คุณหญิงสุดารัตน์ อัด ผ่านมา 1 ปี รัฐบาลไม่สนใจป้องกันโควิด-19 แนะยกระดับกันโอมิครอน ตั้งศูนย์ตรวจ RT-PCR ฟรี ทั้งกทม.และต่างจังหวัด เหตุ ATK ตรวจไม่เจอ เชื่อรัฐมีงบพอ เพราะกู้มาเยอะ

วันที่ 22 ธ.ค. 2564 คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย โพสต์เฟซบุ๊ก คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ Sudarat Keyuraphan ระบุว่า วันนี้ครบรอบ 1 ปี ที่ดิฉันได้ออกมาเตือนรัฐบาลให้เร่งทำงานเชิงรุก เพื่อป้องกันการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ๆ ตั้งแต่ยังไม่มีการระบาดของสายพันธุ์ #เดลตา ที่ทำความเสียหายอย่างมหาศาลให้กับคนไทย

แต่รัฐบาลไม่สนใจที่จะดำเนินการ ตามที่ดิฉันได้เตือนด้วยความปรารถนาดี เพราะเราจะเอาชีวิตคนไทยและเศรษฐกิจไทยมาเสี่ยงต่อไปไม่ได้ คือ “เราจะพลาดไม่ได้อีกแล้ว”

ขณะนี้ก็มีการระบาดของเชื้อกลายพันธุ์ตัวใหม่คือ #โอมิครอน ซึ่งได้เข้ามาระบาดในประเทศไทยแล้ว ดิฉันขอย้ำว่า “โรคโควิด-19” เป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศไทย ที่รัฐบาลจะนั่งตั้งรับอย่างเดียวไม่ได้ ซึ่งตอนนี้มีผู้ติดเชื้อ “โรคโควิด-19” สายพันธุ์ “โอมิครอน” แล้ว 104 ราย ในประเทศไทย

ซึ่งดิฉันและพรรคไทยสร้างไทยได้ออกมาเตือนโดยตลอดว่า ให้รัฐบาลเร่งยกระดับมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ “โรคโควิด-19” สายพันธุ์ “โอมิครอน” แต่เป็นที่ทราบกันดีว่า รัฐบาลไม่ดำเนินการให้ทันต่อสถานการณ์ ถึงแม้ว่ารัฐบาลสั่งยกเลิกผู้เข้ามาประเทศไทยแบบ Test & Go โดยให้สามารถเข้าประเทศ Sandbox Programme หรือต้องกักตัวก่อน เนื่องจากการระบาดของ “โรคโควิด-19” สายพันธุ์ “โอมิครอน” จนมีแนวโน้มที่จะเป็นสายพันธุ์หลัก

ปัญหาที่น่ากังวลที่สุดของ “โรคโควิด-19” สายพันธุ์ “โอมิครอน” คือ การตรวจด้วยวิธี ATK ไม่สามารถตรวจพบในสายพันธุ์นี้ได้ ดังนั้นประการแรก ต้องมีการเร่งตรวจ “โรคโควิด-19” ด้วยวิธี RT-PCR ฟรี ให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ง่าย ซึ่งดิฉันเสนอว่า ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ควรเปิดศูนย์ตรวจ “โรคโควิด-19” เขตละ 5 แห่ง ส่วนในต่างจังหวัด ควรเปิดศูนย์ตรวจ “โรคโควิด-19” ตำบลละ 1 แห่ง ดิฉันเชื่อว่า รัฐบาลมีงบประมาณเพียงพอที่จะเปิดศูนย์เหล่านี้ เนื่องจากรัฐบาลได้กู้เงินจำนวนมาก เพื่อที่จะบรรเทาการระบาดของโรคโควิด-19

ประการต่อมา ดิฉันเห็นว่าต้องเร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 และอาจจะต้องพิจารณาการฉีดวัคซีนเข็มที่ 4 ที่เป็นวัคซีน mRNA อย่างรวดเร็ว เพราะวัคซีนเพียง 2 เข็มไม่สามารถป้องกัน “โรคโควิด-19” สายพันธุ์ “โอมิครอน” ได้เลย ที่น่ากังวลไปกว่านั้นคือ คนไทยจำนวนมากได้วัคซีนเชื้อตายที่ไม่สามารถป้องกันได้แม้แต่ “โรคโควิด-19” สายพันธุ์ “เดลตา” ได้

อีกทั้ง การแพร่ระบาดของ “โรคโควิด-19” สายพันธุ์ “โอมิครอน” สามารถแพร่เชื้อได้เร็วกว่าสายพันธุ์ “เดลตา” ถึง 5 เท่า ถ้าหากไม่มีการควบคุมการระบาด จะทำให้คนไทยมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อมากขึ้น ย่อมมีความเสี่ยงที่จะทำให้มีคนตายมากขึ้นเช่นเดียวกัน ที่น่ากังวลคืออัตราการตายที่สูงกว่าปกติก่อนการแพร่ระบาดโควิด (Excess Mortality) ในปลายเดือนพฤศจิกายนกลับมาสูงขึ้นอีกครั้งเป็นร้อยละ 19 ในปลายเดือนพฤศจิกายน ถ้าหาก “โรคโควิด-19” สายพันธุ์ “โอมิครอน” มีการระบาดในประเทศไทย ตัวเลขนี้มีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดิฉันตระหนักดีว่า “โรคโควิด-19” นี้จะอยู่กับพวกเราไปอีกนานจนเป็น “โรคประจำถิ่น” ดังนั้น การเร่งสร้างภูมิคุ้มกันให้แก่คนไทยเป็นสิ่งจำเป็น และการควบคุมโรคโควิด-19 ไม่ให้มีการระบาดหนัก เพื่อจะการันตีได้ว่า จะไม่มีผู้ป่วยหนักจำนวนมากจนล้นเกินขีดความสามารถของระบบสาธารณสุขของประเทศไทย และจะไม่ทำให้เศรษฐกิจไทยหยุดชะงักจนก่อให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจจากโรคระบาดอีก

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
#พรรคไทยสร้างไทย