หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ บอก "นิพิฏฐ์" ลาออก เพิ่งทราบจากข่าว มั่นใจคนที่อยู่กับพรรค อุดมการณ์ยังแน่นเหนียว ชี้ 13 ธ.ค.นี้ เปิดตัวผู้สมัคร ผู้ว่าฯ กทม. มีคนรุ่นใหม่เดินเข้าพรรคอีก

วันที่ 7 ธันวาคม 2564 ที่ ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ในเรื่องขวัญและกำลังใจของคนในพรรคประชาธิปัตย์ว่า มีความมั่นใจว่าคนที่อยู่กับพรรคก็ยึดมั่นในอุดมการณ์และยังแน่นเหนียวอยู่กับพรรค เพราะคนส่วนใหญ่ก็ยังอยู่กับพรรค นอกจากนี้ยังมั่นใจว่าพรรคยังเดินหน้าไปได้ และเราก็กำลังเดินหน้าไปได้ด้วยดี แม้จะมีปัญหาอุปสรรคบ้าง พรรคก็ต้องฟันฝ่าไป คนที่อยู่ในพรรคก็จะต้องจับมือกันเดินไปข้างหน้า ในภาพรวมทั่วไปก็เชื่อว่าประชาชนสามารถแยกแยะได้ว่าผู้ที่ออกไปแต่ละคนนั้นเป็นปัญหาอุดมการณ์ของพรรคหรือเป็นปัญหาส่วนตัว แต่ละคนก็เป็นแต่ละกรณีไป

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีตำแหน่งของ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า นายนิพิฏฐ์เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรี หลังจากที่ลงแข่งตำแหน่งรัฐมนตรีและแพ้เสียงโหวตในพรรคแล้ว พรรครวมทั้งตนเองด้วย ก็แต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีของรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งถือว่าเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดเท่าที่พรรคมี และจะให้ได้รองจากตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ลาออกหรือยังนั้น สุดท้ายยังไม่ได้ตรวจสอบ

ส่วนวานนี้ที่ นายนิพิฏฐ์ มาลาออกที่พรรค ได้แจ้งให้ทราบมาก่อนหรือไม่นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทราบจากข่าว เจ้าหน้าที่พรรคก็แจ้งให้ทราบว่าไปลาออกจากพรรคเมื่อวานนี้

ขณะที่กรณีการเลือกรองหัวหน้าพรรค ที่ดูแลภาคใต้ ระหว่าง นายชินวรณ์ บุญยเกียรติ และ นายเดชอิศม์ ขาวทอง มีความดุเดือด จะส่งผลต่อพรรคหรือไม่นั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีกฎเกณฑ์ กติกา และมีวิถีทางประชาธิปไตยในพรรค เพราะฉะนั้นถ้าตำแหน่งไหนที่มีผู้สนใจลงสมัครเกิน 1 คน ก็จะต้องลงคะแนนกันในพรรค ซึ่งไม่สามารถมีใครที่จะไปชี้ได้ว่าคนนั้นเป็น คนนี้เป็น หรือคนนั้นไม่เป็น คนนี้ไม่เป็น ยกเว้นเหลือคนเดียว ถ้าคนเดียวพรรคก็ต้องพิจารณาลงมติเหมือนกันว่าเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ เป็นไปตามวิถีประชาธิปไตยในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งตนเองคิดว่ามันก็เป็นข้อดีและเป็นกติกาที่พวกเรายึดถือมาเนิ่นนาน ประชาธิปัตย์ถึงอยู่ได้มา 70-80 ปี เพราะมีกฎเกณฑ์ กติกาที่มีความชัดเจนแน่นอน และทุกคนก็ยอมรับกติกา

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังตอบคำถามถึง ยุคนี้ของพรรคไม่ถือว่าเป็นยุคที่ตกต่ำใช่หรือไม่ ว่า ถ้าจะบอกว่าถ้าได้ผู้แทนน้อยก็ถือว่าตกต่ำนั้น พรรคก็เคยทั้งตกต่ำ และหลังจากนั้นก็กลับมารุ่งเรือง แล้วก็ตกต่ำ แล้วก็กลับมารุ่งเรือง หลายครั้งหลายรอบ เที่ยวนี้ก่อนที่ตนเองมาเป็นหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์เหลือ 50 เสียง จาก 159 หรือกว่า 150 เสียง ก็ถือว่าได้น้อยลงมา หายไป 2 ใน 3 เหลือเพียง 1 ใน 3 โดยประมาณ แต่เมื่อตนเข้ามาแล้วก็พยายามที่จะเข้ามาทำหน้าที่ในการรวบรวมสรรพกำลังทั้งหลาย และเข้ามาฟื้นฟูพรรค มาถึงวันนี้ก็ค่อยๆ ดีขึ้น ซึ่งมีทั้งคนเก่าที่เคยออกจากพรรคไปกลับมา และมีทั้งคนรุ่นใหม่เข้ามาร่วมงานกับพรรค ถือว่าแคมเปญ “เลือดใหม่ไหลเข้า เลือดเก่าไหลกลับ” ประสบผลสำเร็จตามสมควร

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวยังถามถึงตัวผู้สมัครผู้ว่า กทม. ในนามพรรคประชาธิปัตย์ โดยหัวหน้าพรรคกล่าวว่า วันที่ 13 ธ.ค.นี้จะได้มีการประชุม กก.บห. ในการพิจารณาส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของพรรค ซึ่งก็จะเห็นภาพคนรุ่นใหม่เดินเข้าพรรคอีกเช่นเดียวกัน