เลือกตั้งท้องถิ่นปลุก “การเมืองคึก” โหมศึกชิงอำนาจ : เปิดสนามเล็ก เช็กสนามใหญ่

ข่าว

    เลือกตั้งท้องถิ่นปลุก “การเมืองคึก” โหมศึกชิงอำนาจ : เปิดสนามเล็ก เช็กสนามใหญ่

    ทีมข่าวการเมือง

      5 ธ.ค. 2564 06:25 น.

      ปฏิทินเข้าสู่หน้าสุดท้าย เดือนธันวาคมสิ้นปี

      ท่ามกลางมวลอากาศเย็น ฤดูหนาวที่แผ่มาถึงกรุงเทพฯ สัมผัสกับอุณหภูมิ 20 กว่าองศา ในบรรยากาศที่ประชาชนเตรียมตัวเข้าสู่เทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

      แต่ในบรรยากาศหักมุม ผู้คนกำลังคึกคัก นักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศกำลังกลับมาครึกครื้นรับสถานการณ์รัฐบาลโดย ศบค.ไฟเขียว “เปิดเมือง”

      มันก็มีเรื่องกระตุกขวัญ กับการโผล่มาของ “โอมิครอน”

      ไวรัสมรณะโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ล่าสุด ที่เบื้องต้นว่ากันว่าจุดเริ่มมาจากทวีปแอฟริกาใต้ ล่าสุดลามระบาดไปทั่วทั้งในทวีปยุโรป อังกฤษ เยอรมนี อิตาลี ฯลฯ ข้ามมาถึงประเทศออสเตรเลีย ขณะที่เอเชียพบที่ซาอุดีอาระเบีย และอาเซียนก็โผล่แล้วที่ประเทศสิงคโปร์

      ตามแนวโน้มไม่นาน “โอมิครอน” น่าจะกระจายไปทั่วโลก

      และก็ตามธรรมชาติของภาวะไวรัสมรณะตัวใหม่ลามระบาด ได้ก่อกระแส “แพนิก” สร้างความตื่นตูม ตลาดหุ้นทั่วโลกแดงเถือกทั้งกระดาน ราคาน้ำมันตกวูบ ตลาดทองคำระส่ำ

      ล้อตามคำแถลงขององค์การอนามัยโลก (WHO) ได้กำหนดให้สายพันธุ์ B.1.1.529 ที่ตั้งชื่อ “โอมิครอน” เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล มีการกลายพันธุ์หลายตำแหน่งที่อาจส่งผลต่อพฤติกรรมของเชื้อกลายพันธุ์ชนิดนี้ เช่น ความง่ายในการแพร่เชื้อ หรือความรุนแรงของโรค

      ขณะที่ทีมวิจัยวัคซีนของบริษัทดังๆทั้งยี่ห้อโมเดอร์นา ไฟเซอร์ ต่างยอมรับ ยังไม่สามารถค้นพบตัวยาที่สกัดการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ล่าสุดได้

      โจทย์หินของมวลมนุษยชาติ โควิดสายพันธุ์ใหม่โผล่มาซ้ำวิกฤติไวรัสมรณะที่ยังไม่ซา

      และที่เจอสถานการณ์ท้าทายกว่าใครก็คือประเทศไทย ที่กำลังอยู่ในห้วงเปิดเมืองรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ “รีสตาร์ต” เครื่องยนต์หลักทางเศรษฐกิจ

      เจอพิษ “โอมิครอน” กระตุก “แพนิก” เต็มๆ ตามรูปการณ์หนีไม่พ้นผลกระทบ จำนวนนักท่องเที่ยวที่กล้าๆกลัวๆเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ น่าจะหลุดจากเป้าหมายที่รัฐบาลโดยกระทรวงการท่องเที่ยวฯวาดหวังไว้

      ลุ้นแค่ว่าจะมากน้อยแค่ไหน เกินครึ่งหรือไม่

      แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่ารัฐบาลจำเป็นต้องยกระดับมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของ “โอมิครอน” ต้องเน้นความปลอดภัยด้านสาธารณสุขของคนในประเทศมาก่อน

      มาตรการเปิดประเทศรับต่างชาติ โดนผลกระทบแน่นอน

      และนั่นก็จะกระเด้งกระดอนไปถึงการประคองสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจที่กำลัง “ถังแตก” รัฐบาลหมดเงินแจกเยียวยาประชาชน ครม.ต้องเจียดงบฯประกันพืชผลทางการเกษตรฯ

      สภาพการเงินการคลังฝืดเคืองเต็มที ภายใต้เงื่อนไขสถานการณ์ไวรัสมรณะโควิด-19 ล้อมเมืองไทยมานานใกล้ครบ 2 ปี ยังไม่มีสัญญาณบวก โดยเฉพาะโอกาสฟื้นมหาวิกฤติเศรษฐกิจ

