อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ให้กำลังใจพัฒนากรรุ่นใหม่ มุ่งมั่นทำงาน ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง สนับสนุนให้ร่วมกันพัฒนาชุมชน สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีและยั่งยืน
วันที่ 12 ธ.ค. 2564 นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ให้กำลังใจนักศึกษาพัฒนากร รุ่นที่ 119 ฝึกอบรมตามโครงการพัฒนาข้าราชการที่อยู่ระหว่างทดลองปฏิบัติหน้าที่ราชการ หลักสูตรพัฒนากรก่อนประจำการ รุ่นที่ 119 จำนวน 102 คน ที่วิทยาลัยการพัฒนาชุมชน อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 11 ธ.ค. 2564 ที่ผ่านมา โดยมี นายชัยณรงค์ กาญจะนะกันโห ผู้อำนวยการวิทยาลัยการพัฒนาชุมชน นางประภา ปานนิตยกุล ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาและพัฒนาชุมชนนครนายก พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ให้การต้อนรับ
นายสมคิด กล่าวว่า การฝึกอบรมของพัฒนากรก่อนประจำการ เป็นการสร้างศรัทธาเพื่อให้ประชาชนเห็นว่าข้าราชการที่ไปปฏิบัติงานในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบลนั้น มุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชน ให้บริการที่ดีแก่ประชาชน ดังนั้น การปฏิบัติงานของพัฒนากรใหม่ทุกคนต้องยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการทำงาน มีความสามารถในการสร้างศรัทธาแก่ประชาชน หมั่นพบปะพูดคุยและให้ความรู้แก่ประชาชน รวมทั้งสนับสนุนให้ชุมชน สามารถบริหารจัดการชุมชน โดยนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้อย่างเหมาะสม สนับสนุนให้คนในชุมชนได้ร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนของตนเอง เป็นประชากรที่มีคุณภาพ อยู่อย่างมีศักดิ์ศรี มีความสุข พัฒนาศักยภาพของประชาชนในการพึ่งพาตนเองได้ ทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ
พร้อมกันนี้ ขอให้พัฒนากรก่อนประจำการทุกคนตระหนักว่า การอบรมและการลงฝึกปฏิบัติเป็นช่วงเวลาที่สำคัญของพัฒนากรก่อนประจำการ ในการได้เรียนรู้ ปรับตัวให้เข้ากับบทบาทภารกิจสำคัญ นำองค์ความรู้ หลักการ และภาควิชาการไปประยุกต์ใช้ในพื้นที่ และนำไปปรับใช้เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีไปสู่ชุมชน ทั้งนี้ ความปรารถนาอย่างแรงกล้าของกรมการพัฒนาชุมชน คือการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติ โดยยึดแนวทาง “เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา” ส่งเสริมให้ทุกชุมชนอยู่อย่างพอเพียง ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง
...
“พัฒนากรทุกคน คือ กลไกสำคัญที่จะสานต่อปณิธานในการทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน และตอบสนองนโยบายสำคัญของรัฐบาลของกระทรวงมหาดไทย และกรมการพัฒนาชุมชน พัฒนากรก่อนประจำการต้องมีความตั้งใจในการใช้ชีวิตนักพัฒนาอย่างเข้มแข็ง อดทน ปรับตัวในสถานการณ์ที่แตกต่าง ยึดมั่นในระเบียบวินัย ให้เกียรติ อ่อนน้อม และเรียนรู้สิ่งต่างๆ จากชุมชนและพัฒนากรรุ่นพี่ที่พร้อมจะเป็นต้นแบบถ่ายทอดประสบการณ์อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจในบทบาทหน้าที่การเป็นข้าราชการที่ดี และเป็นนักพัฒนาที่ยึดปรัชญา อุดมการณ์ หลักการ และกระบวนการพัฒนาชุมชนเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ต้องมีความมุ่งมั่น จริงใจ จริงจัง ผนึกกำลังร่วมกันสร้างศรัทธาที่เดินได้ ขอให้นำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่อย่างสุดกำลังความสามารถ เพื่อสานต่องานพัฒนาชุมชนให้ต่อเนื่องและทำงานร่วมกับประชาชนด้วยความรักและความศรัทธาในพื้นที่ตลอดไป”
จากนั้น อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เยี่ยมชม โคก หนอง นา วิถีชายฝั่งทะเล วิทยาลัยการพัฒนาชุมชน ซึ่งพื้นที่โคก หนอง นา วิถีชายฝั่งทะเล น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้ในรูปแบบของโคก หนอง นา โมเดล มีฐานเรียนรู้การปลูกต้นโกงกาง ปลูกข้าว ทำคันนาทองคำ ปลูกพืชผักสวนครัว ขุดสระ และการเลี้ยงปลาตามวิถีชายฝั่ง บนพื้นที่ 2 ไร่ 3 งาน เพื่อให้สอดรับกับภูมิสังคมแบบชายฝั่งทะเล และผสมผสานกับแนวทางการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร มุ่งเน้นให้เกิดองค์ความรู้ตามหลักกสิกรรมธรรมชาติ นำไปสู่การเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์แก่ประชาชนทั่วไป สามารถนำไปปฏิบัติ ใช้เป็นแนวทางในการดำรงชีวิตแบบพึ่งพาตนเอง และใช้เป็นแนวทางในการประกอบอาชีพ ทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน
อย่างไรก็ตาม กรมการพัฒนาชุมชน ดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่โคก หนอง นา โมเดล โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้การน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นหลักในการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง โดยการพัฒนาคนให้พึ่งตนเอง มีความเป็นเจ้าของและบริหารจัดการโดยชุมชน พัฒนาหมู่บ้านหรือชุมชน ให้มีวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง เป็นสังคม อยู่เย็น เป็นสุข ประยุกต์สู่การปฏิบัติรูปแบบ โคก หนอง นา โมเดล อันเป็นการส่งเสริม ฟื้นฟูเศรษฐกิจท้องถิ่นและชุมชน ผ่านการสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนและชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน ประชาชนมีความสุข.