นายกฯ ตั้ง “เข็มชัย ชุติวงศ์ อดีตอัยการสูงสุด” เป็นประธาน ตรวจสอบ กฎหมายว่าด้วยอภัยโทษ วางกรอบดำเนินการ 30 วัน ยันแนวทาง ต้องรอบคอบ รัดกุม โปร่งใส และเป็นธรรม
วันที่ 17 ธ.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และรมว.กลาโหม ลงนามคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 337/2564 แต่งตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการอภัยโทษ สั่ง ณ วันที่ 16 ธ.ค. 2564 ให้ตรวจสอบการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการอภัยโทษ ซึ่งในที่นี้คือ พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษ ในโอกาสวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ พ.ศ. 2564 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วยผู้แทนหน่วยงานที่รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวและผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก โดยให้ นายเข็มชัย ชุติวงศ์ อดีตอัยการสูงสุดและประธานกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม เป็นประธานกรรมการ ส่วนกรรมการคนอื่นๆ ประกอบด้วย นายจีระพัฒน์ พันธุ์ทวี เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม นายธีระพงษ์วงศ์ศิวะวิลาส ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีฝ่ายข้าราชการประจำ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา พล.อ.ประชาพัฒน์ วัจนะรัตน์ เจ้ากรมพระธรรมนูญ นายชยาวุธ จันทร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายวิทยา สุริยะวงค์ อดีตอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และอดีตรองปลัดกระทรวงยุติธรรม และ นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ย.ป. เป็นกรรมการ และเลขานุการ
นายธนกร กล่าวว่า คณะกรรมการดังกล่าว มีอำนาจในการตรวจสอบข้อเท็จจริง ความเป็นมา และการดำเนินการเกี่ยวกับการกำหนดหลักเกณฑ์ ระเบียบปฏิบัติในการขอรับพระราชทานอภัยโทษ และการกำหนดชั้นนักโทษของกรมราชทัณท์ เพื่อป้องกันมิให้นักโทษเสียสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับตามกฎหมาย และอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ หรือผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อดำเนินการเฉพาะเรื่องตามที่คณะกรรมการมอบหมาย โดยให้หน่วยงานของรัฐและเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ให้ความร่วมมือแก่คณะกรรมการในการชี้แจงข้อมูล ส่งเอกสาร ตลอดจนการดำเนินการอื่นๆ ตามที่คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ให้ประธานกรรมการรายงานผลการตรวจสอบ พร้อมกับข้อเสนอแนะ หรือแนวทางการแก้ปัญหาที่จะเป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติต่อนายกรัฐมนตรี ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีคำสั่งฉบับนี้ โดย พล.อ.ประยุทธ์ ให้แนวทางการทำงานให้แก่คณะกรรมการฯ พิจารณา กลั่นกรองและตรวจสอบหลักเกณฑ์และกระบวนการในชั้นของกรมราชทัณฑ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างรอบคอบ รัดกุม โปร่งใส และถูกต้องเป็นธรรม รวมทั้งให้มีข้อเสนอแนะมาตรการในการดำเนินการต่อไป ในอนาคตเพื่อให้การขอพระราชทานอภัยโทษ บังเกิดประโยชน์ต่อผู้ต้องโทษและสังคมโดยส่วนรวมอย่างแท้จริง ทั้งสนองพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงบำเพ็ญอภัยทานในวาระและโอกาสพิเศษด้วย
...