      เครดิตรัฐบาลผู้นำทหารอาชีพ ดึงความเชื่อมั่นไม่ได้เลย

      ตามอาการแข็งขืน ฝืนกระแส “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ประกาศลั่นผ่านสื่อวันละ 3 เวลาหลังอาหาร

      รัฐบาลจะอยู่ครบเทอม ไม่มีการยุบสภาแน่นอน

      แต่นั่นก็ย้อนแย้งกันเอง กับจังหวะการเคลื่อนไหวของทีมงานค่ายพลังประชารัฐ ภายใต้การนำของ “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่นำทัพขุนศึกคนสนิทอย่าง “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค “มาดามบิ๊กอาย” นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค

      เดินสาย “ปักหมุด” เปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. ยี่ห้อ พปชร.กันรายวัน

      ไล่ตั้งแต่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ เปิดสาขาพรรคที่จังหวัดนราธิวาส ต่อเนื่องกับการประกาศยึดจังหวัดขอนแก่นเป็นเมืองหลวงค่าย พปชร. ต่อด้วยการบุกเหนือประกาศเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส.น่าน

      ค่ายพลังประชารัฐ ฐานรองอำนาจ “บิ๊กตู่” เองที่เคลื่อนตัวแรง ส่งสัญญาณเตรียมตัวเลือกตั้งชัดเจนกว่าป้อมค่ายอื่น ทั้งซีกฝ่ายค้านหรือพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง

      เกมแฝงเหลี่ยม “ผู้กองนัส” ต้องโชว์เพาเวอร์สวม “หนังเสือ” ของ “บิ๊กป้อม”

      ถืออำนาจในการบริหารจัดการภายในพรรค ปักหมุดผู้สมัคร ส.ส.ได้ตามสิทธิ แบบที่หักดิบกุนซือ คนสนิทของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ตัดออกจากทีมผู้สมัคร ส.ส.น่าน ค่าย พปชร.

      ล้อไปกับกระแสข่าวลือ ข่าวปล่อย กลุ่มสามมิตร นำโดยนายสมศักดิ์ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม นายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกฯ รวมถึง “เสี่ยเฮ้ง” นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน จ่อเก็บกระเป๋า แหกค่ายหนีพลังประชารัฐ กลับไปซบ “นายใหญ่” ดูไบ

      ตามสภาพผู้นำชนกลุ่มน้อยที่รบแพ้ ไม่ยอมให้ “ผู้กองนัส” ขี่คอ

      แต่นั่นก็ต้องดาหน้าออกมาปฏิเสธกันพัลวัน ทั้งทีมสามมิตร ทั้ง “เสี่ยเฮ้ง” ต่างยืนยันไม่คิดออกจากพรรคพลังประชารัฐแต่อย่างใด ไม่รู้คนปล่อยข่าวหวังผลอะไร

      และไม่ว่าจะบอกปัดกันยังไง มันก็สะท้อนร่องรอยความแตกร้าวใน พปชร.ที่กลบไม่มิด

      โดยเงื่อนไขสถานการณ์ก็แค่รอเวลา ตอนนี้ไม่มีใคร “ตีโง่” ทิ้งเก้าอี้ในฝ่ายรัฐบาล ต้องลากไปจนถึงจุดเรือสนิมเหล็กอับปาง นั่นแหละถึงจะแยกทางใครทางมัน

      ซึ่งนั่นก็คงไม่ใช่ในเร็ววันนี้ อย่างเร็วก็ดึงไปจนพ้นมีนาคมปีหน้า

      ตามเงื่อนไขไฟต์บังคับ “บิ๊กตู่” ต้องมีหลักประกันระดับพันเปอร์เซ็นต์ ชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ต้องอยู่ในบัญชีพรรคการเมืองที่มีสถานภาพพร้อมเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล หรือไม่ก็ต้องยึดค่ายพลังประชารัฐให้สำเร็จอีกรอบ แบบที่ “น้องเล็ก” พินอบพิเทาเอาใจ “พี่ใหญ่” ควงกันไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จังหวัดอุดรธานี

      แต่ถ้าไม่สำเร็จจริงๆ ก็ต้องรอให้พรรคใหม่ที่จะตั้งขึ้นมารองรับท่านผู้นำ เอาชื่อใส่พานบัญชีนายกฯ ได้ใช้เวลาแต่งตัว ระดมสรรพกำลังอย่างน้อยก็ต้อง 3-4 เดือนเป็นอย่างต่ำ

      ไหนจะกระบวนการยกร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไข ทั้งกฎหมายลูกว่าด้วยการเลือกตั้ง และกฎหมายลูกว่าด้วยพรรคการเมือง

