“ไอติม พริษฐ์” โหมโรงรื้อ “ระบอบประยุทธ์” จวกตัวการฉุดไทยป่วยรุนแรง ล้มแก๊งลากตั้งเหลือแค่สภาเดียวเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี “ปิยบุตร” ตอกย้ำรื้อโครงสร้าง-ริบอำนาจศาล รธน. ให้สภาฯถ่วงดุล แต่ยังอ้อนขอให้รับหลักการไปก่อน ส.ว.ดาหน้าซัดเนรคุณแผ่นดิน “วันชัย” เหน็บมีแต่โลภะ-โทสะ-โมหะ “ชลน่าน” ห่วงไม่รับร่างฯเร่งม็อบลงถนน พรรคร่วมประสานเสียงคว่ำ “ไพบูลย์” กร้าวปิดประตูใส่ร่างฯประชาชน “วีระกร” บลัฟแก้ไปก็ขวางทหารไม่ได้ “ท็อป” ผวาแรงต้าน ส.ว.ไม่เอาด้วย “บิ๊กตู่” นำทีม ครม. โปรโมต “ลมหายใจกระบี่” “เจริญ Porn-น้องไข่เน่า” บุกสภาฯชง “ชวน” ดันหนังโป๊ถูกกฎหมาย

ที่ประชุมรัฐสภา เริ่มพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ตามที่ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 135,247 คน เป็นผู้เสนอ มี 4 ประเด็นสำคัญที่ต้องการแก้ไขคือ ยกเลิกวุฒิสภา เหลือสภาเดียว ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ปฏิรูป ศาลรัฐธรรมนูญ และล้มล้างผลพวงการรัฐประหาร

ก้าวไกลรับไม่ผ่านด่านหิน ส.ว.

เมื่อเวลา 08.45 น. วันที่ 16 พ.ย. ที่รัฐสภา นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมรัฐสภา เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ว่า พรรควางผู้อภิปรายไว้ 6 คน หากถามว่าร่างฯจะผ่านหลักการวาระแรกหรือไม่ ปฏิเสธไม่ได้ว่าขึ้นอยู่กับเสียง ส.ว. 84 เสียงจะโหวตให้ผ่านหรือไม่ ยอมรับว่ายาก แต่ไม่ได้บอกว่าเป็นไปไม่ได้ อย่างน้อยที่สุดอยากเห็นเสียงของผู้แทนราษฎร ไม่ว่าจะ ส.ส.ฝ่ายค้าน หรือ ส.ส.รัฐบาลบางพรรค ยกมือให้ผ่านเกณฑ์รับหลักการ เพื่อชี้ให้เห็นว่าถ้าไม่ผ่าน ก็เพราะ ส.ว.

“ปิยบุตร” อ้อนรับหลักการไปก่อน

ด้านนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า และแกนนำกลุ่ม Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ ร่วมกันแถลงในฐานะตัวแทน ผู้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ต่อรัฐสภา นายปิยบุตรกล่าวว่า เข้าใจดีเป็นเรื่องยากที่ ส.ว.จะโหวตรับหลักการ หลายคนมาดำรงตำแหน่งอย่างไม่ถูกต้องชอบธรรมตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 แต่ตอนนี้คือชั้นรับหลักการเท่านั้น หาก ส.ส. และ ส.ว.ยังติดขัดข้องใจในรายละเอียด มีโอกาสแปรญัตติเป็นรายมาตราได้ และยังต้องผ่านกระบวนการประชามติอยู่ดี ควรรับไปก่อน อย่างน้อยที่สุดเป็นการชี้ให้เห็นว่าสมาชิกรัฐสภาให้ความสำคัญกับร่างของประชาชนที่เข้าชื่อกันมา “ถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญทุกครั้งต้องถาม ส.ว.ก่อน กลายเป็น ส.ว.ไม่ถึง 100 คน สามารถสกัดขัดขวางการแก้รัฐธรรมนูญได้ ในเมื่อที่มาของท่านไม่ชอบธรรมผมคิดว่าเสียสละเถอะครับ ลงมติยุบวุฒิสภาทิ้งไปเถอะ”

