"วิสาร" ส.ส.เพื่อไทย โวย สภาฯ ยุงลายบินชุม เคยมี ส.ส.เป็นไข้เลือดออก ปางตาย รัฐสภาจุดเสี่ยงอื้อ ผวาบันไดหนีไฟ ผุกร่อนง่าย เหม็นกลิ่นสีและทินเทอร์ "ชวน" บอก ตำหนิไปแล้ว ขอส.ส.หากพบเห็นอีกก็ขอให้บอก
เมื่อเวลา 09.30 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานการประชุม นายวิสาร เตชะธีรวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย หารือที่ประชุม ว่า เนื่องจากการประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ที่ผ่านมา ที่มีเหตุทำให้หยุดการประชุมด่วน ทั้งๆ ที่ยังเหลือวาระกฎหมายสำคัญๆ อีกหลายฉบับ สาเหตุเกิดจากความไม่ปลอดภัยที่เหม็นกลิ่นสีและกลิ่นทินเนอร์ ตนได้ข้อมูลมาว่า ทางเลขาธิการสภาฯ ได้ออกหนังสือ ไปตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.63 ว่า ทางสำนักงานฯ ไม่มีเจ้าหน้าที่ทางวิศวะในการตรวจสอบโครงการอาคารแบบเทคโนโลยีชั้นสูง จึงได้ทำหนังสือไปยังสมาคมผู้ตรวจสอบและบริหารความปลอดภัยอาคาร มาตรวจสอบ โดยสมาคมฯ แจ้งว่า รัฐสภา มีจุดเสี่ยงอยู่ 192 แห่ง ระดับความรุนแรงมากที่สุด 81 แห่ง ปานกลาง 101 แห่ง และน้อย 10 แห่ง ต้นเหตุที่ทำให้ เหม็นกลิ่นสีและกลิ่นทินเนอร์อยู่บนหลังคา บริเวณแคตวอล์ก ที่เจ้าหน้าที่ต้องไปเปลี่ยนไฟ เปลี่ยนฝ้า ซึ่งยังไม่ส่งมอบทั้งหมด โดยเจ้าหน้าที่ไปพ่นสีบริเวณดังกล่าวจึงทำให้มีกลิ่น
นายวิสาร กล่าวต่อว่า ทั้งที่ประธานออกวาระการประชุมล่วงหน้าเป็นสัปดาห์ แต่กลับมาทำงานในวันที่มีการประชุมรัฐสภา ซึ่งไม่ถูกต้อง นอกจากนั้นทางสมาคมฯ แจ้งว่า บริเวณบันไดหนีไฟนั้นซึ่งตนไม่แน่ใจว่า ฝ้าจะหล่น หรือไฟจะแตกเมื่อไหร่ ที่น่ากลัว คือ วัสดุที่ใช้ทำบันไดหนีไฟ ทำจากวัสดุที่ไม่ได้ทนไฟ ผุกร่อนง่าย ถ้าไฟไหม้ สมาชิก และเจ้าหน้าที่อย่าใช้บันไดหนีไฟ เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องรีบแก้ไข ปรับปรุงด่วน เรานั่งประชุมกันอยู่ก็ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น
...
นายวิสาร กล่าวต่อว่า นอกจากนั้น ยังมีเรื่องการตรวจ RT-PCR ให้กับส.ส.ก่อนเข้ามายังรัฐสภา เพื่อป้องกันโควิดแล้ว ขอให้มีการตรวจ RT-PCR ให้กับ ส.ส. เพราะเวลาลงพื้นที่จะมีความเสี่ยงเป็นพาหะโควิด โดยที่เราไม่รู้สึกตัว แม้จะฉีดวัคซีนครบแล้วก็ตาม หากเบิกไม่ได้ เชื่อว่า ส.ส.ทุกคนพร้อมที่จะจ่ายเอง แต่ขอให้ท่านเอาการตรวจ RT-PCR มาบริการที่สำนักงานแพทย์ของสภาฯ ด้วย นอกจากนั้น ยังมีเรื่องยุงลาย ที่อยู่ในรัฐสภา และทุกห้องในรัฐสภา มียุงเต็มไปหมด แม้กระทั่งห้องประชุมใหญ่ เราเคยมีเพื่อนสมาชิกเป็นไข้เลือดออกปางตายมาแล้ว ขอให้ดูแลกวดขันเรื่องนี้ด้วย
ด้านนายชวน ชี้แจงว่า ได้ให้เลขาธิการสภาฯ รายงานวันประชุมร่วมรัฐสภา เมื่อวันที่ 21 ธ.ค.ว่า มีกลิ่นสี เข้ามาในห้องประชุมแล้ว พบว่ามีการไปทาสี บริเวณแคตวอล์ก เป็นจุดที่มีฝนรั่ว และเจ้าหน้าที่ไปทาสี ซึ่งเป็นความจริงว่าทำไมต้องไปทาสีวันประชุม ซึ่งเลขาฯ ได้ตำหนิผู้ที่มาทำแล้ว และขอเรียนว่าสภาฯ เป็นสภาฯ ใหญ่ ตนไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ได้กำชับว่า หากมีจุดที่เป็นปัญหาต้องตรวจสอบเข้มข้น เพราะอาจจะเกิดเหตุอันตรายขึ้นได้ ในกรณีที่เกิดความบกพร่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายเลขาธิการสภาฯ และผู้รับจ้างติดตามตลอดเวลา และคิดว่า เมื่อไหร่ที่การส่งมอบอาคารรัฐสภา และทุกอย่างเรียบร้อย เราก็ต้องมานับหนึ่ง และทบทวนใหม่ทั้งหมด แม้กระทั่งต้นไม้ และเรื่องอื่นๆ ว่า ควรจะได้มีการปรับปรุงแก้ไขอย่างไรต่อไป และอย่าลืมว่าโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภา ดำเนินการมายาวนานหลายปี บางแบบทำให้เปลืองไฟฟ้า ดังนั้น ต้องทบทวน และปรับปรุง แต่ปัจจุบันไม่สามารถแก้ไขสัญญาได้ ถ้าไปทำอะไรที่มีปัญหาก็จะมีการเรียกร้องกัน ต้องรอให้จบสิ้นถึงจะเริ่มทบทวนเพื่อรักษาสภาฯ ต่อไป เพราะสภาฯ คือ ที่สุดท้ายและเชื่อว่าคงไม่มีการย้ายไปที่ใหม่อีก ดังนั้นขอให้ ส.ส.ช่วยดูแล เป็นหูเป็นตา มีอะไรก็บอกกัน