กู้ซากเศรษฐกิจ-ดับขัดแย้ง : เนรมิตขั้วการเมืองใหม่ขอแลนด์สไลด์

ข่าว

    กู้ซากเศรษฐกิจ-ดับขัดแย้ง : เนรมิตขั้วการเมืองใหม่ขอแลนด์สไลด์

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      6 ธ.ค. 2564 06:18 น.

      เฉิดฉายบนถนนการเมืองเกือบ 30 ปี ดีกรีลูกหม้อพรรคเก่าแก่ แต่งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา

      “สัปดาห์นี้คงเหมาะสมแล้ว” นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 3 สมัยและ ส.ส.8 สมัย แม้พลาดท่าแพ้อดเป็น ส.ส.สมัยที่ 9 แต่ไฟการเมืองยังไม่มอดไหม้ไปด้วย บอกกับ ทีมข่าวการเมือง ถึงการยื่นใบลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์โดยไม่เปลี่ยนใจแน่นอน

      หลังผ่านร้อนผ่านหนาวทางการเมืองในยุคประชันขันแข่งโดยใช้การปราศรัยชูนโยบาย ประชาชนมาฟังหน้าเวทีของใครเยอะกว่า คนนั้นก็ชนะไป พอมาถึงยุคใครแจกเงินเยอะกว่า คนนั้นชนะ ซึ่งเป็นความจริงทางการเมือง ชั่วดีถี่ห่างอย่างไร ก็ต้องใช้เงินทั้งนั้น ใช้มากหรือน้อยเท่านั้นเอง

      เมื่อก่อนเข้ามาการเมืองใหม่ๆ มีพรรคเทพ พรรคมาร แบ่งกันชัด หมดยุคพรรคเทพ พรรคมารถึงยุคเทพเริ่มผสมพันธุ์กับมาร ออกลูกออกหลานมาจนถึงบัดนี้ ไม่รู้เป็นเทพหรือเป็นมาร

      ปัญหาการเมืองซับซ้อนมากขึ้น เดิมต่อสู้กันเฉพาะประเด็นประชาธิปไตย เทพกับมาร นายกฯมาจากการเลือกตั้ง แต่ตอนนี้ไม่ใช่ เรื่องรัฐธรรมนูญ ประชาธิปไตย ยังมีปัญหาสังคม เศรษฐกิจและอื่นๆอีกเยอะ

      พร้อมให้เหตุผลถึงการลาออก คือ “การคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส.พัทลุงเป็นฟางเส้นสุดท้ายบนหลังอูฐจริงๆ ก่อนที่หลังมันจะหัก...

      ...พลิกเปลี่ยนตัวผู้สมัครโดยไม่บอกผม ทั้งที่ตกลงกันเป็นการภายในจังหวัดแล้ว เลยคิดว่าผู้ใหญ่หรือพรรคไม่ให้ความสำคัญ ทำให้ผมตัดสินใจได้ง่ายขึ้น”

      ขอพูดเฉพาะเรื่องนี้ เรื่องอื่นอย่าไปพูดเลย เพราะเหมือนผัวเมียอยู่มา 29 ปี หย่ากันก็ไม่ควรไปบอกชาวบ้านว่า หย่าเพราะอะไร อาจเกิดจากเรานอนกรนจนภรรยาทนไม่ได้

      นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ซึ่งเป็นผู้ใหญ่ของพรรค นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ทัดทานในการตัดสินใจชีวิตทางการเมืองครั้งนี้อย่างไร นายนิพิฏฐ์ บอกว่า คุยกับท่านอภิสิทธิ์ตลอดทุกอาทิตย์ ท่านบอกว่า...

      “คุณตัดสินใจดีๆนะ ผมเข้าใจคุณ”

      “ผมก็บอกท่านหัวหน้าครับ สิ่งที่กำลังจะเดินข้างหน้าไม่รู้ว่าแพ้หรือชนะ ไม่รู้จริงๆ แต่ผมเป็นนักการเมืองอาชีพ หัวหน้ารู้จักผมดี ผมเป็นนักสู้ เมื่อมาถึงสองแพร่งจะหยุดหรือลงสนามอีกครั้งหนึ่ง”

      สุดท้ายพบทางออกในชีวิต ขอทำสงครามครั้งสุดท้าย

      ขณะที่คุณชวนนับเป็นบุคคลที่ผมเคารพนับถือมาก เคยพูดมาตลอดผมมีเทพเจ้าทางการเมืองคนเดียว คือ ท่านชวน ผมว่าท่านก็ผิดหวังที่ผมออกจากพรรค

      เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมาได้ไปพบท่านและเล่าให้ท่านฟังว่า ผมรู้สึกอย่างนี้นะ ท่านก็เข้าใจ บอกให้อดทน แต่มานึกน้อยใจว่าความอดทนของผมไปไม่ถึงอย่างที่ท่านต้องการ ผมโทษตัวเองทั้งหมดว่าอดทนไม่ถึงขั้นที่ท่านชวนปรารถนา

      “ขอให้ กก.บห.และ ส.ส.อดทน พรรคนี้เป็นพรรคที่ดีที่สุด แต่ความเป็นประชาธิปไตยสูงมาก จนบางครั้งมวลชนตามไม่ทัน อันนี้ต้องทบทวน

      ขอให้ ส.ส.และ กก.บห.รักษาพรรคเอาไว้ ผมไม่คิดร้ายกับพรรค รักพรรคไม่น้อยไปกว่าท่าน คนที่ทำงานการเมืองขอให้ดูประชาธิปัตย์ ให้ความรู้ในระบอบประชาธิปไตยดีที่สุด เป็นพรรคที่เป็นประชาธิปไตยสูงมาก เป็นพรรคที่ดีที่สุด อยู่ในดวงใจของผมตลอดกาล

      ผมจะไปข้างหน้าไม่ชวนใครไปด้วยเด็ดขาด เพราะไม่รู้มีอุปสรรคขวากหนามแค่ไหน เว้นแต่เห็นเป็นอนาคตของประเทศ ก็มาสร้างประเทศด้วยกัน ถ้าจะมาก็ยินดี แต่ไม่ขอชวนอย่างเป็นทางการ”

      เป็นห่วงบ้านหลังเก่าอย่างไร นายนิพิฏฐ์ บอกว่า ผมเจ็บลึก เดิมนอน 3 ทุ่มครึ่ง บางทีตื่นตีหนึ่งตีสอง เดี๋ยวนี้นอน 5 ทุ่ม หลับยาวถึงเช้า ไม่ต้องการตื่นระหว่างคืน ถ้าตื่นขึ้นมาก็อดคิดถึงพรรคไม่ได้ นอนไม่หลับ

      หรือเมื่อวันก่อนก็คุยกับคุณกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า โดยคุณกรณ์บอกว่า “พี่ ผมเข้าใจพี่ ผมอยู่ประชาธิปัตย์ 2-3 สมัย วันลาออกจากประชาธิปัตย์ยังน้ำตาซึมเลย แต่ผม 8 สมัย 29 ปี จะรู้สึกเศร้าขนาดไหน ลองคิดดู”

      ทีมการเมือง ถามว่า สัปดาห์นี้ยื่นใบลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ไปอยู่บ้านหลังใหม่เป็นพรรคกล้า มีนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นหัวหน้า หรือไปอยู่พรรคพลังไทยสามัคคี-พรรคไทยสามัคคี ซึ่งอยู่ระหว่าง เคาะชื่อพรรค ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯด้านเศรษฐกิจ เป็นแกนนำ

      นายนิพิฏฐ์ บอกว่า พยายามเลือกพรรคที่มีลักษณะแบบนี้ 1.ไม่ผลักคนไปอยู่อีกขั้วการเมืองหนึ่ง 2.มีนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้อง 3.ต้องรักษาไว้ซึ่งชาติ-ศาสน์-กษัตริย์

      เน้นด้านเศรษฐกิจและไม่สร้างความขัดแย้ง

      ระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ เป็นอุปสรรคต่อการทำงานพรรคการเมืองใหม่อย่างไร นายนิพิฏฐ์ บอกว่า เป็นปัญหาหนัก ถ้าเราทำกระแสผ่านนโยบายที่โดนใจประชาชน ย่อมมีโอกาสเกิดขึ้นได้เยอะเหมือนกัน

      สิ่งสำคัญที่สุดเคยวิเคราะห์ หลายคนเห็นด้วย แต่หลายคนยังไม่เห็นด้วย คือ ประเทศไทยถูกแบ่งเป็นฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย

      บนสมมติฐานฝ่ายขวาอยู่กับทหาร ส.ว.250 คน พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคชาติไทยพัฒนา ฝ่ายซ้าย มีพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย พรรคเสรีรวมไทย

      ผมอยู่นอกสนามการเมือง เฝ้าดูการเมืองมาสักระยะหนึ่งเห็นคำพูดคำหนึ่งและคิดตลอดเวลาว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น เคยพูดกับคนใกล้ชิด แต่ไม่ได้พูดที่สาธารณะ