“ไอติม” โหมโรงรื้อ “ระบอบตู่”

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กล่าวว่า วันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้นอีกครั้งในการริเริ่มแก้รัฐธรรมนูญ เราคงเห็นความพยายามของ ส.ว.หลายท่าน พยายามวาดภาพให้ร่างฯฉบับนี้น่ากลัวสุดโต่ง แต่ร่างที่เราเสนอมาไม่มีอะไรซับซ้อนไปกว่าการสร้างระบอบการเมืองที่ไว้ใจประชาชน ทำให้กติกาเป็นธรรมก่อนหน้านี้นายพริษฐ์โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นของประชาชนทุกคน ที่มีความหวังอยากเห็นประเทศไทยปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบปกติ ในฐานะตัวแทนผู้เสนอร่าง จะชี้แจงต่อสมาชิกรัฐสภาอย่างสุดความสามารถ ส่วนในฐานะประชาชนคนหนึ่ง หวังว่าสมาชิกรัฐสภาจะรับฟังข้อเสนออย่างเปิดใจ และลงมติโดยเห็นแก่อนาคตของบ้านเมือง เพื่อรื้อ “ระบอบประยุทธ์ หยุดการสืบทอดอำนาจ”

พปชร.ปิดประตูใส่ร่างฯ ปชช.

นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยืนยันจะโหวตไม่รับร่างฯฉบับประชาชน เพราะขัดหลักการกับร่างฯที่รัฐสภาเพิ่งให้ความเห็นชอบไป โดยจะให้กลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียว เป็นการเสนอย้อนแย้ง ที่อ้างว่าจะล้างมรดก คสช. แต่กลับมาใช้ระบบเดิม ส่วนที่ฝ่ายค้านขอให้ ส.ส. ส.ว. รับหลักการไปก่อนเพื่อลดอุณหภูมิทางการเมืองนั้น การพิจารณากฎหมายไม่เกี่ยวกับการลดอุณหภูมิการเมือง แต่เกี่ยวกับความถูกต้อง ขอถามพรรคเพื่อไทยว่าต้องการบัตรเลือกตั้งใบเดียวหรือไม่

“ท็อป” ฟันธง ชทพ.คว่ำร่างฯ ปชช.

นายวราวุธ ศิลปอาชา ประธานกรรมการนโยบาย และยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า แนวทาง การโหวตของพรรคจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เท่าที่มีการพูดคุยกันจะไม่รับหลักการร่างฯฉบับประชาชน เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ผ่านการทำประชามติมา มีหลายประเด็นที่ ส.ว.ไม่เห็นด้วย เมื่อถามว่าหากร่างฯดังกล่าวตกไปจะส่งผลให้สถาน การณ์ภายนอกวุ่นวายหรือไม่ นายวราวุธตอบว่า คิดว่าคน 1.3 แสนคน กับ 16 ล้านคนที่ลงประชามติ หากระบุว่าเคารพเสียงส่วนใหญ่และมีความเป็นประชาธิปไตย ก็ต้องคำนึงถึงเสียงที่ลงประชามติด้วย

ฉะ “บิ๊กตู่” ฉุดไทยป่วยรุนแรง

ต่อมาเวลา 09.30 น. เริ่มการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา เป็นประธานฯ เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม ตามที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 135,247 คน เป็นผู้เสนอ นายพริษฐ์ ชี้แจงหลักการร่างฯว่า ประเทศไทยเป็นผู้ป่วยร้ายแรง 3 โรค คือ 1.โรคเศรษฐกิจอ่อนแอ 2.โรคเหลื่อมล้ำเรื้อรัง 3.โรคประชาธิปไตยหลอกลวง เป็นผลจากไวรัส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่สิ่งที่อันตรายกว่าไวรัสตัวนี้คือ “ระบอบประยุทธ์” ที่มีรัฐธรรมนูญปี 2560 ปกป้องอยู่ เพื่อสืบทอดอำนาจให้มีกลไกที่ควบคุมได้เบ็ดเสร็จจาก ส.ว. องค์กรอิสระ ช่วยผูกขาดอำนาจ ไม่ว่าจะบริหารประเทศอย่างไร สิ่งที่เราต้องการคือการทำให้ประเทศแข็งแรงผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อฆ่าไวรัส พล.อ.ประยุทธ์ โดยต้องมีรัฐธรรมนูญภาคประชาชน เป็นการฉีดวัคซีนเข็มแรกให้ประเทศไทย

