“สามมิตร” ซบพรรคเพื่อไทย ก็แค่ข่าวปล่อย “บิ๊กตู่” ออกโรงเคลียร์ (คลิป)

ข่าว

    “สามมิตร” ซบพรรคเพื่อไทย ก็แค่ข่าวปล่อย “บิ๊กตู่” ออกโรงเคลียร์ (คลิป)

    ไทยรัฐฉบับพิมพ์

    30 พ.ย. 2564 05:24 น.

    “ประยุทธ์” ส่ายหัวยันข่าวปล่อยกลุ่ม สามมิตรชิ่งซบเพื่อไทย “อนุชา” โต้เสียง แข็งไม่มีแน่ จวกคนปูดหวังผลป่วน “ธนกร” ยกคำพูด “สมศักดิ์” การันตี อยู่ต่อหนุนนายกฯตู่ “ประวิตร” ยกทีมเดินสายไปเมืองน่านเปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. “ชลน่าน” โวย “ลุงป้อม” อ่อยโครงการสร้างถนน-สะพาน พลิกแย่ง ฐานเสียง ลั่น พท.พร้อมรับเลือดเก่าไหลกลับถ้าพร้อม สู้เผด็จการ “นิพิฏฐ์” ช้ำใจผู้บริหาร ปชป.ไม่ให้เกียรติ ยื่นไขก๊อกสัปดาห์หน้า “นิพนธ์” แจงพรรคให้โอกาสทุกคน “สนธิรัตน์” รับทาบจริงมาร่วมงาน จ่อเปิดตัว พรรคใหม่ ค่ายสี่กุมารเดือน ม.ค.65 “นายกฯ” ยัน สหรัฐฯ-ไทยไร้ปัญหา เครือข่ายปกป้องสถาบันฯรณรงค์ ย่านสีลมล่า 1 ล้านชื่อไล่ “แอมเนสตี้” พ้นประเทศไทย

    จากกรณีกระแสข่าวกลุ่มสามมิตรของพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะย้ายกลับไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย เนื่องจากมีความขัดแย้งกับแกนนำพรรคสายตรงของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว. กลาโหม ออกมายืนยันว่าเป็นเพียงข่าวปล่อยเท่านั้น

    “บิ๊กตู่” ยันสามมิตรกลับ พท.ข่าวปล่อย

    เมื่อเวลา 11.15 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์สั้นๆถึงกระแสข่าวกลุ่มสามมิตร จะย้ายจากพรรคพลังประชารัฐกลับไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย โดย พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายหัวและเดินออกจากโพเดียมทันที เมื่อถามย้ำว่าดีลการเมืองแบบนี้จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า “ไม่มี เป็นการ ปล่อยข่าว เพียงแต่ปล่อยข่าวออกมาเท่านั้นเอง”

    “สุริยะ” แค่ยิ้ม “อนุชา” ลั่นไม่ไปแน่

    ขณะที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และแกนนำ กลุ่มสามมิตร ปฏิเสธที่จะตอบคำถามถึงกระแสข่าวที่กลุ่มสามมิตรจะย้ายกลับไปอยู่กับพรรคเพื่อไทย เพียงยิ้มและหัวเราะในลำคอเท่านั้น

    ด้านนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนัก นายกฯ ในฐานะกรรมการบริหารพรรค พปชร.กล่าวว่า ข่าวกลุ่มสามมิตรจะย้ายกลับไปเพื่อไทยไม่เป็นความจริง ไม่รู้ว่าใครให้ข่าว ขอให้ไปถามคนให้ข่าว คนที่ปล่อยข่าวน่าจะหวังผลอะไรบางอย่าง และไม่มีกลุ่มสามมิตรแล้ว มีแต่คนที่ทำงานการเมืองอยู่พรรค พปชร. เมื่อถามว่าดูเหมือนเป้าหมายปล่อยข่าวพุ่งเป้าไปที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ในฐานะที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค พปชร. นายอนุชากล่าวว่า ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ส่วนใหญ่ตนไม่ค่อยพูดเรื่องการเมืองอยู่แล้ว เป็นคนตรงไปตรงมา ถึงได้มีข่าวน้อย ไม่ใช่จะพูดอะไรก็พูดง่ายๆ ยืนยันไม่มีแนวคิดเหมือนที่ปรากฏเป็นข่าวแน่นอน

