“ธนพร” เลขาธิการ สกสค.ยืนกราน ไม่ร่วมสังฆกรรมประเมินผลงาน เชื่อ นายกฯ จะให้ความเป็นธรรม รับ เข้าข่ายผิดสัญญาจ้าง ฮึ่ม “รมว.ศธ.-บอร์ด” ออกมติเลิกจ้างต้องรับผิดชอบ

วันที่ 7 ม.ค. จากกรณีที่ นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ สกสค.) ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กรณีคัดค้านเกณฑ์ที่จะใช้ในการประเมินการปฏิบัติงานของเลขาฯ สกสค.ที่ไม่เป็นธรรม แต่ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานบอร์ด สกสค.ยืนยันว่า เกณฑ์ประเมินเป็นธรรมและเป็นมาตรฐานสากล พร้อมระบุว่า หากนายธนพร ไม่ส่งผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค.ภายในวันนี้ (7 ม.ค.65) จะถือว่าเป็นการผิดสัญญาจ้างนั้น

วันที่ 7 ม.ค. นายธนพร สมศรี เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (เลขาฯ สกสค.) เปิดเผยว่า ขอยืนกรานเช่นเดิมว่า จะไม่ขอร่วมสังฆกรรมกับกระบวนการประเมินผลงานเลขาธิการ สกสค.ครั้งนี้ หากกติกาต่างๆ ยังไม่เป็นธรรม โดยตนจะไม่ส่งเล่มรายงานผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค. ในวันนี้ เนื่องจากอยู่ในระหว่างร้องขอความเป็นธรรมจากนายกรัฐมนตรี หลังจากที่คัดค้านต่อบอร์ด สกสค.หลายครั้ง แต่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งเมื่อเรื่องอยู่ในระหว่างการพิจารณาของนายกรัฐมนตรี จึงเห็นว่า คณะกรรมการประเมิน และบอร์ด สกสค. ไม่ควรรวบรัดกระบวนการตามที่ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะประธานบอร์ดให้สัมภาษณ์ไว้

“ผมไม่ขอร่วมสังฆกรรม กับกระบวนการที่ไม่เป็นธรรม และไม่มีธรรมาภิบาลเช่นนี้ ขอฝากบอกคณะกรรมการประเมินฯว่า ไม่ต้องรอ วันนี้จะไม่มีการส่งเล่มผลงานอย่างแน่นอน” เลขาธิการ สกสค.กล่าว

...

นายธนพร กล่าวอีกว่า เมื่อตนเห็นว่า กติกาและกรรมการไม่เป็นธรรม จึงไม่สามารถลงเล่นได้ และกำลังขอความเป็นธรรมจากผู้ที่อยู่เหนือกว่ากรรมการ ซึ่งก็ คือ นายกรัฐมนตรี ที่เชื่อว่า จะมีแนวทางให้ความเป็นธรรมทางใดทางหนึ่งออกมา เพื่อรักษาธรรมาภิบาลของหน่วยงานราชการ ซึ่งเรื่องนี้เชื่อว่าคนในสังคม และแวดวงการศึกษารับรู้ได้ว่า ประเด็นที่ส่อไม่เป็นธรรมต่างๆ ที่ตนร้องไว้นั้นเป็นข้อเท็จจริง มิใช่ข้ออ้างที่จะหลบเลี่ยงการประเมิน

ส่วนกรณีที่ รมว.ศึกษาธิการ ระบุว่า หากนายธนพร ไม่ส่งผลการปฏิบัติงานภายในวันนี้ (7 ม.ค.65) จะถือว่าเป็นการผิดสัญญาจ้าง และมีผลเลิกจ้างโดยปริยายนั้น นายธนพร กล่าวว่า เป็นเงื่อนไขที่ระบุไว้ในสัญญาจ้างจริง แต่ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ที่เป็นธรรม ขอย้ำอีกครั้งว่า รายงานผลการดำเนินงานได้เตรียมไว้พร้อมแล้ว และอยากเข้ากระบวนการประเมินผลงานด้วยซ้ำ เพราะมั่นใจในผลการดำเนินการที่ผ่านมากว่า 1 ปี ในฐานะเลขาธิการ สกสค.ว่า จะผ่านประเมินผลงานแน่ หากเกณฑ์ประเมินมีความเป็นธรรม

“บอร์ด สกสค.จะมีมติอย่างไรออกมา ทั้งตัวประธานบอร์ด และกรรมการทั้งหมด ก็ต้องพร้อมรับผิดชอบทางกฎหมายด้วย” นายธนพร ระบุ

นายธนพร ยังได้กล่าวถึงประเด็นที่ น.ส.ตรีนุช ระบุว่า เกณฑ์ประเมินที่จะต้องผ่านร้อยละ 65 นั้นถือว่า มีมาตรฐาน ขณะที่เกณฑ์ประเมินของหน่วยงานอื่นๆ จะต้องผ่านการประเมินร้อยละ 80 ว่า เรื่องนี้ต้องเข้าใจรายละเอียดการให้คะแนนด้วยว่า เรื่องนี้ต้องลงรายละเอียดด้วยว่า หากเลขาธิการ สกสค.ปฏิบัติได้ตามแผนงานและตัวชี้วัดที่วางไว้ จะได้คะแนน 3 เต็ม 5 คะแนน หรือเพียงร้อยละ 60 เท่านั้น การกำหนดเกณฑ์ต้องผ่านร้อยละ 65 หรือ ร้อยละ 80 นั้นก็เท่ากับว่า ต้องทำงานเกินกว่าตัวชี้วัดที่วางไว้ ซึ่งความเป็นจริงก็สามารถปฏิบัติได้ หากมีการกำหนดเกณฑ์ประเมินก่อนจะเสร็จงาน เมื่อมากำหนดเกณฑ์ประเมินภายหลังจากการดำเนินงานแล้วเสร็จแล้ว จึงไม่สามารถไปแก้ไขเพิ่มเติมใดๆ ได้ อีกทั้งยังเป็นช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีข้อจำกัดจากประกาศ ศบค.ที่ส่งผลต่อการดำเนินงานในหลายด้าน อาทิ การเบิกจ่ายงบประมาณ หรือจำนวนผู้เข้าใช้บริการโรงแรมครู โรงพยาบาลครู และการตรวจสุขภาพครู ที่ไม่มีการปรับเกณฑ์ให้สอดคล้องกับความเป็นจริง

“ถ้าประธานบอร์ด สกสค.เห็นว่า เกณฑ์คะแนนร้อยละ 80 หรือร้อยละ 65 เป็นธรรมจริง เหตุใดบอร์ด สกสค.ถึงเคยมีมติให้แก้เกณฑ์ประเมินเป็นร้อยละ 60 ตามที่ผมคัดค้าน ก่อนจะกลับมติเป็นร้อยละ 65 ตามที่คณะกรรมการประเมินฯเห็นแย้งขึ้นมาในภายหลัง” นายธนพร กล่าว.