ล้มแก๊งลากตั้งเหลือสภาเดียว

นายพริษฐ์กล่าวว่า มีข้อเสนอ 4 ข้อ คือ 1.ยกเลิก ส.ว. ให้เหลือสภาผู้แทนราษฎรเพียงสภาเดียว เพราะ ส.ว.ขาดความชอบธรรม มีอำนาจล้นฟ้า แต่ที่มาไม่ยึดโยงประชาชน ทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี ช่วยให้กระบวนการด้านนิติบัญญัติรวดเร็ว กระชับ ส่วนผู้ที่กังวลเรื่องการถ่วงดุลนั้น ยังมีกลไกอื่นมาทดแทนได้ และอาจมีประสิทธิภาพมากกว่า โดยเพิ่มอำนาจ ส.ส.ฝ่ายค้าน ตรวจสอบฝ่ายรัฐบาลแทน 2.ยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนการปฏิรูปประเทศ ที่น่ากังวลคือการไม่ทำตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี มีความผิด ถือเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจรัฐบาลประยุทธ์ เล่นงานคู่แข่งทางการเมือง ข้อเสนอเหล่านี้ไม่สุดโต่ง ส่วนข้อทักท้วงเรื่องความย้อนแย้งระบบบัตรเลือกตั้งนั้น เรายินดีแก้ไขในชั้น กมธ.ให้สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญที่เพิ่งได้รับความเห็นชอบไป ร่างฯฉบับนี้เป็นระบบที่ไว้วางใจประชาชนเลือกตัวแทนเข้ามาผ่านกลไกรัฐสภา ไม่ให้ทหารเข้ามาแก้ปัญหา ขอให้สมาชิกไว้วางใจประชาชน หยุดยก 16 ล้านเสียงที่อ้างเป็นส่วนใหญ่ ขอให้รับร่างฯฉบับนี้แล้วไปวัดที่การทำประชามติ ถ้าไม่ดีก็ให้ประชาชนเป็นคนคว่ำเอง

ชูถ่วงดุล-ถอดถอนศาล รธน.

นายปิยบุตร แสงกนกกุล ชี้แจงต่อว่า 3.การปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาแม้อมพระมาพูดว่ามีความเป็นกลาง ประชาชนก็ไม่เชื่อ เพราะมีที่มาจาก คสช. องค์กรเหล่านี้มีอำนาจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนชี้ชะตานักการเมืองได้ ร่างฯฉบับนี้เสนอปรับโครงสร้างศาลรัฐธรรมนูญให้มีที่มาโดยให้ ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน และที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา เสนอมาฝ่ายละ 6 คน รวมเป็น 18 คน ส่งให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาคัดเลือกเหลือ 9 คน ใช้มติ 2 ใน 3 ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญมีความถ่วงดุล รวมถึงแก้ไขเรื่องอำนาจให้เหลือเฉพาะเรื่องร่าง พ.ร.บ.ใดขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ การขัดแย้งระหว่างองค์กรเท่านั้น ให้ยกเลิกอำนาจการตรวจสอบเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ รวมถึงให้มีระบบถอดถอนศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระได้ แต่ไม่ใช่ทำกันง่ายๆต้องมีกระบวนการ พิจารณาที่รอบคอบ