    ยัน ลต.หน้าสามมิตรอยู่หนุน “บิ๊กตู่”

    นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า อดีต ตนเป็นโฆษกสามมิตร แต่ปัจจุบันไม่มีกลุ่มสามมิตรแล้ว ข่าวแกนนำกลุ่มสามมิตรรวมถึง ส.ส.ในสังกัดได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยการเลือกตั้งครั้งหน้าจะไปสังกัดพรรคเพื่อไทย ไม่เป็นความจริง น่าจะเป็นการปล่อยข่าวจากผู้หวังดีแต่ประสงค์ร้าย มากกว่า ได้คุยกับนายสมศักดิ์เป็นประจำ เตะฟุตบอลกันบ่อยๆ ท่านสมศักดิ์ยืนยันชัดเจนว่าอยู่กับ “ลุงตู่” อยู่กับพรรค พปชร.ภายใต้การนำของ “ลุงป้อม” ที่สนับสนุน “ลุงตู่” เป็นนายกฯ ที่สำคัญท่านสมศักดิ์ยังบอกด้วยว่า พล.อ.ประยุทธ์กระแสนิยมยังไปต่อได้ ยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าทุกคนจะยังอยู่ช่วยงานนายกฯต่อไปแน่นอน ขอให้คนที่มักจะชอบปล่อยข่าวดิสเครดิตรัฐบาล หยุดพฤติกรรมดังกล่าวได้แล้ว

    “บิ๊กป้อม” เปิด 3 ว่าที่ชิง ส.ส.น่าน

    เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมศาลากลาง จ.น่าน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะ ผอ.กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) และหัวหน้าพรรค พปชร. ลงพื้นที่ติดตามขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจและการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ จ.น่านและภาคเหนือ มี ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ในฐานะเลขาธิการพรรค และนางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะนายทะเบียนพรรค นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. นายจีรเดช ศรีวิราช ส.ส.เขต 3 พะเยา จากนั้น พล.อ.ประวิตรไปที่โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำสระน้ำบ้านศรีเกิด หมู่ 3 ต.ไชยสถาน อ.เมือง พบปะผู้นำชุมชนและประชาชนในพื้นที่พร้อมเปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.น่าน ได้แก่ นายสักก์สีห์ พลสันติกุล ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 นายพิชิต โมกข์ศรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 และนายฉัตรชัย จิตตรง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 3

    “นิพิฏฐ์” ฉุนบิ๊ก ปชป.ไม่ให้เกียรติ

    นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์และอดีต ส.ส.พัทลุง เปิดเผยว่า ตัดสินใจแล้วลาออกจากพรรค ปชป.แน่ คาดว่าสัปดาห์หน้าจะยื่นหนังสือลาออกที่พรรค ไม่มีที่ยืนในพรรคจำเป็น ต้องไปหาที่อยู่ใหม่ ระยะหลังผู้บริหารพรรคมีแนวนโยบายและความคิดการบริหารและปฏิรูปพรรคแตกต่าง ไม่ได้รับการให้เกียรติจากพรรค ทำอะไร ไม่ปรึกษาหารือ จู่ๆส่งคนอื่นมาลงสมัคร ส.ส.ในเขตเดิม ของตน ถอดคนที่เคยตกลงกันไว้ ไปทำงานในพรรคที่ให้เกียรติเราดีกว่า เราแพ้ 28 เสียง ได้มา 22 เสียงในภาคใต้ แต่ผู้บริหารทิ้งคนสอบตกหมด ไม่เคยดูดำ ดูดี 28 คน อยู่ลำบากมาก แต่ ส.ส.เขาดูแลดีมาก ผู้บริหาร 1 คน มี ส.ส.แค่ 4-5 คน ได้เป็นรัฐมนตรีแล้ว เป็นแบบนี้พรรคไปไม่ได้ ส่วนข่าวจะย้ายไปร่วมงาน กับกลุ่มสี่กุมาร ได้คุยกับหลายพรรค ดูความเป็นไปได้และนโยบายในภาคใต้เป็นหลัก ที่สำคัญต้องไม่สุดโต่ง ถอดสลักความแค้นชิงชังจากหัวใจคนไทย นำพาประเทศ เดินหน้าหลังโควิด-19 ให้ได้

