ศบค. ย้ำ ห่วงมาก "ร้านอาหารกึ่งผับ" หวั่น คลัสเตอร์ "ทองหล่อ" กลับมาหลอกหลอนอีก จับตา 2 อาทิตย์ ตัวเลขผู้ติดเชื้อพุ่ง หรือไม่ หลังผ่านหยุดปีใหม่ 7 ม.ค. ประชุมใหญ่ ปรับมาตรการ
วันที่ 5 ม.ค. 65 แพทย์หญิงสุมนี วัชรสินธุ์ ผอ.สำนักสื่อสารความเสี่ยงและพัฒนาพฤติกรรมสุขภาพ กรมควบคุมโรค ในฐานะผู้ช่วยรองโฆษก ศบค. กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ว่า วันนี้ตัวเลขติดเชื้อโควิด-19 ยังเพิ่มขึ้น ฉะนั้น หลังเทศกาลวันหยุดปีใหม่มา สถานการณ์ต่างๆ ยังไว้วางใจไม่ได้ การรับนักท่องเที่ยวรูปแบบ "เทสต์แอนด์โก" ก็ยังมีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ไม่เว้นแต่รูปแบบแซนด์บ็อกซ์ และแบบกักตัว มีแนวโน้มการติดเชื้อโควิด-19 ที่เพิ่มสูงขึ้น
ทั้งนี้ ที่ประชุม ศบค. ยังเป็นห่วงกรณีเกิดคลัสเตอร์ใหม่มาก ยิ่งที่เกิดขึ้นในลักษณะ "ร้านอาหารกึ่งผับกึ่งบาร์" ทั้งที่ จ.เชียงใหม่ จ.ชลบุรี จ.อุบลราชธานี จ.อุดรธานี และในพื้นที่ กทม.ด้วย ทั้งนี้รูปแบบลักษณะดังกล่าว มีความเสี่ยงเวลาเปิดให้บริการ ทั้งยังมีการส่งเสริมการขายสุรา จำหน่ายเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ทั้งร้านรูปแบบดังกล่าว "ร้านอาหารกึ่งผับ" มีลักษณะ เป็นพื้นที่ปิด อากาศไม่ถ่ายเท มีลักษณะน่าเป็นห่วง เนื่องจากผู้ใช้บริการร้านลักษณะนี้ คืนหนึ่งๆ เดินทางไปหลายร้าน ขณะที่ ร้านลักษณะนี้ เปิดมาตั้งแต่กลางเดือน ธ.ค.แล้ว ไม่ได้เพิ่งมาเปิดเฉพาะช่วงปีใหม่ ทำให้ ศบค.มีความเป็นห่วงว่า ถ้ามีการแพร่ระบาดเกิดขึ้นจริง จะลงไปถึงระดับครอบครัว คล้ายหรือเหมือน ลักษณะการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดที่เคยเกิดขึ้นที่ "ผับทองหล่อ" ซึ่งกว่าจะควบคุมได้ใช้เวลายาวนานมาก
...
หลังปีใหม่ มีเส้นกราฟกระดกขึ้น ดูแนวโน้มจำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ หากยังเป็นกราฟเส้นสีส้ม แสดงว่า พี่น้องประชาชนยังป้องกันตัวตามมาตรการได้ดี หากไม่เช่นนั้น ภายใน 2 สัปดาห์ อาจมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 เป็นจำนวนมาก เน้นปฏิบัติตัวตามมาตรการ Covid Free Setting ซึ่งขณะนี้ประชาชนไทยทั่วประเทศ ได้มีการฉีดวัคซีน ครบ 2 เข็ม แล้ว กว่า 64% ดังนั้นเชื่อว่า หากมีการแพร่ระบาดอีกครั้ง จะมีผู้เสียชีวิตไม่มาก แต่อย่างไรก็ยังประมาทไม่ได้
ที่ประชุม ศบค. ขอประชาชนให้ตรวจ ATK ก่อนเข้าทำงาน โดยเฉพาะที่กลับมาจากต่างจังหวัดหลังหยุดเทศกาลปีใหม่ และขอให้พี่น้องประชาชนทำงานอยู่บ้าน ให้มากที่สุด และหมั่น ตรวจ ATK หากพบผลเป็นบวก รีบติดต่อ สปสช.เพื่อลงทะเบียน เพื่อเข้าสู่ระบบ โฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) และ คอมมูนิตี้ ไอโซเลชัน (Community Isolation)
ย้ำ ที่ประชุม ศบค.ให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเตรียมการรองรับ หากพบมีผู้ติดเชื้อโควิด-19 ใน 2 อาทิตย์ เพิ่มมากขึ้น ต้องมีการเตรียมการ โฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) และ คอมมูนิตี้ ไอโซเลชัน (Community Isolation) และให้มีการเตรียมการทรัพยากรในการรักษาพยาบาลให้กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด ไม่ให้ขาดแคลน อย่างไรก็ตาม ฝากสื่อมวลชน สื่อสารไปยังพี่น้องประชาชน ที่มีการเสี่ยงติดเชื้อโควิด ให้รีบไปตรวจ ATK แล้วถ้าพบว่าติดเชื้อจริง ทำอย่างไร
ส่วนคำถามว่า การฉีดวัคซีนกันโควิด กับการให้เชื้อโอมิครอนไปติดประชาชนตามธรรมชาติ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ นั้น อย่างไหนดีกว่ากัน แพทย์หญิงสุมนี ตอบว่า อย่างไรก็ตาม การมีภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีน ยังไงก็ดีกว่าการปล่อยให้เกิดการติดเชื้อ แล้วเป็นการเพิ่มภูมิคุ้มกันในธรรมชาติ แน่นอน เนื่องจาก หากมีการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อเร็ว ระบบสาธารณสุข จะรองรับไม่ทัน
"อีกอย่างคือ ถึงแม้คนไทยได้วัคซีน 2 เข็มไปแล้ว กว่า 64% แต่อย่าลืมว่า หลายคนยังไม่ได้ฉีดแม้แต่เข็มเดียว ซึ่งก็เป็นจำนวนหลายล้านคน อีกอย่าง หากปล่อยให้แพร่กระจายของเชื้อในวงกว้าง ก็เหมือนไปส่งเสริมให้เชื้อมีโอกาสกลายพันธุ์เพิ่มมาขึ้นไปอีก" แพทย์หญิงสุมนี กล่าว
แพทย์หญิงสุมนี กล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนจับตา ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ในวันที่ 7 ม.ค.นี้ ที่ประชุม จะมีการประเมินสถานการณ์โควิด-19 มีประเด็นน่าสนใจ คือกรณี ตัวเลขผู้ติดเชื้อจะมีเพิ่มสูงขึ้นหรือไม่ อย่างไร และอีกอย่าง ที่ประชุม ศบค.จะมีการพิจารณาเปิดสถานบันเทิง หรือไม่ รวมทั้งการปรับมาตรการ "เทสต์แอนด์โก" จะทำอย่างไรต่อไปด้วย.