมิใจไทย เป็นรูปธรรม สมกับคำพูดไว้คือ พูดแล้วทำ ทำได้จริง ที่ผ่านมาเราเห็นทั้งทางคุณเพชรดาว ก็ดี ท่าน ส.ส.อับดุลบาซิ ก็ดี ได้ผลักดันนโยบายให้เห็นเป็นรูปธรรม และเห็นโอกาสได้เข้าทำงานทางการเมืองได้เห็นชัดเจนกว่าพรรคอื่น จึงตัดสินใจมาด้วยนโยบายของพรรค และสุดท้ายถ้าพรรคที่ผมจะไปพรรคนั้น ต้องเป็นพรรคที่เป็นรัฐบาลเท่านั้น ถ้าย้ายไปเป็นฝ่ายค้านก็ไม่มีประโยชน์อะไร
วันนี้พลังประชารัฐ ประชาธิปัตย์ ภูมิใจไทย ชาติไทย ประกอบเป็นคณะรัฐบาล สมมติคราวหน้า 4 พรรคนี้มีปัญหา อยู่ด้วยกันไม่ได้ ตามแรงสไลด์ที่เป็นข่าว ถามว่า เพื่อไทยจะเป็นรัฐบาลเพียงพรรคเดียวได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ ตัวเลือกที่ดีที่สุด คือ ภูมิใจไทย ไปซ้ายก็ถูกไปขวาก็ถูก ตนคิดว่ามาตรงนี้ถูกทางแล้ว นี่คือเหตุผล
ส่วนจะช่วยดึงคะแนนภูมิใจไทยในสามจังหวัดให้สูงขึ้นได้แค่ไหนนั้น นายนัจมุดดีน บอกว่า ไม่มีความสามารถขนาดนั้น แต่คิดว่าตลอดระยะเวลาที่อยู่ในการเมืองมา ตนลง ส.ส.ครั้งแรกอายุ 26 ปี พรรคกิจประชาคม จบรามคำแหงก็ลงรับสมัครเลย 30 ปีที่ผมอยู่กับการเมืองเป็น สจ. ส.ส.3 สมัย ด้วยประสบการณ์ที่มีอยู่คงจะช่วยได้บ้างระดับนึงในทุกที่ที่เคยๆ ไปพบปะชาวบ้าน ตนถือว่าท่านเด่น เป็นครูการเมืองคนหนึ่งของตน มีกลุ่มการเมืองที่ทำปราศรัยได้กลางคืนไม่มากนัก ไม่กล้าทำด้วย ถ้าตนมาอยู่ภูมิใจไทยจะลองคุยเรื่องนี้
นายนัจมุดดีน เผยกรณีมั่นใจแค่ไหนว่า จะได้รับความไว้วางใจรับเลือกตั้งในเขต 3 นราธิวาส ถ้าไม่มั่นใจ ตนไม่มาตรงนี้คือไม่ได้เอาตัวตนเองเป็นหลัก ตนเป็นคนพูดตรงไปตรงมา การเลือกตั้ง อบต.ที่ผ่านมา คนของเราก็คือของเรา ของเขาก็คือของเขา แพ้คือแพ้ ชนะคือชนะ ตนไม่ได้แทงกั๊กว่าไปช่วย ซ้ายขวาไม่มี ไปดูได้เลยว่าในเขตนั้นของใครชนะมากกว่ากัน อาศัยฐานตรงนั้นเดินไป อาชีพตนคือการเมือง ยังพูดคุยกับประชาชาติเหมือนเดิมไม่มีปัญหา แม้แต่ประชาธิปัตย์ก็ยังโทรมาคุย ผมก็บอกได้คุยกับทางภูมิใจไทยแล้ว ตนพูดความจริง มีคนตำหนิลับหลังบ้าง ตนอธิบายว่ามาตรงนี้ตนไม่เคยว่าผู้ใหญ่ของพรรคประชาชาติแม้แต่คนเดียว ไม่คิดจะด่าด้วย เราเคารพกัน แต่ถ้าระดับเดียวกับตนมาด่ากันก็ไม่มีอะไร ต้องเจอกันอีกหลายยก บางคนหยุดด่าหยุดโพสต์แล้ว ไปในพื้นที่ก็ได้อธิบายให้เขาเข้าใจ บางคนอายุยังน้อยก็บอกเขาว่าให้อายุ 40 แล้วมาลงสมัคร มาด่ากันบนเวที อย่ามาเล่นใต้เข้มขัด
ส่วนที่เคยโจมตีภูมิใจไทยเรื่องกัญชา ปัจจุบันกลับมาซบภูมิใจไทยนั้นตนยอมรับความจริงว่า เคยขึ้นเวทีปราศรัยตำหนิภูมิใจไทยเรื่องกัญชาที่ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี เมื่อตนพูดจบ พี่ใหญ่ก็โทรหา ตนไปพูดที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส อ.รามัน อ.เมืองยะลา ซึ่งตนมีความเชื่อว่าถ้าพรรคภูมิใจไทยจะสนับสนุนให้คนมาปลูกกัญชาเพื่อไปขายไปเสพ นั่นคือไม่ได้ แต่ถ้านโยบายพรรคส่งเสริม สนับสนุนให้คนปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ คือ ทำได้ อันนี้ชัดเจน วันนี้ภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลมา 3 ปี มีการปลูกกัญชากี่ต้นที่ถูกต้องตามกฎหมาย ยังไม่มีเพราะกฎหมายยังไม่เปิด อันที่สองในหลักการศาสนาอิสลามถ้าไปปลูกกัญชาเพื่อไปเสพ คือฮารอม (ผิดหลักศาสนาอิสลาม) ชัดเจน วันนี้ปลูกได้แต่ต้องผ่านวิสาหกิจชุมชน มีคณะกรรมการดูแล ปลูกแล้วต้องขายผ่านระบบที่ราชการกำหนดไว้ สรุปนโยบายพรรคเรื่องกัญชาคือเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ สิ่งที่ผิดหลักการศาสนาอิสลาม หากสิ่งนั้นทำเป็นยาได้ก็กินได้ หากมีใครจะมาด่าเรื่องนี้ ผมพร้อมชี้แจงทุกเวที ฝากไปบอกคนที่จะด่านอกระบบอย่าไปด่าเลย เปิดหน้าสู้ดีกว่า.