    “นิพนธ์” ขอให้เป็นแค่ข่าวลือ

    นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข่าวนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคจะลาออก ว่าได้คุยกับนายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคดูแลภาคใต้ได้รับการยืนยันว่านายนิพิฏฐ์ปัจจุบันยังเป็นสมาชิกพรรค ยืนยันว่าพรรคให้โอกาสทุกคนที่ได้ร่วมงานการเมืองกับพรรค ตามสถานะและเงื่อนไขที่มีอยู่ กรณีนายนิพิฏฐ์หลังเลือกตั้งพรรคเปลี่ยนแปลงทีมผู้บริหารพรรค นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นหัวหน้าพรรค พรรคก็ให้โอกาสนายนิพิฏฐ์เป็นรองหัวหน้าพรรคภาคใต้ต่อไป แต่ท่านมาลาออกจากตำแหน่งนี้เดือน เม.ย. ยืนยันว่าพรรคไม่เคยทอดทิ้ง ส่วนตัวเคารพ ชื่นชมในความรู้ความสามารถของนายนิพิฏฐ์เสมอ

    ด้านนายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าดูแลภาคใต้ กล่าวว่า หลังพรรคเข้าร่วมรัฐบาลได้ตั้งนายนิพิฏฐ์ดำรงตำแหน่งผู้ช่วยรัฐมนตรีของรองนายกฯ (จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) และยังเป็นอยู่จนถึงปัจจุบัน ยืนยันว่าพรรคให้โอกาสทุกคน โดยเฉพาะนายนิพิฏฐ์ถือเป็นกำลังสำคัญคนหนึ่งของพรรค จึงหวังว่าข่าวของนายนิพิฏฐ์จะเป็นเพียงข่าวลือ ที่ไม่อยากให้เป็นข่าวจริง ยังอยากร่วมทำงานขับเคลื่อนพรรคไปด้วยกันในอนาคต

    “พนิต” เสียดายเสียคนคุณภาพไป

    นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์โพสต์เฟซบุ๊กถึงกรณีกระแสข่าวระบุว่านายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมลาออกจากสมาชิกพรรคไปร่วมงาน พรรคการเมืองใหม่กับทีม 4 กุมารว่า นายนิพิฏฐ์ตัดสินใจและแสดงจุดยืนทางด้านการเมือง อยากให้กำลังใจและขอขอบคุณที่ท่านเป็นนักสู้ประชาธิปไตยและความถูกต้องของนักการเมืองมาตลอด ขอบคุณที่เป็นต้นแบบนักการเมืองที่มีความเป็นผู้นำด้านเสรีประชาธิปไตยอันดับต้นของประเทศ พรรคสูญเสียบุคคลที่มีคุณภาพไปอีกคน น่าเสียดาย

