รองนายกฯ อนุทิน เผย อาจพิจารณาบริจาควัคซีนให้ประเทศในโคแวกซ์ หากเพียงพอคนไทยแล้ว เหตุมีอายุสั้นเพียง 6 เดือน รับ เตรียมพิจารณา ปรับตรวจ RT-PCR เป็น ATK เพื่ออำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว
วันที่ 12 พ.ย. 2564 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีความเป็นไปได้ที่จะปรับการตรวจ RT-PCR เป็น ATK ในกลุ่มนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าประเทศว่า จะมีการหารือในที่ประชุม ศบค. อีกครั้ง แต่ต้องดูตามเหตุและผล เพราะทางต้นทางจะมีระบบ RT-PCR ที่ต้องมีการตรวจก่อนขึ้นเครื่อง หากสามารถตรวจสอบและยืนยันได้ รวมไปถึงเอกสารฉีดวัคซีนของผู้เดินทางไม่มีการปลอมแปลงก็น่าจะหาวิธีอำนวยความสะดวก แต่จะต้องไม่ละทิ้งความปลอดภัย
ส่วนการเปิดประเทศมาแล้ว 10 วันจะต้องมีการอุดช่องโหว่อะไรหรือไม่นั้น นายอนุทิน ระบุว่า มาตรการด้านสาธารณสุข อะไรทุกอย่างขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และหากใช้มาตรการ Universal Prevention คอยระมัดระวังตัวเองอย่างสูงสุดตลอดเวลาก็จะไม่มีปัญหาอะไร หากฉีดวัคซีนกันครบแล้ว ตรวจ ATK ซ้ำอีก ก็น่าจะลดความเสี่ยงลงไปได้ เพราะการฉีดวัคซีนไม่ใช่เพื่อป้องกันอย่างเดียว แต่ทำให้ไม่ป่วยหนักหรือเสียชีวิต หากอยากกลับมาใช้ชีวิตตามปกติก็ต้องระมัดระวังตัวเองในระดับหนึ่ง
ขณะที่สถิติผู้ติดเชื้ออยู่ในระดับทรงตัวนั้น นายอนุทิน ย้อนถามกลับว่าไม่ดีหรือ เดี๋ยวก็จะค่อยๆ ลดลง ขอแค่อย่าปรับอัตราสูงขึ้นก็พอแล้ว หากสังเกตอัตราการเสียชีวิตจะอยู่ในกลุ่มผู้สูงอายุและกลุ่มผู้มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ยิ่งไปกว่านั้น มากกว่าร้อยละ 80 ยังไม่ได้รับวัคซีน ดังนั้นวัคซีนจึงเป็นตัวช่วยจริงๆ โดยยกตัวอย่าง บ้านพักคนชราที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่พี่เลี้ยงนำเชื้อไปติด แต่คนชราที่ฉีดวัคซีน AstraZeneca 2 เข็ม ทั้งหมด ไม่เป็นอะไรเลย แสดงให้เห็นว่า เป็นประสิทธิผลของวัคซีนที่พยายามทุ่มมาให้ และเชื่อมั่นว่าในสิ้นเดือนนี้ การฉีดวัคซีน 100 ล้านโดสเป็นไปตามเป้า แต่ขออย่านั่งนับ วัคซีนมีเพียงพอที่จะทำความปลอดภัยให้กับคนในประเทศทุกคนทุกสัญชาติ ก็น่าจะสบายใจขึ้น ทำแรงงานต่างด้าว คนที่เดินทางเข้ามาตามแนวชายแดนอธิบดีกรมควบคุมโรครายงานตนว่า จับฉีดวัคซีนหมดน่าจะได้รับบริจาคมาค่อนข้างมากและวัคซีนที่บริหารจัดการเองก็มาก
...
วันนี้วัคซีนจากจีนเข้ามา 1.5 ล้านโดส และทูตจีนคนใหม่ก็จะเข้ามามอบให้กับนายกรัฐมนตรีในช่วงบ่ายวันนี้ ภายในสัปดาห์หน้าวัคซีน จะขึ้นเครื่องมายังประเทศไทย ซึ่งหลังจากนี้จะมีข่าวที่เป็นบวกเข้ามา และยังมีรัฐบาลอีกหลายประเทศที่แสดงความจำนงมอบวัคซีนให้กับประเทศไทย และหากเรามีความเพียงพอก็ต้องคำนึงถึงประเทศเพื่อนบ้านด้วยเช่นกัน เนื่องจากหลายประเทศที่เข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ก็ยังไม่ได้รับวัคซีน ซึ่งเราก็อาจจะเข้าไปช่วย แต่นี่เป็นเรื่องในอนาคต เราต้องดูแลคนของเราให้ดีก่อน สิ่งนี้สำคัญที่สุด หากดูแลคนของเราแล้วเหลือสำรองมากเพียงพอ มีวัคซีนจำนวนที่เหลืออยู่และถือว่าอายุสั้นไม่เกิน 6 เดือน ก็จะต้องรีบดำเนินการพิจารณา ช่วยเหลือประเทศที่มีความต้องการยากลำบากอยู่ในขณะนี้.