ล้างคนทำรัฐประหารให้เหี้ยน

นายปิยบุตรกล่าวว่า 4.ล้มล้างผลพวงการรัฐประหาร ให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 279 ที่รับรองคำสั่งและการกระทำของ คสช. สร้างหลุมดำและรอยด่างพร้อยให้รัฐธรรมนูญ ทำรัฐประหารกันจนเป็นประเพณี คิดว่ายึดอำนาจสำเร็จจะไม่มีวันถูกลงโทษดำเนินคดี ร่างฯนี้จะทำให้การรัฐประหารเป็นโมฆะ ไม่มีการนิรโทษกรรม ต้องถูกดำเนินคดี ป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารอีก เป็นการออกแบบสร้างกติกาเป็นกลาง ไม่ใช่เขียนกติกาเฉพาะคนชนะ กำราบฝ่ายแพ้ให้ราบคาบ หากได้รับความเห็นชอบวาระแรก ความเห็นที่แตกต่างกันยังมีโอกาสปรับปรุงในวาระ 2 และ 3 ได้ ก็ยังมีหนทางร้องศาลรัฐธรรมนูญ และการทำประชามติ อย่างน้อยให้ลงมติรับหลักการ เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ปิดประตูรับฟังร่างภาคประชาชน

ห่วงถ้าไม่รับเร่งม็อบลงถนน

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อภิปรายว่า ฝ่ายค้านจะรับหลักการร่างฯฉบับนี้อย่างเป็นเอกฉันท์ อยากให้พรรคร่วมรัฐบาล ส.ว. ไตร่ตรอง โดยเฉพาะการสืบทอดอำนาจที่มีกลไกดัดแปลงระบบเลือกตั้ง ปัดเศษผู้แทน หากรับร่างวาระแรกประเทศจะผ่อนคลายในทุกองคาพยพ ขอเสียง ส.ว. 84 เสียงเห็นแก่ประเทศ หากรัฐสภาแห่งนี้ไม่ได้เป็นที่คาดหวังของประชาชน หนทางต่อไปคือการลงท้องถนน ขอให้ช่วยปลดวิกฤตินี้ ส.ว.หลายคนมีความรู้ความสามารถ เพียงแต่เข้าสู่อำนาจด้วยวิธีการที่ผิด ไม่ควรไปหักดิบ ให้ ส.ว.อยู่จนครบวาระเพราะเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่าน แต่ให้จำกัดหน้าที่และอำนาจตามความเหมาะสม

พปชร.บลัฟแก้รัฐประหารไม่ได้

นายวีระกร คำประกอบ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอปรับโครงสร้างศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ควรไปยุ่งเลอะไปหมดเหมือนเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ แต่ร่างฯฉบับนี้ก็มีหลักการที่รับไม่ได้เยอะ โดยเฉพาะการตัด ส.ว.ทิ้งให้เหลือแค่สภาเดียว เป็นอันตรายไม่มี ส.ว.กลั่นกรองกฎหมาย เพราะหลายครั้งสภาฯก็ผิดพลาด ที่ผ่านมาพรรคเพื่อไทยเป็นแถวหน้าให้ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ แต่ร่างฉบับนี้ให้กลับมาใช้บัตรใบเดียว ขณะที่ข้อเสนอยกเลิกมาตรา 279 ไม่ให้มีการนิรโทษกรรม ป้องกันการรัฐประหารนั้น ไม่สามารถช่วยป้องกันการทำรัฐประหารได้ เพราะสิ่งแรกที่คณะรัฐประหารทำคือการยกเลิกรัฐธรรมนูญ ต่อให้แก้ไขอย่างไรก็ป้องกันไม่ได้

คำวินิจฉัยทำสังคมแตกแยก

ด้านนายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า เหตุผลที่ต้องมีสภาเดี่ยวเพราะ ส.ว.ส่วนใหญ่มาจากการแต่งตั้ง มีอำนาจมาก ไม่ใช่แค่กลั่นกรองกฎหมาย โดยเฉพาะการลงมติที่เอื้อต่อการสืบทอดอำนาจ เช่นเดียวกับศาลรัฐธรรมนูญมาจากการแต่งตั้งโดยเครือข่าย คสช. มีอำนาจยุบพรรค ถอดถอน ทำให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง ถ้าปล่อยไว้ประเทศจะเกิดวิกฤติมาก ล่าสุดการชุมนุมของนิสิต นักศึกษา ถูกวินิจฉัยว่าล้มล้างการปกครอง โดยไม่ได้สิทธิ์ต่อสู้คดี ทุกอย่างคลุมเครือ มีการตัดสินไปถึงอนาคตด้วย ทำให้เกิดความแตกแยกในสังคม เหมือนชักธงรบใช้อำนาจทางกฎหมายในการปราบปราม ทั้งที่เป็นเรื่องความคิด และความรู้ ขอให้สมาชิกรัฐสภาโหวตผ่านวาระ 1 แล้วไปพิจารณาปรับกันภายหลัง