    “สนธิรัตน์” รับคุย “นิพิฏฐ์” ดึงร่วมงาน

    นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีต รมว.พลังงาน ในฐานะอดีตเลขาธิการพรรค พปชร.หนึ่งในกลุ่ม 4 กุมาร ให้สัมภาษณ์ว่า ได้พูดคุยกับนายนิพิฏฐ์จริง หากทำงานการเมืองก็มีโอกาสจะทำการเมืองด้วยกัน ความจริงไม่ได้คุยเฉพาะกับนายนิพิฏฐ์ คุยกันหลายกลุ่ม ทั้งหมดยังอยู่ระหว่างพูดจากัน เมื่อถามว่าการที่นายนิพิฏฐ์ออกมาพูดก่อนแบบนี้จะทำให้กระทบกับการเปิดตัวของกลุ่ม 4 กุมารในอนาคตหรือไม่ นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ยังไม่ได้ประเมินไปขนาดนั้น การคุยกับนักการเมืองเป็นเรื่องปกติ เมื่อถามว่าหลายคนเข้าใจว่ากลุ่ม 4 กุมารกำลังจะเปิดตัวแล้ว นายสนธิรัตน์กล่าวว่า ก็ยังไม่แน่ การเป็นพรรคการเมืองต้องมีองค์ประกอบมากกว่านี้

    จ่อเปิดตัวพรรคใหม่ ม.ค.65

    เมื่อถามว่าบัตรเลือกตั้ง 2 ใบทำให้ตั้งพรรคลำบากหรือไม่ นายสนธิรัตน์ตอบว่า อาจจะจริง แต่ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบในพรรคมากกว่า การมีบัตร 2 ใบมันเป็นทั้งบวกและลบในตัว อยู่ที่พรรคเล็กนั้นมีคุณสมบัติสอดรับกับกติกาบัตรเลือกตั้ง 2 ใบหรือไม่ พรรคเล็กอาจมีโอกาสก็ได้ ไม่ได้หมายความว่าเสียเปรียบเสมอไป แน่นอนพรรคใหญ่ที่มีชื่อเสียงได้เปรียบ เพราะได้ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อเป็นกอบเป็นกำ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นกลุ่ม 4 กุมารเคลื่อนไหวจัดตั้งพรรคใหม่ไว้แล้ว โดยเตรียมเปิดตัวพรรคในเดือน ม.ค.65

    พท.ชักธงรบพร้อมสู้ศึกเลือกตั้ง

    เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย มีการประชุมคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมือง พรรคเพื่อไทย มีนายชัยเกษม นิติสิริ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม จากนั้นนายชัยเกษมแถลงว่า ที่ประชุมวางกรอบการทำงานให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยมากกว่าปัจจุบัน กู้ศรัทธาภาพลักษณ์ประเทศในเวทีโลก พรรคจะพยายามชนะการเลือกตั้งให้ได้มากที่สุดเพื่อเป็นรัฐบาล ได้เตรียมนโยบายต่างๆไว้แล้ว โดยเฉพาะผู้สมัคร ส.ส.เขต 400 คน และบัญชีรายชื่อ 100 คน รวมทั้งรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง ทำความเข้าใจกับประชาชนถึงทิศทางและการเปลี่ยนแปลง ส่วนการทำงานในสภาฯจะเข้มข้นขึ้นทั้งการเสนอกฎหมายและการตั้งกระทู้ ด้านนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค พท. กล่าวว่า จากนี้งานในสภาฯและนอกสภาฯจะเข้มข้นมากขึ้น พรรคเตรียมความพร้อมเลือกตั้งไว้ จัดทั้งผู้สมัครและองคาพยพต่างๆไว้เรียบร้อยแล้ว

    พร้อมรับเลือดเก่า-ตั้งเป้าชนะทุกที่

    นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าวมีบิ๊กเนมจะเข้ามาอยู่กับพรรค พท. รวมถึงกลุ่ม 3 มิตรจะกลับมาพรรคเพื่อไทยว่า นโยบายพรรคเปิดกว้างรับทุกฝ่ายที่เข้ามาทำงานกับพรรค ต้องมีอุดมการณ์เดียวกัน ในฐานะหัวหน้าพรรคเรียนว่ายังไม่มีการพูดคุยกันโดยตรง พรรคมีกระบวนการสรรหาผู้สมัคร ถ้าจะมีบิ๊กเนมเข้ามาต้องผ่านกระบวนการนี้ ส่วนความขัดแย้งภายในพรรค พปชร.จะทำให้อดีต ส.ส.เพื่อไทยที่ย้ายไปพรรค พปชร.ย้ายกลับมาหรือไม่ คงต้องไปถาม ส.ส.เหล่านี้อยากอยู่กับเราหรือไม่ แต่ต้องมีอุดมการณ์เดียวกัน เราต้องการระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่แท้จริง หากพร้อมสู้กับเผด็จการก็ยินดี ส่วนยุทธ ศาสตร์การเลือกตั้งสมัยหน้า จะส่งผู้สมัครทั้ง 400 เขต เป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์คือแลนด์สไลด์ ต้องการชนะเลือกตั้งแบบถล่มทลายทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่เข้มแข็งเดิม