      สุดท้ายเกิดขึ้นจริงๆ คือคำว่า “แลนด์สไลด์” โดยนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นคนแรกที่พูด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นคนที่สองที่พูด

      เขาต้องการให้เลือกฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งให้เด็ดขาด เพื่อยุติความขัดแย้ง

      แต่ละฝ่ายจะเอาคะแนนมาจากไหนให้เกิดแลนด์สไลด์ในยุคการเมือง 2 ขั้ว โดยจะเกิดแลนด์สไลด์จากฝ่ายเดียวกัน ดูดคะแนนฝ่ายเดียวกันแน่นอน

      ยุคสังคมสุดขั้ว 2 ฝ่าย พร้อมห้ำหั่นกันตลอดเวลา ขั้วกลางๆไม่มี นักการเมืองก็ต้องรับผิดชอบด้วยกันทั้งหมด ไปสร้างอคติ สร้างความเกลียดชังให้เกิดขึ้นในหัวใจของคน

      “ประวัติศาสตร์การเมืองโลก ไม่มีประเทศไหนที่ดำรงความขัดแย้งเกิน 1 เจเนอเรชัน ทั่วโลกพยายามขจัดความขัดแย้งไม่ให้เกิน 1 เจเนอเรชัน

      มีประเทศไทยที่ขัดแย้งหมักหมมเกิน 1 เจเนอเรชัน ยังมองไม่เห็นทฤษฎีองค์ความรู้ไหนมาแก้ปัญหานี้ได้ พอหรือยังความขัดแย้งที่ยาวนานอย่างนี้”

      สรุปบทเรียนแก้ปัญหาความขัดแย้งนานแค่ไหนแล้ว ที่ประเทศไทยจะต้องมีพรรคที่ไม่สุดโต่ง ไม่ซ้ายจัด ขวาจัด ไม่เติมอคติ ไม่เติมความแค้น ความโกรธให้เกิดขึ้นในหัวใจคน นายนิพิฏฐ์ บอกว่า หลังการยึดอำนาจก็มีเวลาทบทวน ศึกษาระบบการเมือง ทฤษฎีการเมือง ปรัชญาการเมือง

      จนตกผลึกเห็นว่าประเทศไทยไปอย่างนี้ไม่ได้

      แม้ไม่สามารถเอาคนทั้ง 2 ฝ่ายการเมืองให้ยืนทางการเมืองตรงกลางได้ แต่ต้องบอกคนอีกส่วนหนึ่งที่ยังไม่ไปซ้ายหรือไปขวามากนักว่าถึงเวลาต้องหยุดขัดแย้ง

      โดยสร้างพรรคการเมือง เพื่อสร้างประเทศเอาไว้ให้ลูกหลานของเรา การเลือกตั้งครั้งหน้าลองสักครั้งอย่าเลือกเพื่อชีวิตเรา

      ลองเลือกพรรคที่ดีที่สุด สร้างการเมืองให้ลูกหลานอยู่ได้ในอนาคต

      ทีมการเมือง ถามว่ายุทธศาสตร์พรรคใหม่เป็นขั้วการเมืองที่สาม เตรียมประกาศเลือกแบบแลนด์สไลด์ แข่งกับฝ่ายขวาและฝ่ายซ้าย เพื่อเข้าไปแก้ปัญหาเศรษฐกิจ-ยุติความขัดแย้ง

      นายนิพิฏฐ์ บอกว่า ที่ผ่านมาเลือกพรรคเพื่อไทยชนะมโหฬาร ก็ไม่สามารถยุติความขัดแย้งได้ เลือกพรรคพลังประชารัฐความสงบจบที่ “ลุงตู่” ความขัดแย้งยิ่งแรงขึ้นๆ

      เอา 2 ขั้วนี้ออกไปก่อนได้ไหม เลือกพรรคกลางสร้างเศรษฐกิจประเทศ

      ขอแลนด์สไลด์เป็นฝ่ายที่สาม เพื่อยุติความขัดแย้งและฟื้นเศรษฐกิจ.

      ทีมการเมือง

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        วิดีโอแนะนำ

        คำพูดสุดท้ายจากพ่อ "หมอกระต่าย" หลังสูญเสียลูกอย่างไม่มีวันกลับ
        03:27

        คำพูดสุดท้ายจากพ่อ "หมอกระต่าย" หลังสูญเสียลูกอย่างไม่มีวันกลับ

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        แลนด์สไลด์นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์พรรคประชาธิปัตย์พรรคการเมืองฟื้นเศรษฐกิจวิเคราะห์การเมืองทีมการเมือง

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม 2565 เวลา 16:34 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์