      ทำให้แทงหวยได้ ยังไงการกดปุ่มยุบสภาก็ไม่เกิดขึ้นเร็วแน่

      และนั่นย่อมส่งผลดีต่อพรรคใหม่ ป้อมค่ายป้ายแดงที่กำลังแต่งองค์ทรงเครื่องรองรับระบบเลือกตั้งบัตร 2 ใบ ที่พรรคใหม่เสียเปรียบพรรคเก่าทุกประตู

      ดูตามรูปการณ์ต้องมีการ “ควบรวมกิจการ” กันหลายยี่ห้อ

      แต่ที่กระแสมาแรงแซงโค้ง จากปรากฏการณ์ที่มวยรุ่นใหญ่อย่างนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง หลายสมัย ได้ประกาศลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์

      เข้าสังกัดพรรคการเมืองที่กำลังตั้งขึ้นใหม่

      บอกใบ้ด้วยว่า เป็นพรรคที่เต็มไปด้วยมือบริหารอาชีพด้านเศรษฐกิจ ตอบโจทย์สถานการณ์ประเทศที่ต้องฟื้นตัวจากมหาวิกฤติโควิด และเป็นพรรคที่ไร้เงื่อนไขขัดแย้ง ไม่มีแบ่งขั้วทางการเมืองกับใคร

      ตามข่าวที่สื่อฟันธงตรงกัน เป้าหมายนายนิพิฏฐ์คือการไปร่วมพรรคใหม่ของกลุ่ม “สี่กุมาร” ทีมลูกศิษย์ในคาถาของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ มือเศรษฐกิจ ทั้งรัฐบาลไทยรักไทย รัฐบาล คสช. จนมาถึงรัฐบาลพลังประชารัฐ โดยนายอุตตม สาวนายน อดีต รมว.คลัง อดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะถือธงนำ พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมกราคมปีหน้า

      ขายภาพ “ทีมเศรษฐกิจ” ที่พร้อมลุยงานต่อเนื่อง ได้ชัดเจนกว่าทุกยี่ห้อ

      แต่ “สี่กุมาร ภาค 2” ก็ต้องใช้เวลารวมพลัง รวมทีม ระดมสปอนเซอร์กันอีกระยะเหมือนกัน

      อย่างไรก็ตาม ในห้วงที่นักเลือกตั้งสนามใหญ่กำลังแต่งองค์ทรงเครื่องล้อไปกับเงื่อนไขสถานการณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์ ถึงจุดต้องกดปุ่มล้มกระดาน วัดดวงกันใหม่

      มันก็น่าสนใจกับภาพการเลือกตั้งท้องถิ่นที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆ

      ปรากฏการณ์ที่ประชาชนให้ความสนใจไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันมาก ถึงขั้นถนนสายหลักทั้งสายอีสาน เส้นทางขึ้นเหนือ ล่องใต้ รถติดยาวเหยียด

      จริงอยู่ ส่วนหนึ่งก็ตามธรรมเนียมเลือกตั้งแบบไทยๆมันต้องมี “ค่าน้ำมันรถ” ล่อใจ

      แต่นั่นก็เป็นส่วนน้อย เมื่อเทียบกับอาการตื่นตัว ความต้องการเข้าคูหากาบัตรเลือกตั้งของประชาชนที่ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลง ในสภาพที่ทนกับทีมบริหารท้องถิ่นที่ลักลั่นมานาน

      และตามสภาพการณ์ก็ทำให้รัฐบาล โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ต้องรีบส่งสัญญาณ เตรียมปล่อยไฟเขียวเลือกตั้งนายกเมืองพัทยา และผู้ว่าฯกทม.เป็นคิวถัดไป

      โดยรูปการณ์ที่อ่านทางได้ รัฐบาล รวมถึงพรรคฝ่ายค้านก็ต้องการให้เป็นไปตามโปรแกรมนี้

      ค่อยๆปล่อยเลือกตั้งสนามเล็ก หยั่งกระแส นำจุดบอดมาแก้เกม

      เช็กเรตติ้ง ก่อนฟัดกันในสนามเลือกตั้งใหญ่.

      “ทีมการเมือง”

      อ่านเพิ่มเติม...

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        วิดีโอแนะนำ

        นายก อบต.ท่าเคย ขี่ช้างมาทำงานวันแรก
        02:00

        นายก อบต.ท่าเคย ขี่ช้างมาทำงานวันแรก

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        เลือกตั้งเลือกตั้งอบตเลือกตั้ง อบต.เลือกตั้งผู้ว่า กทม 2564ข่าวเลือกตั้งทีมข่าวการเมืองวิเคราะห์การเมือง

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        วันจันทร์ที่ 17 มกราคม 2565 เวลา 11:24 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์