    โวย “ลุงป้อม” อ่อยถนน-สะพานชิงแต้ม

    “แม้หลายพรรคเจาะภาคอีสาน ไม่กังวล มีฐานเสียงไม่น้อยกว่าร้อยละ 35 มั่นใจว่าจะได้รับการตอบสนองจากประชาชน ที่กังวลคือวิธีเลือกตั้งที่ไม่ปกติภายใต้ระบอบประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ ทั้งการใช้อำนาจรัฐ อำนาจเงิน เช่น ที่ จ.น่าน รองนายกฯที่ชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เอาโครงการสร้างถนนและสร้างสะพานมาขายให้ประชาชนในพื้นที่ สามารถพลิกคะแนนของพรรคได้ตลอดเวลา” นพ.ชลน่านกล่าว

    “บิ๊กตู่” ยันไทย-สหรัฐฯไม่มีปัญหา

    เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี (หลังนอก) ทำเนียบรัฐบาล นาย Ted Osius ประธานสภาธุรกิจสหรัฐอเมริกา-อาเซียนเข้าพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม หารือถึงโอกาสการส่งเสริมความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนในไทย ต่อมานายกฯให้สัมภาษณ์ว่าได้ประชุมร่วมกับสมาคมธุรกิจขนาดใหญ่เกือบ 50 บริษัทของสภาธุรกิจสหรัฐฯ-อาเซียน คุยกันหลายเรื่องโดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงประเทศของเรา การพลิกโฉมประเทศไทยทุกด้าน และยินดีจะมาทำธุรกิจใหม่ในไทยเพิ่มมากขึ้น ในฐานะไทยเป็นหุ้นส่วนสำคัญทางยุทธศาสตร์ระหว่างไทยและสหรัฐฯ เขาสนใจลงทุนเหมือนเดิม ไม่เคยมีปัญหา อะไรทั้งสิ้นอย่างที่หลายคนไปวิจารณ์ ยืนยันไม่มี เร็วๆนี้นายแอนโทนี บลิงเคน รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ จะมาเยือนไทย คงได้พูดคุยกันหลายเรื่อง แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯให้ความสำคัญกับไทยเป็นอย่างยิ่งในอาเซียน

    ยันมะกันไม่ก้าวก่ายการเมืองไทย

    เมื่อถามย้ำว่าสหรัฐฯไม่ได้ตั้งข้อสังเกตเรื่องการเมืองหรือความมั่นคงในไทยใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ยืนยันว่า “ไม่มีๆเขาไม่พูด เขาจะไม่มาก้าวก่าย ความมั่นคงทุกประเทศต้องระมัดระวังอยู่แล้ว เพียงแต่จะขอความร่วมมือจากคนไทยและประเทศไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศช่วยกันสร้างความมีเสถียรภาพของรัฐบาลและความมีเสถียรภาพความมั่นคงปลอดภัยต่างๆได้ยืนยันไปแล้วจะดูแลให้ดีที่สุด ถ้าหากเรายังสับสนอลหม่านวุ่นวายกัน หลายๆอย่างจะขับเคลื่อนกันไม่ได้ ขอฝากสื่อช่วยกันทำความเข้าใจด้วยแล้วกัน ขอร้อง

