แกนนำกลุ่มรวมไทยยูไนเต็ด ยก 5 ข้อ ลั่น รัฐไทยตีกรอบชีวิตและจิตวิญญาณด้วยเพศแค่สองขั้ว เผย LGBTQ+ ต้องเดินหน้าสู้เพื่อสิทธิของตน เพื่อสิทธิการสมรสเท่าเทียม
วันที่ 18 พ.ย. ณิชนัจทน์ สุดลาภา แกนนำกลุ่มรวมไทยยูไนเต็ด เปิดเผยกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญ ลงมติ ระบุว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่กำหนดให้สมรสเฉพาะชาย-หญิง ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ ไว้ว่า
“... วันนี้เป็นอีกวันที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ไทย ในการขับเคลื่อนความเท่าเทียม ระหว่างเพศ ของชุมชนคนที่มีความหลากหลายทางเพศ เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญลงมติวินิจฉัยโดยมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 ไม่ขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 25 มาตรา 26 และมาตรา 27 วรรคหนึ่ง วรรคสอง และวรรคสาม
เอาง่ายๆ คือประเทศไทยมีประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1448 ที่กำหนดการสมรสไว้เฉพาะชาย-หญิง เพศเดียวกันแต่งงานกันไม่ได้ แล้วพวกเราคนรักเพศเดียวกัน คนที่มีความหลากหลายทางเพศล่ะ เราอยู่ตรงไหน เราจะดำรงชีวิตอย่างเท่าเทียมได้หรือไม่
ส่วนตัวดิฉันในฐานะประชาชนคนไทยและเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนผู้มีความหลากหลายทางเพศ มันให้ดิฉันรู้สึกว่า
1. รัฐไทยและระบบกระบวนการยุติธรรมไทย ยังคงเชิดชู ยกย่องระบบการแบ่งเพศแบบสองขั้ว ขั้วของชายและหญิงตามเพศกำเนิด รัฐตีกรอบชีวิตและจิตวิญญาณของพวกเรา ด้วยกล่องเพศแค่สองขั้ว
2. รัฐไทยกำลังกดขี่ความหลากหลายทางเพศว่าคือสิ่งที่ผิดแปลกออกไปจาก บรรทัดฐานของกฎการแบ่งเพศแค่สองขั้ว และจารีตของสังคมที่ยกย่องเชิดชูว่าเพศชายตามกำเนิดต้องคู่กับเพศหญิงตามกำเนิด
3. รัฐไทยไม่เคยเห็นชีวิต ความเดือดร้อนของพวกเรา ประสบการณ์ที่พวกเราเห็นคนในชุมชนคนที่มีความหลากหลายทางเพศ กี่คู่ที่ต้องเจ็บปวดจากระบบที่รัฐไม่รับรองสมรสที่เท่าเทียม
...
4. รัฐไทยได้หลอกลวงและขายฝัน การประกาศว่าตนเองคือสวรรค์ของคนที่มีความหลากหลายทางเพศ มันคงจะเป็นสวรรค์ที่อยู่ในฝันและไม่เป็นจริง
5. รัฐไทยใช้พวกเราคนที่มีความหลากหลายทางเพศเป็นเครื่องมือ ทั้งการหาเสียง โปรโมตการท่องเที่ยว กระตุ้นยอดขายซีรีส์วายให้ต่างชาติ และที่สำคัญหลอกลวงกลางเวทีประชาคมโลกตั้งแต่การนำเสนอเรื่องรายงานสิทธิมนุษยชน
อย่างไรก็ตาม ดิฉันขอส่งพลังอันยิ่งใหญ่ให้กับชุมชนคนที่มีความหลากหลายทางเพศ กัลยาณมิตรที่เห็นชีวิต ตระหนักเรื่องสิทธิของการสมรสที่เท่าเทียม พวกเราต้องไม่หมดกำลังใจ พวกเราต้องจับมือกัน จดจำวันนี้ เพื่อเป็นพลังของการขับเคลื่อนต่อไป เราต้องไม่หยุด เราต้องเดินต่อ เพื่อสักวันการสมรสที่เท่าเทียมจะเกิดขึ้นในประเทศแห่งนี้