ลูกเข้าทาง! "ณัฐชา" ก้าวไกล เหน็บ "จุรินทร์" รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ต้องปรบมือไหม พยุงราคา "มาม่า" สำเร็จ ดีใจเนื้อเต้นราวผลงานชิ้นเอก แต่แกล้งตาบอดไม่เห็นความทุกข์ร้อนประชาชน 

วันที่ 12 ม.ค. 2565 ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 25 บางขุนเทียน ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล ระบุถึงกรณีที่ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ข่าวต่อสื่อมวลชนว่า ผู้บริหารของบริษัทผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ตรา มาม่า ยืนยันกับกระทรวงพาณิชย์ว่า จะไม่มีการปรับขึ้นราคา เพื่อเป็นการช่วยเหลือภาระค่าครองชีพประชาชนในวิกฤติเศรษฐกิจ ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคขึ้นเกินราคาในช่วงนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ฟังแล้วชวนหดหู่ใจแทนประชาชนอย่างมาก

“พยุงราคามาม่าได้สำเร็จ ดีใจจนเนื้อเต้นขนาดนี้ ต้องปรบมือให้ด้วยไหมครับ ผมคิดว่า ควรสำเหนียกตัวเองก่อนว่า บริหารสถานการณ์ล้มเหลวบานปลายจนทุกอย่างแพงทั้งแผ่นดินขนาดนี้ ไม่ใช่เรื่องที่ นายจุรินทร์ จะมาประกาศด้วยความภาคภูมิใจว่า กระทรวงพาณิชย์ทำสำเร็จตั้งหนึ่งอย่างในการช่วยลดภาระพี่น้องประชาชนด้วยการตรึงราคาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้แล้ว นี่หมายความว่า รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ ของไทยกำลังโชว์วิสัยทัศน์แก้ไขสถานการณ์ที่เนื้อสัตว์ต่างๆ แพงหูฉี่ว่า ประชาชนยังมีทางเลือกด้วยการเลือกกินมาม่าอย่างนั้นหรือ นอกจากไม่มีศักยภาพในการแก้ปัญหา คุณจุรินทร์ยังตอกย้ำซ้ำเติมเหยียบย่ำความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนด้วย คนเป็นรัฐมนตรีที่ท้องไม่เคยหิว ชีวิตไม่เคยต้องทนต่อการไม่จับจ่าย เพราะข้าวของแพงจะเข้าใจหัวอกประชาชนได้อย่างไร สำหรับผมแล้วนี่คือวิสัยทัศน์ที่น่าอนาถมาก” นายณัฐชา กล่าว

ณัฐชา กล่าวต่อไปว่า สถานการณ์ขณะนี้คือ วิกฤติเศรษฐกิจจากโรคระบาดสัตว์ที่ซ้อนวิกฤติโควิด ซึ่งเป็นโรคระบาดคน ซึ่งล้วนสืบเนื่องมาจากการที่รัฐบาลละเลย ไม่สนใจ ปกปิดปัญหา และไม่เห็นหัวประชาชน ในเทศกาลตรุษจีน ที่จะมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้ พี่น้องคนไทยเชื้อสายจีน ต้องจับจ่าย หมู เป็ด ไก่ ไหว้บรรพบุรุษ เเต่ราคาของทุกอย่างในปัจจุบันล้วนแพงขึ้นอย่างไม่มีทีท่าว่าอะไรจะหยุดอยู่ รวมถึงน้ำยาของรัฐมนตรี ที่หมดมานานแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตประชาชนเป็นอย่างมาก สิ่งที่ควรรีบทำคือต้องเร่งไปหามาตรการเพื่อตรึงราคาให้ได้ จะแบกหน้าไปอ้อนของบกลาง ครม. มาพยุงราคาหรืออะไรก็รีบไปทำ เพื่อทำให้ราคาสินค้ากลับมาใกล้เคียงปกติโดยเร็ว ความเดือดร้อนทุกหย่อมหญ้าขนาดนี้ ท่านต้องไปใช้ความสามารถทั้งชีวิตที่คิดว่ามีไปหาวิธีแก้ไขปัญหาเพื่อให้สถานการณ์มันดีขึ้น ไม่ใช่มานั่งภาคภูมิใจว่ามาม่าไม่ขึ้นราคา

“ฟังแล้วมันจุกจนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรกับท่านดี ท่านทำเหมือนคนตาบอด มองไม่เห็นปัญหาประชาชนที่แท้จริง แต่ที่ร้ายไปกว่านั้นผมกังวลว่าท่านจะใจบอดไปด้วย ซึ่งก็ไม่อยากว่าร้ายท่านขนาดนั้น ผมจึงขอแนะนำว่าท่านลองเปิดตาสักข้างหนึ่ง เผื่อท่านจะเห็นปัญหาประชาชนที่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางวิกฤติผีซ้ำด้ำพลอยเช่นนี้”

ณัฐชา กล่าวทิ้งท้ายว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แม้ไม่ขึ้นราคาเเต่ก็ไม่ใช่อาหารในชีวิตประจำวันที่เอาไว้ประทังปากท้องหรือเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของชีวิตประชาชนได้ จึงไม่ใช้บุญคุณอะไรที่ประชาชนต้องขอบคุณรัฐบาลกับเรื่องแบบนี้ ประชาชนคนไทยควรมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่านี้ ควรมีสิทธิเข้าถึงอาหารและโปรตีน ในราคาที่เหมาะสม ไม่ใช่ต้องก้มหน้ารับสภาพเพียงเพราะมีรัฐบาลที่ไร้ความสามารถแต่ก็ยังจะดื้อด้านบริหารประเทศอยู่.