    ปชช.เสนอแก้ ก.ม.ยุค คสช.ได้

    นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ให้สัมภาษณ์กรณีกลุ่มมวลชนเชิญชวน “รวมพลังประชาชนรื้อมรดก คสช.” เรียกร้องให้ยกเลิกประกาศและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยวันที่ 30 พ.ย. ที่รัฐสภาว่า ไม่ทราบเรื่อง การเรียกร้องให้ยกเลิกประกาศคำสั่งลิดรอนสิทธิประชาชนเสนอกฎหมายได้ แต่จะได้แก้หรือไม่อีกเรื่อง ต้องอาศัยเสียงข้างมากในสภาฯ พิจารณา นานาจิตตัง คสช.ออกกฎหมายหลายฉบับยังใช้ได้ดี แต่บางฉบับอาจไม่เหมาะสมต้องแก้ ไม่ได้หมายความว่าของเก่าไม่ดี

    พท.ฉะมีแต่เผด็จการไล่แอมเนสตี้

    นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงการเรียกร้องให้ขับไล่องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนลฯ ออกจากประเทศไทยว่า แอมเนสตี้ฯ คือองค์กรระดับสากล ที่อิงระบอบประชาธิปไตยประเทศต่างๆ พูดได้เต็มปากว่าเราจะไม่ยุ่งเกี่ยวหรือขับเขาออกจากประเทศ ไม่เช่นนั้นโลกจะมองการกระทำนี้ของไทยเป็นเรื่องแปลกประหลาด มีแต่ประเทศที่เป็นเผด็จการแท้จริงเท่านั้น ที่คิดทำอย่างนั้น และคงไม่มีใครอยากคบค้าสมาคมด้วย คนคิดเรื่องนี้ไม่รู้คิดได้อย่างไร ไม่รู้ว่าเอาสมองส่วนไหนมาคิด

    กลุ่มป้องสถาบันฯ รณรงค์ตะเพิด

    เมื่อเวลา 11.00 น. ที่หน้าอาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ถนนสีลม เครือข่ายกลุ่มพสกนิกรปกป้องสถาบัน กลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.) กลุ่มคนดีจำนวนหนึ่ง นำโดยนางวริษนันท์ ศรีบวรธนกิตติ์ แอดมินเพจเชียร์ลุง รวมตัวจัดกิจกรรมเดินรณรงค์ล่ารายชื่อประชาชนคนไทย 1 ล้านรายชื่อ ขับไล่องค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยออกจากประเทศไทย เนื่องจากเห็นว่าเป็นองค์กรเอ็นจีโอต่างชาติสนับสนุนยุยงส่งเสริมกลุ่มนักเรียน นักศึกษาหรือม็อบต่างๆ เคลื่อนไหวล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์และยกเลิกมาตรา 112 โดยตั้งขบวนเชิดสิงโตจากอาคารสีลมคอมเพล็กซ์ จากนั้นเดินขบวนรณรงค์ไปตามถนนสีลม ซอยละลายทรัพย์จนถึงแยกนรารมย์ เดินวนกลับไปยังอาคารสีลมคอมเพล็กซ์ใช้เวลา 1 ชั่วโมงก่อนยุติกิจกรรม

    ร้องเชือด 120 อาจารย์พ้น มธ.

    นางวริษนันท์ ศรีบวรธนกิตติ์ ผู้ประสานงานจัดกิจกรรมกล่าวว่า พวกเราจัดกิจกรรมแสดงออกว่าไม่พอใจองค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล สำนักงานประเทศไทย แทรกแซงสนับสนุนและปกป้องผู้กระทำผิด มาตรา 112 โจมตีให้ร้ายสถาบันพระมหากษัตริย์ได้รับการสนับสนุนจากคนย่านสีลมจำนวนมาก หลังวันที่ 5 ธ.ค. เมื่อได้รายชื่อครบ 1 ล้านรายชื่อ จะไปยื่นหนังสือถึง รมว.มหาดไทยและ รมว.แรงงานขอให้พิจารณาเพิกถอนใบอนุญาตทำงานองค์กรแอมเนสตี้ อินเตอร์ เนชั่นแนล ในประเทศไทย รวมทั้งไปยื่นหนังสือถึงอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรียกร้องให้ 120 อาจารย์ มธ.ที่ลงชื่อสนับสนุนยกเลิกมาตรา 112 ให้ออกจาก มธ.

