"บิ๊กตู่" ย้ำวง ศบค.ชุดใหญ่ จะกลับไปอยู่ที่เดิมไม่ได้อีกแล้ว คาดสิ้นเดือน พ.ย. ฉีดวัคซีนครบ 100 ล้านโดส เตรียมนำสถิติ เปรียบเทียบยี่ห้อวัคซีนกับภูมิต้านทาน งดตอบปมม็อบนำผลศาล รธน.มาเคลื่อนไหว

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 12 พ.ย. 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวช่วงต้นการประชุมว่า วันนี้มีหลายเรื่องที่จะต้องพิจารณา และมีหลายเรื่องที่ดำเนินการผ่านมาแล้วประสบความสำเร็จ จากการผลักดันของทุกภาคส่วน แต่อย่างไรก็ตามส่วนตัวได้ประกาศในที่ประชุมเอเปก เมื่อวันที่ 11 พ.ย. แล้วว่า ตราบใดที่โรคโควิด-19 ยังอยู่ เราจะต้องอยู่กับมันให้ได้ ภายใต้มาตรการครอบจักรวาล และมาตรการ DMHTT และการดำเนินกิจการต่างๆ จะต้องมีการอนุมัติคัดกรองเฝ้าระวัง เพราะเราจะย้อนกลับไปอยู่ที่เดิมไม่ได้อีกแล้ว พร้อมย้ำทุกคนจะต้องระมัดระวังเป็นที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ส่วนเรื่องของการฉีดวัคซีน ก็มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ทำได้ตามเป้าหมาย ซึ่งตนได้แจ้งในที่ประชุมเอเปกแล้วว่าสามารถฉีดวัคซีนไปแล้ว 83 ล้านโดส และคาดการณ์ว่าในสิ้นเดือนนี้จะสามารถฉีดวัคซีนได้ 100 ล้านโดส และมีวัคซีนสำหรับปีหน้าแล้วด้วย อย่างไรก็ตาม จะมีการหารือเรื่องยี่ห้อของวัคซีนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งต้องหาข้อมูลทางสถิติ เพื่อพิจารณาว่ายี่ห้อใดมีภูมิต้านทานมากน้อยเท่าไร

ต่อมาเวลา 12.20 น. ภายหลังการประชุม ศบค. พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงผลการประชุม โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่าให้รอโฆษก ศบค.เป็นผู้แถลง เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงการฉีดวัคซีนยังเป็นไปตามเป้า 100 ล้านโดส ภายในสิ้นปีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวสั้นๆ เพียงว่า “จ้า” เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะนำผลศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยการชุมนุมของกลุ่มราษฎรเป็นการล้มล้างการปกครอง มาเคลื่อนไหวทางการเมือง พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ตอบคำถามดังกล่าวก่อนเดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าทันที.