"ปิยบุตร" แจงยิบ หนุน รับร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ริบอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ห้ามจุ้นแก้รัฐธรรมนูญ ล้มคำสั่ง คสช. นำคนรัฐประหารมาลงโทษ ขณะ หัวหน้าเพื่อไทย ช่วยหนุน รับหลักการ แต่ไม่หักดิบ ให้ ส.ว.ยังอยู่ครบวาระ

วันที่ 16 พ.ย. 64 ที่รัฐสภา มีการประชุมร่วมรัฐสภา มีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่...) พ.ศ..... โดยนายปิยบุตร แสงกนกกุล ผู้ร่วมเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับภาคประชาชน ชี้แจงว่า การปฏิรูปศาลรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาแม้จะอมพระมาพูด ว่า ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ มีความเป็นกลาง พูดให้ตายประชาชนก็ไม่เชื่อ เพราะมีที่มาจาก คสช. องค์กรเหล่านี้มีอำนาจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนชี้ชะตานักการเมืองได้ ฝ่ายการเมือง อยากเข้ามาช่วงชิงองค์กรเหล่านี้ ที่ให้คุณให้โทษได้ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เสนอปรับโครงสร้างศาลรัฐธรรมนูญให้มีที่มาโดยให้ ส.ส.รัฐบาล ส.ส.ฝ่ายค้าน และที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาเสนอมาฝ่ายละ 6 คน รวมเป็น 18 คน ส่งให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาคัดเลือกเหลือ 9 คน ใช้มติ 2 ใน 3 ทำให้ศาลรัฐธรรมนูญมีความถ่วงดุล เพราะมาจากตัวแทนรัฐบาล ฝ่ายค้าน ศาลฎีกา ฝ่ายละ 3 คน นอกจากนี้ ให้แก้ไขเรื่องอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ให้เหลือเฉพาะเรื่อง ร่าง พ.ร.บ.ใดขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ การขัดแย้งระหว่างองค์กรเท่านั้น และให้ยกเลิกอำนาจการตรวจสอบเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ รวมถึงให้มีระบบถอดถอนศาลรัฐธรรมนูญ และองค์กรอิสระได้ แต่ไม่ใช่ให้ถอดถอนกันง่ายๆ มีกระบวนการพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ต้องกังวลว่า ส.ส.จะครอบงำศาลรัฐธรรมนูญ แต่ออกแบบให้มีการถ่วงดุล

นายปิยบุตร กล่าวว่า 4 การล้มล้างผลพวงการรัฐประหาร โดยยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 ที่รับรองคำสั่งและการกระทำของ คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญปี 2560 ที่สร้างหลุมดำและรอยด่างพร้อยให้รัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาทำรัฐประหารกันจนเป็นประเพณี คิดว่าถ้ายึดอำนาจสำเร็จจะไม่มีวันถูกลงโทษ ดำเนินคดี จึงเป็นที่มาของการทำให้การรัฐประหารเป็นโมฆะ ไม่มีการนิรโทษกรรม จะต้องถูกดำเนินคดี ป้องกันไม่ให้มีการรัฐประหารอีก ถ้ามีคนทำรัฐประหารถูกดำเนินคดี จะไม่มีใครคิดทำรัฐประหารอีก ประเด็นเหล่านี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อประโยชน์ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เป็นการออกแบบสร้างกติกาเป็นกลาง ไม่ใช่เขียนกติกาเฉพาะคนชนะ กำราบฝ่ายแพ้ให้ราบคาบ ไม่เห็นเหตุผลที่สมาชิกรัฐสภาจะไม่เห็นชอบร่างแก้ไขฉบับประชาชน หากสมาชิกให้ความเห็นชอบวาระ 1 ความเห็นที่แตกต่างกันยังมีโอกาสปรับปรุงในวาระ 2 และถ้าผ่านวาระ 3 ไปได้ ก็ยังมีหนทางร้องศาลรัฐธรรมนูญและการทำประชาชน ขั้นตอนการแก้รัฐธรรมนูญยังอีกยาวนั้น แต่อย่างน้อยให้ลงมติรับวาระหลักการ เพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้ปิดประตูรับฟังร่างภาคประชาชน เพื่อให้ได้ศาลรัฐธรรมนูญที่รับรองรัฐประหาร หรือก่อวิกฤติการเมือง มีองค์กรอิสระที่เป็นกลาง รวมถึงคนทำรัฐประหารต้องถูกดำเนินคดี

...

ขณะที่ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย อภิปรายสนับสนุนตามมติที่ประชุมพรรคร่วมฝ่ายค้าน ว่า จะรับหลักการร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อย่างเป็นเอกฉันท์ ในวาระที่ 1 พร้อมขอให้พรรคร่วมรัฐบาล และ ส.ว. ได้ไตร่ตรองด้วยวิจารณญาณ เห็นแก่ประเทศ ซึ่งหากรับร่างวาระที่ 1 ประเทศจะผ่อนคลายในทุกองคาพยพ เพราะหากรัฐสภาแห่งนี้ ไม่ได้เป็นที่คาดหวังของประชาชน หนทางต่อไป คือ การลงท้องถนน จึงขอให้ช่วยปลดวิกฤตินี้ ทั้งนี้ ส.ว. หลายคน มีความรู้ความสามารถ ในระดับ Top 10 ของประเทศ เพียงแต่เข้าสู่อำนาจด้วยวิธีการที่ผิด จึงเห็นว่า ไม่ควรหักดิบ แต่ให้ ส.ว. อยู่ในอำนาจจนครบวาระ เพราะเป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่าน แต่ให้จำกัดหน้าที่ และอำนาจตามความเหมาะสม.