ส.ว.หน้าเดิมด่า “ปิยบุตร” เนรคุณ

จากนั้นการประชุมเริ่มดุเดือดขึ้น เมื่อนายปิยบุตร แสงกนกกุล ชี้แจงย้ำเหตุผลที่ไม่จำเป็นต้องมีวุฒิสภา ให้ดูจากผลงาน ส.ว.ชุดนี้ ที่เห็นด้วยกับกฎหมายเกือบทุกฉบับ ตรงไหนที่บอกทำหน้าที่ถ่วงดุลกลั่นกรอง ทำให้นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ ส.ว. ลุกขึ้นประท้วง ยืนยันว่า ส.ว.ชุดนี้มาตามรัฐธรรมนูญ แต่คนที่กำลังชี้แจงอยู่ไม่ควรได้มาเสนอร่าง เพราะเป็นคนเนรคุณแผ่นดิน ทำให้ ส.ส.ฝ่ายค้านพากันประท้วง จนนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานในที่ประชุม ต้องสั่งให้ถอนคำพูด ก่อนที่นายปิยบุตรจะตอบโต้ว่า เพิ่งเคยเห็นประวัติศาสตร์การประชุมสภา สมาชิกประท้วงผู้มาชี้แจง กล่าวหากันขนาดนี้ ให้ประชาชนวินิจฉัยเองว่ามี ส.ว.แบบนี้ สมควรจะมีสภาเดี่ยวหรือสภาคู่

เต็มไปด้วยโลภะ-โทสะ-โมหะ

นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. กล่าวว่า ร่างฯฉบับนี้มาจาก 4 ก. คือ เกลียด โกรธ กลัว เกินลงกา เป็นตรรกะ “เกลียด” ส.ว. “โกรธ” ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ที่ตัดสินไม่เข้าข้างฝ่ายตัวเอง “กลัว” โซ่ตรวนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี สิ่งที่เสนอแก้ไขมาโดยอ้างล้างมรดก คสช. เป็นการเกินไปหรือไม่ มองคนรัฐประหารเป็นคนเลว มองโลกแค่ด้านเดียว มองบริบทการเมืองแบบอุดมการณ์เกินจริง มองว่าคนมาจากการเลือกตั้ง ส.ส. อบต. มาจากประชาชน เป็นใหญ่ในแผ่นดินได้ ไม่มองให้รอบด้านว่าบริบทสังคมไทยบริสุทธิ์ผุดผ่องหรือไม่ เบื้องหลังคนเลือกตั้งเป็นอย่างไร มาจากเงินทอง อิทธิพล อำนาจหรือไม่ ส่วนการรัฐประหารนั้น ถ้าการเมืองเข้มแข็ง ไม่มีทุจริต ใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ คณะทหารที่ไหนกล้าปฏิวัติ การเสนอแก้ไขควรเสนอแก้แบบไร้อคติ เอาบริบทการเมืองเป็นตัวตั้ง ข้อเสนอเต็มไปด้วยโลภะ โทสะ และโมหะ แม้จะเสนอให้ ส.ว.ชุดนี้อยู่ต่อไป ตนมิอาจรับร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ได้

ส.ว.ยืดอกรับจระเข้ขวางคลอง

นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.กล่าวว่า ขอให้ สมญาร่างฯฉบับนี้เป็นฉบับปฏิวัติคือ รวมศูนย์ บั่นทอน ควบคุม บั่นทอนความเป็นอิสระของศาล ให้อำนาจสภาฯบังคับใช้กฎหมายเกินขอบเขตต่อศาล ถามว่าเพียงพอหรือไม่ที่จะให้ฝ่ายค้านถ่วงดุลฝ่ายรัฐบาล การแก้ปัญหาด้านเดียวจะเป็นการแก้หรือสร้างปัญหาขึ้นมาใหม่ มุ่งแก้แต่รัฐประหาร แต่ไม่ดูสาเหตุการรัฐประหาร อาจได้ระบบเผด็จการในสภาฯอีก เป็นสิ่งที่ต้องใคร่ครวญให้หนัก

