หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เผย ไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรค หนุน “ชัชชาติ” ลงในนามอิสระ แต่ขอรอจังหวะเหมาะสม โยนถามเจ้าตัวเองถึงเหตุผล เมินเลือกตั้งซ่อม ขอสู้สนามใหญ่
วันที่ 14 ธ.ค. 2564 ที่พรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคเพื่อไทย ว่า ได้ประชุมปรึกษาหารือเป็นที่เรียบร้อย จนได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่า การส่งตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จะคำนึงถึงผลประโยชน์สุดของประชาชน โดยเฉพาะฝ่ายประชาธิปไตยที่จะมีบทบาทในการชนะการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทยพิจารณาอย่างรอบคอบว่า ขณะนี้เสมือนมีตัวแทนฝ่ายประชาธิปไตยที่อาสาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.อยู่แล้ว ตรงกับเจตนารมณ์ของเราในการส่งเสริมฝ่ายประชาธิปไตย ถ้าตัดสินใจส่งผู้สมัครในนามของพรรค วัตถุประสงค์หลักในการส่งเสริมให้ฝ่ายประชาธิปไตยชนะการเลือกตั้ง อาจจะมีปัญหาในการตัดคะแนนกัน จึงมีข้อสรุปชัดเจนว่า จะไม่ส่งตัวแทนของพรรคเพื่อไทย ในการแข่งขันผู้ว่าฯ กทม. เนื่องจากต้องการส่งเสริมคนที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตยให้ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ส่วนสนาม ส.ก. จะส่งผู้สมัครในนามของพรรคทุกเขต
นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ส่วนจะประกาศสนับสนุน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. สังกัดอิสระ หรือไม่นั้น ชัดเจนอยู่แล้ว แต่การจะประกาศสนับสนุนอย่างเป็นทางการต้องรอจังหวะ โอกาส และเวลาที่เหมาะสม เพราะว่ามีผลกระทบหลายด้าน โดยเฉพาะตัวผู้สมัครเอง โดยยินดีใช้กลไกของพวกเราสนับสนุนผู้สมัครที่อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย หากพรรคการเมืองอื่นที่เป็นประชาธิปไตยจะส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ก็เป็นหนึ่งข้อในการพิจารณา แต่ก็ต้องมองว่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนหรือไม่
เมื่อถามว่า เหตุใด นายชัชชาติ ไม่มาลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรคเพื่อไทย นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ต้องไปถามนายชัชชาติจะดีกว่า แต่อาจจะมีเหตุผลที่ลงในนามอิสระ ว่าฐานคะแนนจะมีคะแนนมากกว่า คงตอบแทนไม่ได้ เมื่อถามว่า จะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เมื่อไหร่นั้น นพ.ชลน่าน กล่าวว่า จากคำให้สัมภาษณ์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม บอกว่า กลางปี 65 ซึ่งช้ามาก ปกติเมื่อมีการเลือกตั้งท้องถิ่นแล้วเสร็จจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ภายใน 3 เดือน หากมากกว่านั้นจะมีเงื่อนไขแฝงเร้นอะไร
นพ.ชลน่าน ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อมในพื้นที่ จ.ชุมพร และ จ.สงขลา ว่า การเลือกตั้งในครั้งนี้อาจจะอยู่ไม่ได้นาน ผู้สมัครไม่ได้เตรียมไว้ และเรื่องกลไกการทำงานในพื้นที่ จะทำให้ขาดโอกาสที่จะชนะการเลือกตั้ง การเลือกตั้งซ่อมเป็นการเลือกตั้งที่ใช้กลไกไม่ปกติ แต่ไม่ได้ไปกล่าวหาใคร มันไม่เป็นไปตามวิถีประชาธิปไตย ชัยชนะที่ได้มาแต่ละครั้งมันมีกลไกอื่นๆ เข้ามามาสนับสนุนเอื้อผู้ที่มีโอกาสที่ได้รับชนะ ส่วนใหญ่ก็เป็นฟากฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งอำนาจรัฐ อำนาจเงิน และอำนาจการจัดการต่างๆ ทางพรรคจึงเตรียมกำลังประกาศสู่ศึกเลือกตั้งครั้งใหญ่น่าจะดีกว่า.


