พลังประชารัฐฟาดกันเอง เรืองไกรบุกร้อง จี้ ป.ป.ช.สอบปม ปล่อยข่าว 3 มิตร

ข่าว

    พลังประชารัฐฟาดกันเอง เรืองไกรบุกร้อง จี้ ป.ป.ช.สอบปม ปล่อยข่าว 3 มิตร

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    3 ธ.ค. 2564 05:25 น.

    “ลุงตู่” บ่นอุบ รมต.ส่งเอกสารอ่านแฟ้มจนตาแฉะ สั่งสรุปผลงานให้ชัดทำอะไรบ้างยันเดินสายไร้การเมืองแฝง ไม่ยึดติดอำนาจ แต่จะอยู่ในเก้าอี้ตราบที่กฎหมายให้สิทธิ “เรืองไกร” ป่วน พปชร.อีกรอบ ร้อง ป.ป.ช.สอบสามมิตรหาตัวคนปล่อยข่าวย้ายพรรค อาจเข้าข่ายขัด รธน. 234 (1) พท.เย้ยยิ่งอยู่นานคนจนยิ่งเพิ่ม อย่าดีแต่แจกเงิน คิดสร้างธุรกิจใหม่ๆบ้าง ส.ส.ดาหน้าหนุนตั้งกาสิโนเอนเตอร์เทนเมนต์ แต่ฝ่ายรัฐบาลโดดขวางสอบการใช้กฎหมายล้นเกิน สั่งจำคุก “ณัฐชนน” ละเมิดอำนาจศาล

    ศึกภายในพรรคพลังประชารัฐดูท่าไม่จบง่ายๆ หลังแกนนำกลุ่มสามมิตรออกมาแฉมีคนในคอยปล่อยข่าวย้ายซบเพื่อไทย ทำให้นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรค พปชร. ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.เข้ามาตรวจสอบ ข้อเท็จจริงจากปากกลุ่มสามมิตร ชี้อาจเป็นการกระทำเข้าข่ายฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (1) ได้

    ลุงตู่” บ่นอ่านแฟ้มจนตาแฉะ

    เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 ธ.ค. ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานในงานมอบรางวัลรัฐบาลดิจิทัล “DG Awards 2021” แก่หน่วยงานภาครัฐที่มีการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัลระดับสูง ว่า การเชื่อมโยงข้อมูลกลางจากหน่วยงานต่างๆมาอยู่ในจุดเดียว หลายเรื่องที่พวกทำไม่อาจสร้างการรับรู้ต่อประชาชนได้ ต้องจัดระเบียบตรงนี้ใหม่ งานด้านการพัฒนาที่กระทรวงทำต้องถอดแบบออกมาให้ได้ มอบหมายรัฐมนตรีแต่ละคนไปรวบรวมสิ่งที่ทำมาตลอดเวลา 2 ปีของรัฐบาลชุดนี้ แต่ข้อมูลที่ส่งเข้ามาเป็นตัวเลขที่นำไปใช้สื่อสารได้ยาก ขอว่าเวลาทำรายงานส่งมา ช่วยทำข้อมูลสรุปให้เห็นชัดว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลง อะไรที่สร้างประโยชน์ ไม่ใช่ส่งมาแต่ตัวเลขละเอียดยิบ ต้องอ่านทุกฉบับ ขอให้ทุกคนช่วยกันลดเวลาการ
    อ่านเอกสารให้ตนด้วย เพราะแต่ละวันอ่านเอกสารเยอะมาก ทุกวันเข้ามาเป็น 100 แฟ้ม เซ็นแต่ละวัน 30-40 แฟ้ม แต่ต้องอ่าน บางครั้งก็เขียนเติมข้อสั่งการลงไปบ้าง

    ไม่ยึดติดอำนาจแต่ขอลากยาว

    พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า ไป จ.อุดรธานี มาเห็นประชาชนแล้วดีใจ เขาพร้อมจะร่วมมือ เวลาไปไหนไม่ได้เป็นการเมือง ไปดูว่าเขาลำบากแค่ไหน เหน็ดเหนื่อยแค่ไหน หน้าเขากร้านแค่ไหน ชีวิตความเป็นอยู่เป็นอย่างไร คิดเช่นนี้ทุกวันตั้งแต่มีหน้าที่ดูแลประเทศ ดูแลประชาชน มุ่งหวังเพียงเห็นรอยยิ้มเท่านั้น เป็นคนไม่ได้ติดยึดกับอำนาจ จริงๆแล้วเป็นคนเรียบง่าย แต่เมื่อมีเหตุผลความจำเป็นที่ต้องอยู่ ต้องทำหน้าที่ ตราบใดที่กฎหมายยังให้ทำอยู่ก็ต้องทำ และสิ่งเหล่านี้คือสิ่งเดียวที่เป็นรางวัล คือความภาคภูมิใจส่วนตัวโดยไม่ต้องมีใครมาให้ คิดแบบนี้ตลอด

