อดีตพุทธะอิสระ ส่งทนายความรับมอบอำนาจแจ้งความกับตำรวจ เพื่อดำเนินคดี รุ้ง-ปนัสยา กับพวก 5 คน ล้มล้างสถาบัน พร้อมหลักฐานคลิปวิดีโอและลิงก์ข่าวให้เจ้าหน้าที่พิจารณาคดี

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 22 พ.ย.64 นายธีรยุทธ สุวรรณเกษร ทนายความ รับมอบอำนาจจาก นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ อดีตพุทธะอิสระ หรือ หลวงปู่พุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เดินทางเข้าแจ้งความกับ พ.ต.ต.กิตติธัช ศักดิ์สนิท สว.(สอบสวน) สน.พหลโยธิน เพื่อแจ้งความดำเนินคดี 112, 116, 113 กับ รุ้ง ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล แกนนำม็อบราษฎร พร้อมแกนนำอีก 5 คน ร่วมกันจาบจ้วงสถาบัน ตุลาการ กล่าวหาใช้ระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ โดยนำหลักฐานคลิปวิดีโอและลิงก์ข่าวมาให้เจ้าหน้าที่พิจารณาคดี

นายธีรยุทธ กล่าวว่า เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 13 พ.ย. ที่ผ่านมา รุ้ง ปนัสยา กับพวก ได้มีการจัดแถลงการณ์ที่ the connecion seminar center ใกล้สี่แยกรัชดา-ลาดพร้าว เขตจตุจักร กทม. ต้านคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีการล้มล้างการปกครอง ชักชวนประชาชนร่วมชุมนุมในวันที่ 14 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเดินทางไปยังพระมหาราชวัง โดย รุ้ง ปนัสยา กับพวก แถลงการณ์ว่า "วันที่ 14 พ.ย. 64 นี้ เราขอเชิญชวนประชาชน ผู้บริบูรณ์ด้วยศักดิ์ศรี สิทธิเสรีภาพ เสมอภาพทุกท่าน ทุกความคิดทางการเมือง ทั้งฝ่ายประชาธิปไตย และอนุรักษ์นิยม ทุกช่วงวัย ทุกชนชั้น ทุกสาขาอาชีพ ไปร่วมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อประกาศเจตจำนงยืนยันการปฏิรูปสถาบัน 10 ข้อ" โดยการกระทำดังกล่าวของรุ้ง-ปนัสยากับพวก เป็นการชักชวนปลุกระดมประชาชน โดยมีเจตนาเพื่อล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด


นายธีรยุทธ กล่าวว่า อดีตพุทธะอิสระ ได้ติดตามข้อมูลข่าวสาร และพบเห็นแถลงการณ์ดังกล่าวเห็นว่าเข้าข่ายเป็นความผิดตามกฎหมายอาญา จึงให้ตนรวบรวมพยานหลักฐานเข้าดำเนินคดีกับบุคคล 5 คน ที่มีการกระทำความผิดชัดเจน และ 1 คน ที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาผู้ก่อเหตุว่าเข้าข่ายความผิดตามที่ได้แจ้งมาหรือไม่ หากพบเข้าข่ายว่ามีความผิดเจ้าหน้าที่ก็จะออกหมายเรียกบุคคลดังกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนอดีตพุทธะอิสระ ที่ไม่สามารถเดินทางมาวันนี้ได้ เนื่องจากติดภาระกิจอยู่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

...

ด้าน พ.ต.ต.กิตติธัช กล่าวว่า รับเรื่องราวร้องทุกข์ไว้แล้ว จะเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณา สั่งการ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.