ข้าวราคาตกเรี่ยราด นํ้ามันเชื้อเพลิง พุ่งทะรูดทะราดน้ำมันปาล์ม หมู ผัก แข่งกันแพง
ชาวนาน้ำตาตกใน คนฐานรากใกล้ อดตายอยู่รอมร่อ
แต่รัฐบาลขุมข่ายอำนาจ 3 ป. ร่อนเทียบเชิญพรรคร่วมรัฐบาล “มีตติ้ง”นัดเลี้ยงสังสรรค์ กระชับสัมพันธ์ในการรวมพลัง ถูลู่ถูกังลากเรือเหล็กสนิมเขรอะไปต่อ
ขอให้เสียงในสภาเกินกึ่งหนึ่งไว้ก่อน นอกนั้นไม่ใช่เรื่องสำคัญ
ตามสภาพไฟต์บังคับต้องกอดคอกัน รัฐบาลผสม 3 ป. ต่างตกอยู่ในอาการร่อแร่ ไม่มีใครดีกว่าใคร ทนตบจูบ หวานอมขมกลืน ดีกว่า “ตายหมู่”
ถึงเวลาไอ้เสือถอยค่อยแยกย้ายทางใครทางมัน
แม้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม ตั้งใจ “ไขความลับในที่แจ้ง” พูดออกอากาศเลยว่า “ผู้กองนัส” ร.อ. ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ โจทก์สำคัญ ขอพูดคุยด้วย ถ้าไม่มี ใครยุแหย่มันก็ดี
แต่โดยรอยแตกร้าว มันเลยจุดที่จะต่อติด คุยกันแค่ครั้งเดียวแล้วจบ
พลังประชารัฐนั้นชัดเจน ถึงเวลาอยู่กันไม่ได้อยู่แล้ว 3 ป. ต้องเป็นไผ่แยกกอ ในเมื่อ “พี่ใหญ่” อย่าง “ป.ป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์ สุวรรณ หัวหน้าพรรค แสดงออกแบบไม่กั๊ก
เลือก “ผู้กองนัส” ร.อ.ธรรมนัส สวม “หนังเสือ” ถือดาบคุมกองทัพลิง
และนั่นก็ต้องรวมถึงทีมลูกกรอกในคาถาทั้ง “เสี่ยปาน” วิรัช รัตนเศรษฐ “มาดามบิ๊กอาย” นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รวมไปถึงลูกรักอย่าง “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร.
ล้วนแล้วแต่ “ปรปักษ์” กับ “บิ๊กตู่” แล้วมันอยู่ถ้ำเดียวกันได้ยังไง
...
ในจังหวะพอดี สายพี่ใหญ่ก็เหยียบตีนกันตาปลาแตก “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา อดีต ผบ.ตร.ที่กลายเป็นคู่กรณีกับ “ผู้กอง นัส–บิ๊กโจ๊ก” เหมือนกันกับ “บิ๊กตู่” งานนี้เลย ได้จับคู่กับ “เสี่ยฉิ่ง” ฉัตรชัย พรหมเลิศ ตั้งค่ายชูชื่อ “ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ในบัญชีนายกฯ
พรรคใหม่ป้ายแดง ทีม “คอแดงคอนเนกชัน”
3 ป. เป็นไผ่แยกกอ แตกหน่อพรรค ใหม่ ตีคู่พลังประชารัฐ
แต่ “ไผ่ออกดอก” ใกล้โรยรา ก็น่าจะเป็นทีมประชาธิปัตย์ ที่เพิ่งเจอกระแสโห่ฮา “โพลดั้นเมฆ” ยกก้น “อู๊ดด้า”จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ โผล่พรวดขึ้นเบอร์หนึ่ง “นายกฯขวัญใจคนกรุง”
หักมุมกับปักษ์ใต้ฐานที่มั่นฟัดกันกระเจิง
แม้แต่พรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันยังลุยเจาะฐานพรุนไปหมด
ในจังหวะที่เบอร์ใหญ่อย่าง “นิพนธ์ บุญญามณี” ก็เจอโยกชนักปักหลัง วิบากกรรมย้อนหลังจากคดีที่โดน ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดมาตรา 157 สมัยเป็นนายก อบจ.สงขลา โดนคำสั่งปลดของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ให้พ้นตำแหน่งตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา
ส่อขาดคุณสมบัติรัฐมนตรี พลัง“ขาใหญ่”ทีมสงขลาหายไปอื้อ
ประชาธิปัตย์ด้วยกันแอบสะใจ คู่แข่งตีปี๊บเฮฮา
เอาเป็นว่า ถ้าหลงเชื่อโพลดั้นเมฆ “หลอกตัวเอง” ขืนรีบยุบสภาเลือกตั้งกันในห้วงนี้ ยี่ห้อ ปชป.ลุ้นได้แค่น้อยกว่าหรือเท่าเดิม ไม่มีเพิ่มแน่
เอาหางแหย่น้ำไว้ก่อน ยังไงประชา ธิปัตย์ก็ไม่สลัดจากเอว “บิ๊กตู่”
นั่นไม่ต้องพูดถึงทีมเซราะกราว ค่ายภูมิใจไทย “เนวิน ชิดชอบ–อนุทิน ชาญ วีรกูล” คือทีมสุดท้ายที่จะสละเรือเหล็กสนิมเขรอะ รอจนอับปาง
ตามจังหวะที่กระทรวงคมนาคมกำลัง ปั่นสารพัดเมกะโปรเจกต์ พันล้าน หมื่นล้าน
เร่งปักหมุด วางมัดจำ ทำแต้มแข่งกับเวลาที่มีค่าทุกนาที
ทีมเซราะกราวต้องตุนกล้วยใส่ขบวนรถเสบียงให้ได้มากสุดเท่าที่จะมากได้
ระดับอาจารย์ใหญ่ เขี้ยวลากดินย่อมรู้สภาพ การลงสนามเลือกตั้งโดยไร้กระแส ไม่มี แรงส่ง และไม่ต้องหวังงูเห่าที่ไปต้อนมา ถึงเวลาเลือกตั้งกลายเป็น “งูดิน”
ทางเดียวคือ ต้องอัดกระสุนดินดำ ยิงแม่นๆ ล็อกเป้าชัวร์ๆ
สรุปต่างคนต่างยังเอาตัวไม่รอด รัฐบาลปะผุ 3 ป. ต้องลากถูกันไป
“มีตติ้ง”สังสรรค์กระชับมิตร มันก็แค่อีเวนต์ลากยาวเกมอำนาจ ตามสภาพไฟต์บังคับ ทหารเฒ่ากับนักการเมืองอาชีพยังต้องเล่นบทน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า
แต่ประชาชนคนไทยอย่าไปหวังพึ่งใคร.
“ตะวัน ทรงกลด”