    วันนี้อารมณ์ดีโบกมือทักสื่อ

    ต่อมาเวลา 13.30 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบูรณาการเพื่อพัฒนาความเสมอภาคและความเท่าเทียมทางสังคม ครั้งที่ 1/2564 มีรัฐมนตรีกระทรวงที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง แต่ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้ให้สัมภาษณ์หลังการประชุม เพียงแต่โบกมือทักทายและกล่าวสั้นๆอารมณ์ดีว่า “ขอบคุณนะจ๊ะ” ก่อนเดินขึ้นห้องทำงาน

    “เรืองไกร” ป่วนร้องสอบสามมิตร

    ขณะที่นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า จากกระแสข่าวปล่อยมีบิ๊กเนมพลังประชารัฐจะย้ายพรรคนั้น ทำให้รัฐมนตรีในกลุ่มสามมิตรออกมาปฏิเสธพร้อมระบุว่าเป็นข่าวปล่อยเพื่อหวังผลบางอย่างนั้น กรณีนี้ถ้าผู้ปล่อยข่าวลือดังกล่าวเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จึงส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไต่สวนต่อไป ว่าเป็นผู้ใด มีพฤติการณ์ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (1) เพื่อให้ป.ป.ช.ได้ข้อเท็จจริง จึงเห็นว่าควรมีการไต่สวนจากรัฐมนตรีทั้ง 3 คนก่อนว่า ผู้ปล่อยข่าวลือดังกล่าวเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่

    พท.เย้ยยิ่งอยู่นานคนจนยิ่งเพิ่ม

    ด้านนายพชร นริพทะพันธุ์ กรรมการบริหาร และคณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตามที่สภาพัฒน์อ้างตัวเลขมีคนจนเพิ่มขึ้นเพียง 5 แสนคนน้อยกว่าที่คาดไว้ เป็นเพราะมาตรการแจกเงิน ของรัฐบาลนั้น น่าจะสร้างปัญหาระยะยาว การแจกเงินเป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แนวคิดที่ถูกคือต้องสร้างงาน ที่เป็นปัญหาตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศหลังรัฐประหาร ทำให้การลงทุนหดหาย รวมถึงการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่ำเตี้ยมาตลอด 7 ปี มาเจอวิกฤติโควิด เศรษฐกิจยิ่งทรุดหนัก การว่างงานยิ่งพุ่งมากขึ้น ไม่แน่ใจว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเข้าใจปัญหาเหล่านี้หรือไม่ หากยังไม่รู้ปัญหาจะหาทางแก้ไขได้อย่างไร

    อย่าดีแต่แจกให้สร้างธุรกิจใหม่

    นายพชรกล่าวว่า รัฐบาลต้องส่งเสริมให้สร้างธุรกิจใหม่ๆ แต่ยังไม่เห็นว่าจะมีอะไรมาขับเคลื่อนประเทศทดแทนธุรกิจเก่าๆที่เริ่มถดถอยลง จึงเสนอแนวทางแก้ปัญหาในระยะสั้นที่ทำได้เลยคือ การตั้งศูนย์กลาง Reskill UpSkill ทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ที่จำเป็นต้องใช้ด่วน เช่น การท่องเที่ยว ห้องอาหาร โรงแรม งานช่าง แทนที่จะนำไปแจกคนให้ไปเที่ยวสะเปะสะปะ ส่วนระยะกลาง ควรส่งเสริมธุรกิจเทคโนโลยีประเภทดิจิทัล แทนที่จะมุ่งอยู่ในประเทศ หากทำไปเรื่อยๆแบบนี้ ขนาดเศรษฐกิจไทยมีแต่จะหดตัวลง หากทำสำเร็จบัตรคนจนของไทยจะได้หมดไป กลายเป็นบัตรคนไทยที่เท่าเทียมและภาคภูมิแทน

    อัด “บิ๊กตู่” พึ่งพาแต่ระบบราชการ

    นายสมคิด เชื้อคง ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลายปีที่ผ่านมา นายกฯปล่อย ปละละเลยการดูแลพี่น้องเกษตรกร เงินช่วยเหลือค่าเกี่ยวข้าว เงินประกันรายได้ ถึงเวลานี้มีเกษตรกรจำนวนมากยังไม่ได้รับเงิน รัฐบาลต้องเร่งรัดการจ่ายเงิน อย่าให้เป็นแค่สิ่งที่รัฐบาลพูดไว้แล้วไม่ทำ พล.อ.ประยุทธ์เป็นข้าราชการตลอดชีวิต จึงใช้ระบบข้าราชการขับเคลื่อนนโยบาย ส่งผลให้ทุกอย่างช้าไปหมด