นายอนุศักดิ์ คงมาลัย ส.ว.กล่าวว่า สิ่งที่เสนอแก้เหมือนลิงแก้แห เข้าข่ายรัฐธรรมนูญมาตรา 255 เป็นการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองหรือไม่ ไม่แน่ใจว่าตนเป็นจระเข้ขวางคลองหรือไม่ เพราะเห็นจระเข้น้อยฝังโคลนอยู่แถวนี้

ท้าน้องชาย “ตู่” ลงสมัคร ส.ส.

ด้านนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก พรรคก้าวไกล อภิปรายว่า ถ้าไม่ยกเลิกวุฒิสภาจะไม่สามารถแก้รัฐธรรมนูญกลับไปเป็นประชาธิปไตยได้ ใช้รัฐธรรมนูญปี 60 มา 4 ปี รัฐสภาถึงจุดตกต่ำ ขาดความเชื่อมั่นจากประชาชน ไม่สามารถแก้ปัญหาประเทศได้ องค์กรอิสระไม่ได้ทำหน้าที่ตามหลักนิติธรรม สังคมเกิดความแตกแยก ร่างที่นำเสนอไม่ได้เอาอำนาจกลับไปที่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เอาอำนาจกลับไปสู่ประชาชนทุกกลุ่ม ถ้าไม่ทำวันนี้จะไม่มีทางได้รัฐบาลใหม่ที่ยึดโยงประชาชน ขอชวน พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ส.ว.ให้ลงเลือกตั้งเป็นผู้แทนชาวพิษณุโลก ถ้าชนะตนยอมรับฉันทมติว่าท่านเป็นตัวแทนคนพิษณุโลก

ครม.โปรโมต “ลมหายใจกระบี่”

วันเดียวกันเวลา 08.30 น.ที่โรงแรมโซฟิเทล กระบี่ โภคีธรา กอล์ฟ แอนด์ สปา รีสอร์ต จ.กระบี่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2564 จ.กระบี่ บรรดารัฐมนตรีต่างสวมเสื้อที่ตัดเย็บด้วยผ้าปาเต๊ะพื้นสีเหลือง ลายสีแดง โดยนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ อธิบายถึงลายผ้าที่สวมใส่ครั้งนี้ว่า ผ้าบาติกนี้มีลวดลายผ้าพิเศษเรียกว่า “ลมหายใจแห่งกระบี่” พร้อมกับเล่าถึงการลงพื้นที่ชุมชนบ้านมั่นคง ต.ทรายขาว อ.คลองท่อม ว่า อดีต อ.คลองท่อม มีต้นกระท่อมจำนวนมาก วันนี้ไม่มีแล้ว จึงบอกกับผู้ใหญ่ในพื้นที่ว่าวันนี้กระท่อมเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมายแล้ว สามารถฟื้นกลับมาปลูกในพื้นที่ได้ ทั้งนี้ยังคงมีกลุ่มต้าน มีการนำข้อความด่าทอหยาบคายไปติดตามแผ่นป้ายไวนิลต้อนรับนายกฯ และคณะ รวม 3 จุด