    “เกียมอุดม” เชิดชูนักสู้เพื่อ ปชต.

    เมื่อเวลา 15.30 น. ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา “กลุ่มเกียมอุดมไม่ก้มหัวให้เผด็จการ” ร่วมกับกลุ่มศิษย์เก่าเตรียมอุดมจัดปราศรัย “แด่เธอผู้เสียสละ” หน้าประตูโรงเรียนฝั่งถนนพญาไท เชิดชูเกียรติเหล่าศิษย์เก่าเตรียมอุดมที่ถูกรัฐบาลดำเนินคดี ในการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย อาทิ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.ก้าวไกล นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ และ น.ส.เบนจา อะปัญ แกนนำกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ฯลฯ โดยมีนายสิรภพ อัตโตหิ แกนนำกลุ่มเสรีเทยพลัส น.ส.ศิริกาญจน์ เจริญศิริ ทนายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน นำปราศรัยเชิดชูเกียรติเพื่อนผู้เสียสละเพื่อประชาธิปไตย เรียกร้องนักเรียนเตรียมอุดมกล้าหาญออกมาร่วมเปลี่ยนสังคมไทย ในโรงเรียนติดภาพ 13 ศิษย์เก่าเตรียมอุดมที่ถูกดำเนินคดีด้วย ขณะที่ด้านนอกโรงเรียนกลุ่มเยาวชนตัวแทนกลุ่มนักเรียนเลวมาร่วมชุมนุม และแจกหนังสือ “คู่มือเอาตัวรอดในโรงเรียน” ให้ความรู้กฎหมายขั้นพื้นฐาน พร้อมร่วมเรียกร้องรัฐให้ปล่อยตัวนักศึกษาแกนนำกลุ่มราษฎรทั้งหมด จากนั้นเวลา 17.15 น. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมกันยืนหยุดขังหน้าป้ายโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา 11 นาที 20 วินาที

    ศาลให้ประกัน “ไบร์ท-ฟ้า” รอดคุก

    ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายประยุทธ เพชรคุณ รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 29 พ.ย. พนักงานอัยการนำตัวนายชินวัตร หรือไบร์ท จันทร์กระจ่าง และนายพรหมศร หรือฟ้า วีระธรรมจา ส่งฟ้องศาลอาญา ฐานร่วมกันหมิ่นประมาทสถาบัน ตามมาตรา 112 และกระทำให้เกิดความปั่นป่วนหรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชนตามมาตรา 116 และข้อหาอื่นๆจากการชุมนุมปราศรัย “ปลดอาวุธศักดินาไทย” เมื่อวันที่ 29 พ.ย.63 ที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) ทั้งนี้ ศาลอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวจำเลยทั้ง 2 ตีราคาประกัน 1 แสนบาท มีเงื่อนไขห้ามกระทำกิจกรรมที่เสื่อมเสียต่อสถาบัน และห้ามออกนอกประเทศเว้นแต่ได้รับอนุญาต

    อ่านเพิ่มเติม...

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      "บิ๊กตู่" สั่งแก้หมูแพงตั้งแต่ต้นทาง ขึ้นราคาสินค้าต้องมีเหตุผล
      02:02

      "บิ๊กตู่" สั่งแก้หมูแพงตั้งแต่ต้นทาง ขึ้นราคาสินค้าต้องมีเหตุผล

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ประยุทธ์ จันทร์โอชาสามมิตรพรรคเพื่อไทยสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจอนุชา นาคาศัยประวิตร วงษ์สุวรรณข่าวหน้า1ข่าววันนี้

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันอังคารที่ 18 มกราคม 2565 เวลา 15:31 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์