    “วิลาศ” ชง ป.ป.ช.สอบเลขาฯสภา

    ที่สำนักงาน ป.ป.ช. นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีต ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นหนังสือถึงเลขาธิการ ป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดในหน้าที่ราชการของนางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจการจ้างฯ นายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาฯ และคณะ อาจเข้าข่ายกระทำผิด ป.อาญามาตรา 157 และ พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐมาตรา 97 จากโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ที่น่าเชื่อว่าในส่วนของไม้ปูพื้นไม่เป็นไปตามแบบ อาจทำให้รัฐเสียหาย นอกจากนี้ ประเทศไทยประกาศปิดป่าตั้งแต่ปี 2532 ไม่มีการปลูกป่าไม้ตะเคียนทองอีกเลย การรวบรวมไม้ตะเคียนทองมาใช้ในการก่อสร้างจำนวนมาก ไม่น่าเป็นไปได้ น่าจะมีการนำเข้าจากต่างประเทศ จึงต้องตรวจสอบใบเสร็จรับเงิน ใบส่งสินค้า และแหล่งที่มาของไม้

    ส.ส.หนุนตั้งเอนเตอร์เทนเมนต์

    ช่วงบ่ายที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาญัตติขอให้สภาฯตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ต่อจากสัปดาห์ที่เเล้ว โดย ส.ส.ส่วนใหญ่ยังคงอภิปรายสนับสนุน ขณะที่นายซูการ์โน มะทา ส.ส.ยะลา พรรคประชาชาติ กล่าวว่า ฟังมาตลอดการอภิปราย แต่มี ส.ส.หลายคนอาจไม่เห็นด้วยควรต้องมีการลงมติ เพราะ ส.ส.พรรคประชาชาติทั้งหมด ไม่เห็นด้วยกับญัตตินี้ จากนั้นที่ประชุมจึงลงมติโดยเสียงข้างมากเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ด้วยคะแนนเห็นด้วย 310 ต่อ 9 งดออกเสียง 10 ราย

    รบ.ขวางสอบใช้กฎหมายล้นเกิน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังการลงมติตั้ง กมธ.วิสามัญฯเสร็จสิ้น นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นขอเสนอญัตติเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม ให้เลื่อนญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาฯตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและสอบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่ล้นเกินและขัดต่อหลักนิติธรรมต่อผู้ต้องขังทางการเมือง โดยมี ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยกมือรับรองถูกต้อง แต่ถูกนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะวิปรัฐบาล ลุกขึ้นคัดค้าน ขอให้ดำเนินการไปตามวาระ ทำให้นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า อะไรที่ฝ่ายค้านเสนอ ฝ่ายรัฐบาลไม่เคยตอบสนอง เรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อชาติบ้านเมือง แต่ไม่ช่วยกัน ขอให้ช่วยกันศึกษาว่าแนวทางแก้ไขปัญหาที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ไหนบอกว่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ประเทศชาติ พออะไรที่ตัวเองไม่ได้ประโยชน์ก็ไม่เอา แค่เรื่องตั้งกรรมาธิการไม่ใช่เรื่องเสียหายกลัวจะไปตรวจสอบ คสช. หรือตรวจสอบนายกฯหรือ

    ฝ่ายค้านซัดไม่แยแสผู้ถูกกระทำ

    นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ฝ่ายค้านประสานขอเลื่อนญัตตินี้ล่วงหน้าแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง แต่พวกตนต้องยืนยันเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนได้รับความเดือดร้อนจริงๆ มีการใช้กฎหมายล้นเกิน มีการชุมนุมทางการเมือง มีการระงับยับยั้งสิทธิการประกันตัว พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติครั้งนี้ เพื่อให้ศึกษาและหาทางออกที่สงบสันติที่สุด หรือจะให้ประชาชนไปตายเอาดาบหน้า สภานี้จะไม่อภิปรายเรื่องที่สำคัญต่อประชาชนก็ตอบมาให้ชัด พวกตนจะได้หาทางดำเนินการอย่างอื่น สภาก็จะตรึงไปแบบนี้ และเตรียมองค์ประชุมไว้ตลอดเวลาอย่างที่เป็นอยู่ สุดท้ายผลการโหวตด้วยเสียงข้างมาก 212 ต่อ 131 ไม่ให้เลื่อนญัตติด่วนขึ้นมาพิจารณา