เอ็นดูเด็กมาให้กำลังใจ “ลุง”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเข้าประชุม พล.อ.ประยุทธ์เดินเยี่ยมชมนิทรรศการกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ที่แต่ละหน่วยงานนำเสนอ อาทิ นิทรรศการ OTOP Mobile จ.กระบี่ ที่นำเสนอผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น ทั้งเครื่องจักสานจากปาล์ม กาแฟชะมด ผ้าปาเต๊ะสมบัติพิเศษ ที่ผ่านกระบวนการเคลือบสิ่งทอ กันน้ำ กัน UV ต้านแบคทีเรีย โครงการสื่อสารลงใต้ดิน รวมถึงประเพณีลอยกระทงวิถีใหม่สืบสานประเพณีไทย นายกฯ ได้พูดคุยกับเด็กนักเรียนที่มารอต้อนรับ และให้กำลังใจ ว่า “ลุงตู่ก็จะเป็นกำลังใจให้เด็ก จะทำเพื่อเด็กๆ และพวกเราทุกคน อย่าลืมขอให้ตั้งใจเรียนหนังสือ เคารพพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หลังจากนั้นร่วมถ่ายรูปพร้อมสวมกอดเด็กอย่างเอ็นดู พร้อมส่งมินิฮาร์ทให้เด็กๆ ด้วย ขณะที่ tiktok “ไทยคู่ฟ้า” โพสต์คลิปวิดีโอนายกฯ ในอิริยาบถต่างๆ ระหว่างลงพื้นที่

ให้สังคมตัดสินชุมนุมการเมือง

พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์หลังประชุม ถึงการเคลื่อนไหวชุมนุมทางการเมืองว่า ให้สังคมได้ช่วยกันพิจารณา ตนต้องบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ ต้องดูจุดประสงค์การสร้างความวุ่นวายนั้นเพื่ออะไร คนไทยยอมรับได้หรือไม่ ขอเน้นย้ำคำว่าสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องคงอยู่คู่ไทยตลอดไป การมาประชุมที่กระบี่ครั้งนี้มีความสุข ไปตรงไหนร้านค้าก็เปิด คนไปมาหาสู่กันได้ ถือว่ามีโอกาสมาเที่ยวทะเลอีกครั้ง ส่วนกระแสโซเชียลสนใจลุคใหม่ที่ดูผ่อนคลายมากขึ้นนั้น ความจริงเป็นคนอารมณ์ดี เบิกบานใจเย็น ร้อนเป็นบางระยะ และจะพยายามจัด ครม.สัญจรให้บ่อยครั้งขึ้น เวียนไปทุกภาค ยินดีไปรับฟังความคิดเห็นประชาชน สำหรับการปรับ ครม.ยังไม่มี
ยังทำงานได้อยู่ เมื่อถามว่า ส.ส.ใต้ของ พปชร. อยากมีรัฐมนตรีเป็นคนใต้ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “คิดไว้เฉยๆ”

เปิดท่าเรือปากเมงสู่อันดามัน

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์เดินทางต่อไป จ.ตรัง เป็นประธานพิธีเปิดท่าเรือปากเมง เปิดประตูสู่อันดามัน เตรียมพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวที่มาทะเลฝั่งอันดามัน นายกฯกล่าวว่า คนไทยมีรอยยิ้มที่สวยงาม ทุกคนคือคนไทยด้วยกัน มีชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นรากฐานสำคัญของประเทศ โอกาสนี้ขอให้ทุกคนสืบสาน รักษา ต่อยอด ตามพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลที่ 10 ร่วมกันสร้างความเข้าใจ ทุกคนต้องช่วยกันรักษากฎหมายให้ดีที่สุด หลังทำพิธีปล่อยขบวนเรือท่องเที่ยว พูดคุยกับผู้ประกอบการและนักท่องเที่ยว ก่อนจะเดินทางกลับ กทม.

“วิษณุ” ออกโรงแก้ข่าวให้ กกต.

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ กล่าวถึงกรณี ส.ว.พ้นตำแหน่งยังไม่ครบ 2 ปี สมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองว่า พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย พรรคการเมืองมาตรา 9 พบว่า หากเป็น ส.ว.แล้วพ้น จากตำแหน่งไม่ครบ 2 ปี เป็นสมาชิกพรรคการเมือง หรือผู้บริหารในพรรคการเมืองไม่ได้ รวมถึงรับตำแหน่ง ทางการเมืองไม่ได้ แต่สามารถสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นได้ เช่น ผู้ว่าฯ กทม. ตนโทรศัพท์ไปหาเลขาธิการ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ช่วยประชา สัมพันธ์เรื่องนี้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ กกต.เคยให้ข่าว ว่าเป็นสมาชิกพรรคได้

