พรรคร่วมฝ่ายค้าน ร่วมออกแถลงการณ์ การทำงานพรรคฝ่ายค้าน พร้อมร่ายยาวความล้มเหลวการทำงานของรัฐบาลประยุทธ์ 9 ข้อ ในรอบปี 2564

วันที่ 7 ธ.ค. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคร่วมฝ่ายค้าน ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อชาติ และพรรคพลังปวงชนไทย ได้ทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาลตลอดระยะเวลาร่วม 3 ปีที่ผ่านมา โดยอาศัยกลไกในระบบรัฐสภา และยื่นคำร้องต่อองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญ แต่เรื่องสำคัญหลายเรื่องถูกตีตก เช่น เรื่องการถวายสัตย์ต่อพระมหากษัตริย์ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งแต่ละพรรคได้เสนอการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับรัฐบาลมาโดยตลอด

พรรคร่วมฝ่ายค้าน เห็นร่วมกันว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ปี 2564 มีความผิดพลาดล้มเหลวหลายด้าน ได้แก่

1.ภาวะความเป็นผู้นำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีความบกพร่อง ใช้อำนาจจนเคยชิน ขาดความรอบคอบ ใช้อำนาจ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จำกัดสิทธิเสรีภาพของบุคคล รวมทั้งใช้อำนาจ ม.44 สั่งปิดเหมืองทองอัครา จนถูกฟ้อง ทำให้อาจต้องจ่ายเงินให้บริษัทนับหมื่นล้าน

...

2.ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน รัฐบาลชุดนี้คอร์รัปชันสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ ป.ป.ช.และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ไม่สามารถตรวจสอบได้ รวมถึงการยื่นตรวจสอบรัฐมนตรีจากกรณีการผลักดันการซื้อขายที่ดินนิคมอุตสาหกรรมอำเภอจะนะ เป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ ทุจริตจัดซื้อชุดตรวจ ATK วัคซีน อาวุธยุทโธปกรณ์ของกองทัพ

3.ความล้มเหลวในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 รัฐบาลประเมินต่ำกว่าความเป็นจริง และขาดองค์ความรู้ ทำให้ตัดสินใจผิดพลาด เกิดการระบาดเป็นวงกว้าง ระบบสาธารณสุขไม่เพียงพอ ผู้ป่วยต้องรักษาตัวที่บ้าน หลายรายต้องเสียชีวิต มีผู้ติดเชื้อกว่า 2 ล้านคน และเสียชีวิต 20,000 คน คนตกงาน ธุรกิจต้องปิดกิจการ เศรษฐกิจที่ตกต่ำที่สุดในรอบ 20 ปี

4.การใช้และบริหารงบประมาณที่ผิดพลาด รัฐบาลกู้เงินจำนวนมาก แต่ไม่สามารถจัดสรรให้เหมาะสมกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 นำงบประมาณไปหาเสียง ใช้ซื้อยุทโธปกรณ์ทั้งที่ไม่มีสถานการณ์สู้รบ รัฐบาลนี้กู้เงินสูงสุดกว่าทุกรัฐบาล ไม่สามารถจัดการให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวได้ ไม่ยกระดับชีวิตประชาชน

5.ความล้มเหลวในการปฏิรูปการเมือง ทำลายระบบนิติรัฐนิติธรรม พฤติกรรมของรัฐบาลทำให้การเมืองถอยหลัง พยายามสืบทอดอำนาจ ขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำลายพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ซื้อตัวนักการเมือง ทำลายการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

6.รัฐบาลคุกคาม ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ยึดอำนาจให้ตนเองชนะการเลือกตั้ง ไม่ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศว่าไทยเป็นประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรีขาดจิตสำนึกประชาธิปไตย ไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นต่าง การแสดงออกทางการเมือง การชุมนุมตำรวจใช้ความรุนแรงในการปราบปรามผู้ชุมนุม นอกจากนี้ยังมีเจตนาในการบิดเบือนการใช้กฏหมายเกี่ยวกับความมั่นคง มาดำเนินคดีกับประชาชนที่ชุมนุมอย่างสันติ ดำเนินคดีกับประชาชนอย่างไม่เป็นธรรม

7.ความล้มเหลวในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ไม่มีความเข้าใจถึงปัญหา ทำให้ประเทศยากจน ประชาชนเจ็บป่วย จากเสาหลักของเอเชียกลายเป็นเสาที่หักล้มลงจากบริหารงานของรัฐบาล อุ้มชูคนรวย บดขยี้คนจน ไม่สามารถประคับประคองเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติได้ เศรษฐกิจไทยเสียหายเป็นอันดับต้นๆ ของโลก และฟื้นตัวช้าอันดับท้ายๆ ของโลก

8.ความล้มเหลวด้านการปฏิรูปการศึกษา เด็กไทยหลุดออกจากระบบการศึกษา 1.3 ล้านคน ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาพุ่งสูง เด็กยากจนไร้โอกาส เด็กจบใหม่ไร้อนาคต คนตกงาน 9 แสนคน การวัดผลคะแนนและการประเมินของเด็กไทยในระดับโลกตกต่ำทุกด้าน ภาษาอังกฤษต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน

9.ปัญหายาเสพติดและอาชญากรรมร้ายแรง ยาเสพติดรุนแรงและแพร่ระบาดไปทั่ว มีการขนส่งยาเสพติดลอตใหญ่จำนวนมากเข้ามาในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ ข่าวการจับยาเสพติดมีเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูงเข้าไปเกี่ยวข้อง ประชาชนไม่มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

นี่คือบางส่วนของความผิดพลาด และส่อทุจริตของรัฐบาล พรรคร่วมฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบในเรื่องความล้มเหลวของเศรษฐกิจ การละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ความล้มเหลวในการปฏิรูปประเทศ เวลานี้น่าจะเป็นช่วงสุดท้ายของรัฐบาลนี้ ใกล้ที่จะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป เราจะจับตาและให้ความสำคัญต่อการเอาเปรียบทางการเมือง.