    ศาลสืบคดีปักหมุดสนามหลวง

    ที่ศาลอาญา ศาลนัดสืบพยานโจทก์คดีนายพริษฐ์ ชีวารักษ์ “เพนกวิน” นายอานนท์ นำภา น.ส.ปนัสยา หรือ รุ้ง สิทธิจิรวัฒนกุล พร้อมพวกรวม 22 คน เป็นจำเลย จากการชุมนุมและปักหมุดท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 19-20 ก.ย.2563 นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า ฝ่ายโจทก์เตรียมพยานมาสองปาก เป็นพนักงานสอบสวนผู้กล่าวหา และจะสืบพยานโจทก์อีกครั้งวันที่ 14 ธ.ค. รู้สึกหนักใจเนื่องจากไม่มีโอกาสได้ปรึกษาจำเลยที่ไม่ได้รับการประกันตัว ข้อหาทำลายโบราณสถาน คือทำลายสนามหลวง มีคำถามจะถามอธิบดีกรมศิลปากรเช่นกัน ว่าหมุดที่หายไปจริงไหม ถ้าเปรียบเทียบกับคดีอนุสาวรีย์ปราบกบฏ ปัจจุบันยังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษใคร สิ่งเหล่านี้ทำให้มองเห็นถึงความไม่เป็นธรรมาภิบาล

    สั่งจำคุก “ณัฐชนน” ละเมิดศาล

    ต่อมาศาลนัดอ่านคำสั่งละเมิดอำนาจศาล กรณีนายณัฐชนน ไพโรจน์ อายุ 22 ปี และ น.ส.เบนจา อะปัญ อายุ 22 ปี แนวร่วมกลุ่มราษฎร ก่อความวุ่นวายบริเวณหน้าศาลอาญา เมื่อวันที่ 30 เม.ย.2564 โดยนางสุรีรัตน ชิวารักษ์ มารดานายพริษฐ์ ชิวารักษ์ “เพนกวิน” แกนนำราษฎร มายื่นคำร้องให้ขอปล่อยตัวชั่วคราวบุตรชาย ที่ถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดี ป.อาญามาตรา 112 ศาลพิจารณาว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองเป็นแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ประกาศเชิญชวนให้มวลชนมาทำกิจกรรมเพื่อเป็นกำลังใจมีมวลชนจำนวนมากเข้ามาในบริเวณรั้วของศาลอาญา นายณัฐชนนใช้เครื่องขยายเสียงเรียกร้องให้ศาลมีคำสั่งให้ประกันตัวนายพริษฐ์พร้อมทั้งตะโกนด่าทอผู้พิพากษาด้วยถ้อยคำหยาบคาย น.ส.เบนจาเรียกร้องให้ปล่อยนายพริษฐ์และโปรยกระดาษบริเวณบันไดทางขึ้นอาคารศาลอาญา ถือเป็นการสร้างความวุ่นวายประพฤติตัวไม่เรียบร้อย เป็นการละเมิดอำนาจศาล พิพากษาให้จำคุกนายณัฐชนนเป็นเวลา 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ส่วน น.ส.เบนจาลงโทษ ปรับ 500 บาท

    พท.เตรียมทีมสู้คดีร้องยุบพรรค

    ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า หลังมีกระแสข่าวจะมีการพิจารณาคดียุบพรรคการเมืองฝ่ายค้าน ตามที่มีผู้ยื่นเรื่องร้องเรียนไว้ต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และศาลรัฐธรรมนูญ โดยในส่วนของพรรคก้าวไกล เป็นเรื่องการสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุม ให้มีการแก้ไข ป.อาญามาตรา 112 ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่า การชุมนุมเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบัน และแก้ไข ป.อาญามาตรา 112 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ขณะที่พรรคเพื่อไทย โดนร้องเรื่องการปล่อยบุคคลภายนอกเข้ามาก้าวก่ายแทรกแซงการบริหารกิจการภายในพรรคนั้น รวมถึงถูกมองว่ามีส่วนสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มราษฎรนั้น ล่าสุดทางทีมกฎหมาย และทีมทำงานของพรรค มีการเตรียมพร้อมสู้คดี ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าไม่มีส่วนร่วมอยู่เบื้องหลังการชุมนุม

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      "ปารีณา" โพสต์ ปชป. ชนะ เพราะซื้อเสียง
      04:37

      "ปารีณา" โพสต์ ปชป. ชนะ เพราะซื้อเสียง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      พรรคพลังประชารัฐกลุ่มสามมิตรพรรคเพื่อไทยเรืองไกร ลีกิจวัฒนะป.ป.ช.ข่าวหน้า1

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันพุธที่ 19 มกราคม 2565 เวลา 08:56 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์