เตือน รมต.ระวังจะตกม้าตาย

นายวิษณุกล่าวว่า อีกเรื่องหนึ่งกรณีเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ในวันที่ 28 พ.ย.นี้ จะเตือนในที่ประชุม ครม.ว่าหากใครไม่ไปใช้สิทธิ จะดำรงตำแหน่งทางการเมืองไม่ได้ เว้นแต่ถ้าไปถึง รอบการใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งต่อไป แต่สำหรับรัฐมนตรีที่มีภูมิลำเนาใน กทม. ไม่มีผล เพราะ กทม.ยังไม่เลือกตั้ง เมื่อถามว่า ตำแหน่งทางการเมืองที่ว่าหมายถึงการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองด้วยหรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ใช่ แต่หมายถึงตำแหน่งทางการเมืองของทางราชการ เช่น รัฐมนตรี เลขารัฐมนตรี แต่สามารถสมัคร ส.ส. และเป็น ส.ส.ได้ หากไม่ไป ใช้สิทธิโดยมีเหตุจำเป็น สามารถแจ้งเหตุที่ไม่ไปใช้ สิทธินั้นได้ 7 วันก่อน หรือ 7 วันหลังการเลือกตั้งเพื่อรักษาสิทธิ

สอบแป๊ะเจี๊ยะแลกเก้าอี้ กมธ.

ที่รัฐสภา นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ทำหนังสือเรียกร้องให้นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ตรวจสอบกรณีการเรียกรับเงิน 50,000 บาท แลกกับ ตำแหน่งใน กมธ.การศึกษา สภาฯว่า นายชวนกังวลต่อเรื่องนี้ และสั่งการเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ให้ กมธ.การศึกษามีมาตรการกวดขันไม่ให้มีพฤติกรรมทำนองนี้เกิดขึ้นอีก ยืนยันหากมีความผิดจริงต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย

“เจริญ Porn” ชงหนังโป๊ถูก ก.ม.

อีกเรื่อง กลุ่มเจริญ Porn นำโดยนายอรรถพล ไข่ทอง หรือเบล ขอบสนาม พร้อมนายธนัตถ์ ธนากิจ อำนวย หรือไฮโซลูกนัท และ“น้องไข่เน่า” ดาวดัง เพจ onlyfans เข้ายื่นหนังสือต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาฯ เพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา เรื่องสื่อลามกอนาจารให้ถูกกฎหมาย นายอรรถพลกล่าวว่า อยากให้สังคมแยกคำว่าศิลปธรรมอันดีงามกับลามกอนาจาร แยกสื่อบันเทิงกับสื่อทางเพศออกจากเยาวชนให้ชัดเจน อย่าเอากฎหมายมากดทับ แล้วเอาศิลปธรรมไปปะหน้า เพียงอย่างเดียว

ชี้สร้างรายได้ไม่เบียดเบียนใคร

นายธนัตถ์กล่าวว่า ชีวิตประจำวันในช่วงวิกฤติ โควิด คนไทยเข้าถึงนวัตกรรม สื่อออนไลน์ที่อนุญาตให้ผลิตวิดีโอ รูปภาพเชิงศิลปะ ภาพยนตร์ผู้ใหญ่หรือหนังโป๊ ที่มีตลาดสร้างหารายได้ในการครองชีพได้ แต่กฎหมายล้าหลัง ผู้ประกอบการถูกปิดกั้น ถึงเวลาแล้ว ต้องเลิกเอาบรรทัดฐานของคำว่าคนดีของกลุ่มหนึ่ง มาบังคับใช้กับคนที่เหลือ ควรเปิดกว้างให้มีเสรีภาพทำได้โดยไม่เบียดเบียนผู้อื่น หนังโป๊ไม่ได้ทำร้ายใคร ตราบใดที่ควบคุมผู้ผลิต เช่น หนังโป๊เด็ก หนังโป๊ที่มีเนื้อหารุนแรง แต่หนังโป๊ที่มีเนื้อหาสวยงาม สนุกสนานบันเทิง ควรเปิดกว้างให้มีเสรีภาพ